ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

หนึ่งปีมีครั้งเดียว พิธีล้างหน้าพระพักตร์พระเจ้าพาราละแข่ง (พระมหามัยมุนี) วัดหัวเวียง ประเพณีตามความเชื่อที่ปฏิบัติสืบต่อมา ที่เชื่อว่าพระพุทธองค์ได้ประทานลมหายใจไว้

หนึ่งปีมีครั้งเดียว พิธีล้างหน้าพระพักตร์พระเจ้าพาราละแข่ง (พระมหามัยมุนี) วัดหัวเวียง

ประเพณีตามความเชื่อที่ปฏิบัติสืบต่อมา ที่เชื่อว่าพระพุทธองค์ได้ประทานลมหายใจไว้

       ประเพณีสรงน้ำพระพักตร์ (ล้างหน้าพระพักตร์) พระมหามัยมุนี หรือพระเจ้าพาราละแข่ง ณ วัดหัวเวียง ตำบลจองคำ อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน วันที่ 5-6 มีนาคม 2566

             วัดหัวเวียง สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2406 ไม่ปรากฎนามผู้สร้าง ตั้งอยู่ในตำบลจองคำ อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน บริเวณตัวเมืองแม่ฮ่องสอน ใกล้ ๆ กับรันเวย์ของท่าอากาศยานแม่ฮ่องสอน ติดกับตลาดสายหยุด ซึ่งมีทางเข้าด้านทิศเหนือติดกับถนนพาณิชย์วัฒนา และทางเข้าอีกด้านอยู่ฝั่งทิศใต้ติดกับถนนสิงหนาทบำรุง 

ภายในวัดมีวิหารพระเจ้าพาราละแข่ง ซึ่งเป็นอาคารสร้างจากไม้ เรือนยอดซ้อนกันเป็นชั้นๆ หลังคาเป็นแบบเรือนยอดทรงปราสาทซ้อนกันหลายชั้นแบบไทยใหญ่ ที่เรียกว่า “ปยาทาด” ด้านบนเป็นฉัตรโลหะ ขอบและชายเป็นสังกะสีฉลุเป็นลวดลายสวยงามตามศิลปไทยใหญ่ เรียกว่า “ปานซอย” ตัวอาคารแบ่งเป็น 2 ส่วนเรือนยอดที่ต่อเนื่องกัน เรือนยอดแรกเป็นเรือนยอดที่สูงที่สุด เป็นเรือยนอดที่ประดิษฐานพระเจ้าพาราละแข่ง มีรูปแบบเรือนยอดสไตล์อังกฤษ ซึ่งได้รับอิทธิพลจากการค้าไม้ในสมัยก่อน และอีกเรือนยอดหนึ่ง เป็นโถงสำหรับประกอบกิจกรรม ตัวอาคารเป็นแบบพม่าและไทยใหญ่ เดิมเป็นสังกะสี ซึ่งเป็นวัสดุนำเข้าจากต่างประเทศ แต่ปัจจุบันได้ผ่านการบูรณะเป็นแบบแป้นเกล็ด 

        ตามตำนานเรื่องเล่ากล่าวว่า พระเจ้าพาราละแข่ง หรือ พระมหามัยมุนี สร้างขึ้นที่เมืองยะไข่ โดยพระเจ้าจันทรสุริยา เจ้าเมืองยะไข่ ได้เข้าเฝ้าพระพุทธองค์และขออนุญาตหล่อรูปเหมือนของพระพุทธองค์ เพื่อเป็นสิ่งแทนในการระลึกถึงกราบไหว้บูชา โดยพระพุทธองค์ได้ประทานลมหายใจใส่ลงในพระพุทธรูปองค์นี้ ชาวยะไข่เชื่อว่าพระมหามัยมุนีองค์นี้มีลมหายใจ เป็นตัวแทนของพระพุทธเจ้า ทำให้ชาวยะไข่มีการปฏิบัติต่อพระพุทธรูปองค์นี้ประหนึ่งว่าพระองค์ยังทรงพระชนม์ชีพอยู่ มีประเพณีสรงน้ำพระพักตร์และถวายจังหัน (ภัตตาหารเช้า) แด่พระมหามัยมุนีเป็นประจำ ด้วยชื่อเสียงความศักดิ์สิทธิ์นี้ จึงทำให้กษัตริย์จากดินแดนต่างๆ ปารถนาจะอัญเชิญไปยังบ้านเมืองของตน ในที่สุดพระเจ้าปดุงทรงยกกำลังไปตีเมืองยะไข่ได้ จึงชะลอพระมหามัยมุนีจากเมืองยะไข่ไปยังเมืองอมรประตั้งแต่ปี พ.ศ. 2327

         ปัจจุบันในเมียนมา พระมหามัยมุนี ได้รับการนับถือว่าเป็น 1 ใน 5 ของ มหาสถานที่ที่สำคัญ ได้แก่ พระมหมัยมุนีแห่งเมืองมัณฑะเลย์ เจดีย์ชเวดากองแห่งเมืองย่างกุ้ง เจดีย์ชเวมอดอแห่งเมืองหงสาวดี เจดีย์ชเวชิกองแห่งเมืองพุกาม และเจดีย์ชเวสันดอแห่งเมืองแปร 

          สำหรับประเทศไทย พระเจ้าพาราละแข่ง หรือ พระมหามัยมุนี เท่าที่ทราบในประเทศไทย เดิมมีเพียง 2 แห่ง ได้แก่ วัดไทยวัฒนาราม อำเภอแม่ฮสอด จังหวัดตาก และวัดหัวเวียง อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ต่อมาก็ปรากฎความนิยมจำลองเพิ่มมากขึ้นในที่ต่างๆ เช่น วัดทุ่งโป่ง ตำบลทุ่งยาว อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน  

         พระเจ้าพาราละแข่ง หรือ พระมหามัยมุนี องค์ที่ประดิษฐานอยู่ที่วัดหัวเวียงแห่งนี้ เป็นพระพุทธพระมหามัยมุนีที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย เป็นพระพุทธรูปที่สวยงามศิลปะไทยใหญ่ แบบทรงเครื่องขัดสมาธิเพชรปางมารวิชัย ทรงเทริด ศิลาภรณ์ สังวาลย์ อินทนิล โดยลุงจองโพหย่าได้ไปจำลองและอัญเชิญมาจากพม่า ซึ่งหล่อจากทองเหลือง หล่อเป็นส่วนๆ แยกได้ 9 ส่วน  น้ำหนัก 999 กิโลกรัม ล่องมาทางแม่น้ำปาย แล้วนำไปประกอบองค์พระที่วัดพระนอน แล้วอัญเชิญมาประดิษฐานที่วัดหัวเวียง ซึ่งก็ได้มีการสืบทอดความเชื่อความศรัทธาต่อองค์พระพุทธรูปนี้มายาวนาน โดยจะกระทำพิธีสรงน้ำพระพักตร์หรือล้างหน้าพระเจ้าพาราละแข่งอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ซี่งในปีนี้จะเป็นวันที่ 5-6 มีนาคม 2566

ติดตามรายละเอียดทาง Facebook : ททท. สำนักงานแม่ฮ่องสอน TAT Maehongson โทรศัพท์ 0 5361 2982 - 3 ในวันเวลาราชการการ

           ***ข้อมูลบางส่วนจากการอบรมและคู่มือการอบรมเคล็ดลับการเล่าเรื่องตามเส้นทางการท่องเที่ยวมรดกทางวัฒนธรรมและธรรมชาติเชิงสร้างสรรค์ โครงการจัดการการท่องเที่ยวมรดกวัฒนธรรมและธรรมชาติเชิงสร้างสรรค์ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน : โมเดลภูมิทัศน์พิเศษทางวัฒนธรรมและธรรมชาติ โดยการสนับสนุนของ สกสว. บพข. ม.ศิลปากร 






ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

งาน “วันสันติภาพสากล 2025” มจร จัดอย่างใหญ่ พร้อมมอบรางวัล “ลมหายใจแห่งสันติภาพ”

งาน “วันสันติภาพสากล 2025” มจร จัดอย่างใหญ่  พร้อมมอบรางวัล “ลมหายใจแห่ง สันติภาพ”  แด่ผู้นำศาสนาและผู้นำประเทศ       หลักสูตรสตินวัตกรรมและสันติศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) โดยการนำของ พระเมธีวัชรบัณฑิต, ศ.ดร. ผู้อำนวยการหลักสูตร ร่วมกับภาคีเครือข่าย จัดงาน "วันสันติภาพสากล ประจำปี 2568" ภายใต้แนวคิด “สังคมตื่นรู้ สู่การพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียว” (Mindful Society for Green Economy Development) โดยมีพระสงฆ์ แขกผู้มีเกียรติ อาทิ คุณศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมงพาณิชย์, ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย, นายวรเกียรติ สุจิวโรดม เจ้าของโครงการ ชาวนา มหานคร, ดร.สุเทพ อารมณ์รักษ์ นายกสมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไทย (สธทท.), คุณกุลพรภัสร์ วงศ์มาจารภิญญา บริษัทไทยสมาย บัส จำกัด, คุณญาธิภา สิงห์สุวรรณ ผู้อำนวยการส่วนการท่องเที่ยว กรุงเทพมหานคร, ดร.ชวิศ ชื่นเจริญ (อ.มุ่ย หูทิพย์), คุณกชนันท์ ซิดดิค Mrs. Thailand World 2025, คุณพิมพ์ลภัส ชื่อมณีสวรรค์ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2023  ฉะเชิงเทรา,...

สวพส. จัดการน้ำบนพื้นที่สูง เปลี่ยนชีวิตชุมชน สู่ความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน

สวพส. จัดการน้ำบนพื้นที่สูง เปลี่ยนชีวิตชุมชน สู่ความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน      แม้ฤดูฝนปีนี้จะมีปริมาณน้ำฝนมากกว่าค่าเฉลี่ยถึงร้อยละ 5 - 10 (ข้อมูลกรมอุตุนิยมวิทยา 13 พ.ค. 2568) แต่ใช่ว่าทุกพื้นที่จะได้ประโยชน์จากฝนที่ตกมากขึ้นโดยเฉพาะชุมชนบนพื้นที่สูง ที่บริบทพื้นที่ทำกินส่วนใหญ่อยู่สูงกว่าแหล่งน้ำธรรมชาติ ซึ่งยังคงต้องพึ่งพาน้ำฝนเป็นแหล่งน้ำหลัก ทั้งเพื่อการอุปโภค บริโภค และการเกษตร ชุมชนเหล่านี้มักเผชิญกับปัญหาฝนทิ้งช่วงและภัยแล้งซ้ำซาก ซึ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นจากความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศหรือสภาวะโลกเดือด       สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) หรือ สวพส. ได้ริเริ่มโครงการพัฒนาแหล่งน้ำและระบบกระจายน้ำขนาดเล็กมาตั้งแต่ปี 2563 เพื่อเพิ่มศักยภาพในการกักเก็บน้ำในช่วงฤดูฝน และกระจายน้ำให้เพียงพอในช่วงหน้าแล้ง ไม่เพียงเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้า แต่ยังมุ่งสร้างระบบจัดการน้ำที่ยั่งยืนโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน รวมไปถึงการฟื้นฟูดูแลรักษาป่ารอบๆ แหล่งน้ำ        ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ทำให้เกษตรกรกว่า 24,000 ราย ในพื้นที่สูง ...

PMCU จุฬาฯ เนรมิตสยามสแควร์ให้เป็น ‘เวทีแจ้งเกิดของทุกคน’ จัดงาน​“Bangkok Street Performer Festival 2026”

PMCU จุฬาฯ  เนรมิตสยามสแควร์ให้เป็น ‘เวทีแจ้งเกิดของทุกคน’  จัดงาน ​ “Bangkok Street Performer Festival 2026” โชว์ศั กยภาพคนรุ่นใหม่ ใจกลางเมือง       เพราะเชื่อว่าความคิดสร้างสรรค์ไม่มีขีดจำกัด จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยสำนักงานทรัพย์สินจุฬาฯ​ หรือ​ PMCU ตั้งใจสร้าง Siam Square Walking Street ให้เป็นมากกว่าแค่แหล่งช้อปปิ้ง หรือจุดนัดพบ แต่เป็น "Platform แห่งโอกาส" ที่เปิดกว้างให้คนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ ได้เข้ามาสร้างสรรค์กิจกรรมที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็นดนตรีเปิดหมวก​ ที่เปิดโอกาสให้นักเรียน และนักศึกษา มาแสดงความสามารถด้านดนตรีจนกลายเป็นพื้นที่สำหรับศิลปินหรือวงดนตรีหน้าใหม่ได้สร้างฐานแฟนคลับใจกลางเมืองที่มาเปิดการแสดงแล้วกว่า 2,000 วง โดยมีนักดนตรีแสดงแล้วกว่า 15,000 คน และ​ Art & Performance Street Show การแสดงที่ใช้ทักษะพิเศษ เช่น มายากล, ละครใบ้ (Mime), การเต้น Cover Dance ไปจนถึงศิลปะการแสดงร่วมสมัย, Live Painting & Graffiti บางช่วงเวลาจะมีการเปิดพื้นที่ให้ศิลปินมาสร้างสรรค์งานทัศนศิลป์สดๆ ให้คนเดินผ่านไปมาได้ชม, Art & Craft Market ตลาดนัดงา...