ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

The Incubation Network อัดฉีดเงิน 7.2 หมื่นดอลลาร์สหรัฐฯ สนับสนุนโซลูชันด้านการรีไซเคิลและอัพไซเคิลในเอเชีย

The Incubation Network อัดฉีดเงิน 7.2 หมื่นดอลลาร์สหรัฐฯ สนับสนุนโซลูชันด้านการรีไซเคิลและอัพไซเคิลในเอเชีย

โครงการ Plastic Waste to Value Southeast Asia Challenge ได้สนับสนุน 5 โซลูชันที่เน้นการรีไซเคิลและอัพไซเคิลมาเป็นเวลากว่า 5 เดือน พร้อมมอบเงินทุนเพื่อนำไปใช้เพิ่มขีดความสามารถในการปฏิบัติงานและปรับปรุงสถาพการทำงานต่อไป

         โครงการ Plastic Waste to Value Southeast Asia Challenge ประสบความสำเร็จกันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วหลังจากที่ได้ดำเนินการขยายโซลูชันที่เน้นสร้างผลกระทบเชิงบวกจากการรีไซเคิลและการนำพลาสติกที่ใช้แล้วมาแปลงเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ (อัพไซเคิล) ที่ครอบคลุม 5 ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงประเทศไทย ตลอดระยะเวลา 5 เดือนที่ผ่านมา พร้อมอัดฉีดเงินทุนสนับสนุนรวม 72,000 เหรียญสหรัฐฯ หรือมากกว่า 2.5 ล้านบาท เพื่อมอบให้ผู้เข้าร่วมโครงการนำไปใช้เพิ่มขีดความสามารถในการปฏิบัติงานและปรับปรุงสภาพการทำงาน อันจะนำไปสู่ประสิทธิภาพการจัดการ การแปรรูป และการรีไซเคิลขยะพลาสติกในปริมาณที่มากขึ้นได้

              นายนาโน โมแรนท์ ผู้ก่อตั้ง Plastic People กล่าวว่า "เงินทุนสนับสนุนที่ได้รับจากโครงการทำให้เราสามารถจ้างบริษัทที่ปรึกษามาทำหน้าที่วิเคราะห์และประเมินการดำเนินงานเชิงกลยุทธ์ นำเสนอวิธีการปรับปรุงกระบวนการทำงานของเรา ทั้งยังเอื้อให้เราสามารถจ้างบุคลากรมาดูแลแผนธุรกิจและโครงการขยายตัวต่าง ๆ อีกด้วย นอกจากนี้เรายังใช้เงินสนับสนุนดังกล่าวในการบำรุงรักษาเครื่องจักร และซื้อเครื่องจักรใหม่เพื่อปลดล็อกปัญหาคอขวดต่าง ๆ ในการปฏิบัติงาน รวมทั้งว่าจ้างบุคลากรเพิ่มเติมเพื่อการขยายตัวของเราต่อไป” ด้านนางเฟย์ เฟปบรี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Bank Sampah Bersinar กล่าวว่า “เงินสนับสนุนจากโครงการนี้จะนำไปลงทุนซื้อรถบรรทุกเพื่อเก็บขยะคันใหม่ โดยจะช่วยให้เราสามารถรวบรวมขยะจากพันธมิตรธนาคารขยะประจำหน่วยของเราได้มากขึ้น"

              โครงการดังกล่าวนำโดย The Incubation Network ร่วมกับ the Global Plastic Action Partnership, UpLink by the World Economic Forum  และ Alliance to End Plastic Waste ซึ่งให้การสนับสนุนการพัฒนาที่เหมาะสมกับผู้เข้าร่วมโครงการ ได้แก่ ธนาคาร Bank Sampah Bersinar (อินโดนีเซีย) Envirotech (ฟิลิปปินส์) Kibumi (อินโดนีเซีย) Plastic People (เวียดนาม) และมูลนิธิเทอร์ราไซเคิล (ประเทศไทย)

        การสนับสนุนเพื่อการขยายตัวทางธุรกิจที่ออกแบบขึ้นเฉพาะรายผู้เข้าร่วมโครงการล้วนได้รับสิทธิในการเข้าถึงทรัพยากรและการสนับสนุนมากมายตลอดโครงการ อาทิ การอบรมเชิงปฏิบัติการ การให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด และโอกาสในการสร้างเครือข่ายพันธมิตร ผู้เข้าร่วมโครงการยังได้เข้าร่วมการอบรมที่เน้นการจัดการขยะและการรีไซเคิล การตลาด และอื่น ๆ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการปรับขยายขนาดธุรกิจ โดยข้อมูลเชิงลึกและคำแนะนำที่ได้รับจากการอบรมต่าง ๆ ที่ผ่านมาได้ช่วยให้ผู้เข้าร่วมโครงการสามารถนำไปปรับกลยุทธ์การตลาดให้เหมาะกับกลุ่มเป้าหมายใหม่ๆ รวมทั้งพัฒนาความเข้าใจที่ดีขึ้นเกี่ยวกับความเปลี่ยนแปลงของตลาดที่หลากหลายอีกด้วย

             กลุ่มผู้เชี่ยวชาญ 9 คน ซึ่งประกอบด้วยผู้นำทางธุรกิจ ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงิน ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดและการประชาสัมพันธ์ และผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุน ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาให้กับผู้เข้าร่วมโครงการ โดยให้คำแนะนำและทิศทางที่เฉพาะเจาะจงเพื่อให้บรรลุถึงเป้าหมายการเติบโต “โครงการที่ออกแบบมาเฉพาะนี้ได้แนะนำให้เรารู้จักกับผู้เชี่ยวชาญที่สามารถสนับสนุนความต้องการที่เฉพาะของเรา ผู้เชี่ยวชาญกับเราได้ทำงานเชื่อมโยงสอดคล้องกันเป็นอย่างดี ผลลัพธ์ของการเรียนรู้ผ่านการได้รับคำปรึกษาอย่างใกล้ชิดนำไปสู่การพัฒนากลยุทธ์การตลาดและแคมเปญของเรา” นายเจมส์ สกอทท์ กรรมการบริหารมูลนิธิเทอร์ราไซเคิล (ประเทศไทย) กล่าว

          ทั้งนี้โครงการดังกล่าวได้สำเร็จลุล่วงเป็นที่เรียบร้อยแล้วในเดือนกุมภาพันธ์ 2566 พร้อมกับการนำเสนอผลการปฏิบัติงานต่อ Uplink Global Plastic Action Partnership และ Alliance to End Plastic Waste ผ่านทางการประชุมแบบออนไลน์ โดยผู้เข้าร่วมโครงการทั้งหมดได้รายงานผลการเติบโตและการพัฒนา การนำเสนอผลงานที่ผ่านมายังส่งเสริมการสร้างเครือข่ายพันธมิตรอีกด้วย นับเป็นการสร้างโอกาสที่ดีในการทำงานร่วมกันในอนาคต

“เราสนับสนุนโครงการ Plastic Waste to Value Southeast Asia Challenge ควบคู่ไปกับการให้ความช่วยเหลือสตาร์ตอัปอีก 358 รายในการขยายขนาดธุรกิจในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลให้จำนวนขยะพลาสติกลดลงไปแล้วเกือบ 148,000 เมตริกตัน” นายไซมอน บอลด์วิน หัวหน้าระดับโลกด้าน Circularity ของ  SecondMuse กล่าว พร้อมทั้งเผยอีกว่า “SecondMuse มีความมุ่งมั่นที่จะเดินหน้าพัฒนาห่วงโซ่คุณค่าของขยะพลาสติกและส่งเสริมการแก้ปัญหาตั้งแต่ต้นน้ำต่อไป โดยมุ่งเน้นในการผลักดันความก้าวหน้าและนวัตกรรมในการแก้ไขปัญหาวิกฤตดังกล่าวนี้”

          นายพูนาม วาทีน ผู้เชี่ยวชาญด้านผลกระทบของ UpLink กล่าวว่า "วิธีแก้ปัญหาที่ใช้นวัตกรรมมีความสำคัญต่อการลดมลพิษจากพลาสติก ผู้ริเริ่มในการแก้ไขปัญหาที่สร้างผลกระทบและแรงบันดาลใจในวงกว้างคือประกายแห่งความหวังในการรับมือกับวิกฤตการณ์ด้านขยะพลาสติกที่กำลังจะมาถึงผ่านนวัตกรรม เราพร้อมที่จะสนับสนุนสุดยอดนักประดิษฐ์ขยายผลกระทบผ่านการส่งเสริมให้องค์กรเป็นที่รู้จักและได้รับความสนใจมากขึ้น ความเชี่ยวชาญ และโอกาสในการเรียนรู้ รวมทั้งการสร้างเครือข่ายพันธมิตรที่เกี่ยวข้องผ่านแพลตฟอร์มของ UpLink"

             ด้าน นายนิโคลาส โคเลซช์ รองประธานโครงการ Alliance to End Plastic Waste ผู้สนับสนุนเงินทุนโครงการ The Plastic Waste to Value Southeast Asia Challenge กล่าวว่า "ทาง Alliance ได้สนับสนุนสตาร์ตอัปในภูมิภาคมาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ก่อตั้งองค์กรขึ้นมา โดยได้เชื่อมโยงกับผู้ประกอบจำนวนมากที่บุกเบิกและสร้างสรรค์นวัตกรรมและรูปแบบธุรกิจใหม่ ๆ เพื่อปรับปรุงการจัดการขยะพลาสติกและการหมุนเวียนทรัพยากรกลับมาใช้ใหม่ เรามุ่งมั่นที่จะสนับสนุนสตาร์ตอัปให้สามารถกำหนดรูปแบบการแก้ปัญหาที่มีความเป็นไปได้ในเชิงเทคนิคและเชิงเศรษฐกิจ ซึ่งจะนำไปสู่การลงทุน การต่อยอดธุรกิจ และการขยายตัวต่อไป ทั้งนี้โครงการของ The Incubation Network เป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนสตาร์ตอัปเป็นจำนวนมาก ทั้งยังแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอย่างแท้จริงในการแก้ไขปัญหาขยะพลาสติกในภูมิภาค และสร้างแรงบันดาลใจให้เราขยายผลการทำงานต่อไป"

              โครงการดังกล่าวนี้ได้รับทุนจาก Alliance to End Plastic Waste และการสนับสนุนจาก SecondMuse, The Circulate Initiative, Global Affairs Canada และ DEFRA




ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

Miss Universe 6 จังหวัด​ มาแสดงความขอบคุณ​ "สุวรรณี" ผู้บริหาร​ DOD Cafe & Bistro​

Miss Universe 6 จังหวัด​ มาแสดงความขอบคุณ​ "สุวรรณี" ผู้บริหาร​ DOD Cafe & Bistro​  หนึ่งในผู้สนับสนุนการประกวด​ Miss Universe 6 จังหวัด​         สาวงามผู้ครองตำแหน่ง​ Miss Universe 6 จังหวัด​ ได้แก่​ จังหวัดนครปฐม,​ หนองบัวลำภู, สุรินทร์, พระนครศรีอยุธยา, สมุทรปราการ​ ​และสมุทรสาคร​ เดินทางมาแสดงความขอบคุณ​ ​คุณสุวรรณี​ อิทธิวิบูลย์​ ผู้บริหาร บริษัท เพอโกล่าร์ จำกัด/บริษัท แกรชซี่ เดสติเนชั่น จำกัด, ผู้บริหาร​ DOD Cafe & Bistro​" และ อ.ดอส-ปณัฐ สุมาลย์โรจน์​ อาจารย์พิเศษ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และกรรมการผู้บริหารบริษัท เพอโกล่าร์ จำกัด​ ​ในฐานะเป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนการประกวด​ Miss Universe 6 จังหวัด​ ณ​ DOD Cafe & Bistro​ " ตำบลบางช้าง อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม​ เมื่อวันที่​ 11 มิถุนายน​ 2569       ในโอกาสอันดีนี้​ยังได้รับเกียรติจาก คุณสุขุม เชิดชื่น อดีตสมาชิกวุฒิสภา, คุณสุวลัย อมตะวณิชย์ เจ้าของร้านอาหารครัวอัปสร​ ตลาด​ อตก., คุณภารากรณ์ เชิดชื่น​ ผู้บริหารและเจ้าของหาดช้างเผือก​ และ​ ดร.ทิพวรรณ นาคละมัย​ กรรมการสมาคมสตรีนคร...

PMCU จุฬาฯ เนรมิตสยามสแควร์ให้เป็น ‘เวทีแจ้งเกิดของทุกคน’ จัดงาน​“Bangkok Street Performer Festival 2026”

PMCU จุฬาฯ  เนรมิตสยามสแควร์ให้เป็น ‘เวทีแจ้งเกิดของทุกคน’  จัดงาน ​ “Bangkok Street Performer Festival 2026” โชว์ศั กยภาพคนรุ่นใหม่ ใจกลางเมือง       เพราะเชื่อว่าความคิดสร้างสรรค์ไม่มีขีดจำกัด จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยสำนักงานทรัพย์สินจุฬาฯ​ หรือ​ PMCU ตั้งใจสร้าง Siam Square Walking Street ให้เป็นมากกว่าแค่แหล่งช้อปปิ้ง หรือจุดนัดพบ แต่เป็น "Platform แห่งโอกาส" ที่เปิดกว้างให้คนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ ได้เข้ามาสร้างสรรค์กิจกรรมที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็นดนตรีเปิดหมวก​ ที่เปิดโอกาสให้นักเรียน และนักศึกษา มาแสดงความสามารถด้านดนตรีจนกลายเป็นพื้นที่สำหรับศิลปินหรือวงดนตรีหน้าใหม่ได้สร้างฐานแฟนคลับใจกลางเมืองที่มาเปิดการแสดงแล้วกว่า 2,000 วง โดยมีนักดนตรีแสดงแล้วกว่า 15,000 คน และ​ Art & Performance Street Show การแสดงที่ใช้ทักษะพิเศษ เช่น มายากล, ละครใบ้ (Mime), การเต้น Cover Dance ไปจนถึงศิลปะการแสดงร่วมสมัย, Live Painting & Graffiti บางช่วงเวลาจะมีการเปิดพื้นที่ให้ศิลปินมาสร้างสรรค์งานทัศนศิลป์สดๆ ให้คนเดินผ่านไปมาได้ชม, Art & Craft Market ตลาดนัดงา...

สวพส. จัดการน้ำบนพื้นที่สูง เปลี่ยนชีวิตชุมชน สู่ความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน

สวพส. จัดการน้ำบนพื้นที่สูง เปลี่ยนชีวิตชุมชน สู่ความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน      แม้ฤดูฝนปีนี้จะมีปริมาณน้ำฝนมากกว่าค่าเฉลี่ยถึงร้อยละ 5 - 10 (ข้อมูลกรมอุตุนิยมวิทยา 13 พ.ค. 2568) แต่ใช่ว่าทุกพื้นที่จะได้ประโยชน์จากฝนที่ตกมากขึ้นโดยเฉพาะชุมชนบนพื้นที่สูง ที่บริบทพื้นที่ทำกินส่วนใหญ่อยู่สูงกว่าแหล่งน้ำธรรมชาติ ซึ่งยังคงต้องพึ่งพาน้ำฝนเป็นแหล่งน้ำหลัก ทั้งเพื่อการอุปโภค บริโภค และการเกษตร ชุมชนเหล่านี้มักเผชิญกับปัญหาฝนทิ้งช่วงและภัยแล้งซ้ำซาก ซึ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นจากความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศหรือสภาวะโลกเดือด       สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) หรือ สวพส. ได้ริเริ่มโครงการพัฒนาแหล่งน้ำและระบบกระจายน้ำขนาดเล็กมาตั้งแต่ปี 2563 เพื่อเพิ่มศักยภาพในการกักเก็บน้ำในช่วงฤดูฝน และกระจายน้ำให้เพียงพอในช่วงหน้าแล้ง ไม่เพียงเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้า แต่ยังมุ่งสร้างระบบจัดการน้ำที่ยั่งยืนโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน รวมไปถึงการฟื้นฟูดูแลรักษาป่ารอบๆ แหล่งน้ำ        ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ทำให้เกษตรกรกว่า 24,000 ราย ในพื้นที่สูง ...