ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

รุกแก้ปัญหาธุรกิจเร่งด่วน ถึงทุกประตูบ้าน thesmecoach.com ด้วยระบบเอสเอ็มอีโค้ชชิ่งออนไลน์ทั่วประเทศของ สสว.

รุกแก้ปัญหาธุรกิจเร่งด่วน ถึงทุกประตูบ้าน thesmecoach.com

ด้วยระบบเอสเอ็มอีโค้ชชิ่งออนไลน์ทั่วประเทศของ สสว.



นายวีระพงศ์  มาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.)  เป็นประธานเปิดตัวโครงการปี 3 SME Coach โดยมี รศ.ดร.สิงห์ อินทรชูโต หัวหน้าศูนย์สร้างสรรค์การออกแบบเพื่อสิ่งแวดล้อม ม.เกษตรศาสตร์ หัวหน้าคณะที่ปรึกษาศูนย์วิจัยและนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน RISC, ดร.ธนันธน์ อภิวันทนาพร ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจต่างประเทศและการตลาด  และคุณวรงค์ ยมาภัย ผู้เชี่ยวชาญพัฒนา SMEs สถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม มาร่วมสัมมนาในหัวข้อ Future Coach 2020 โค้ชยุคหลังโควิด 19 ควรมีลักษณะอย่างไร ณ ห้อง Le Lotus 1 โรงแรมสวิสโฮเต็ล กรุงเทพ

 

นายวีระพงศ์ มาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยแผนงานโครงการ Train the Coach ของ สสว. ซึ่งได้เข้าสู่ระยะปีที่ 3  โดยมีสถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (ISMED) ได้รับมอบหมายให้เป็นหน่วยร่วมดำเนินการ มีเป้าหมายที่จะพัฒนาระบบการรวบรวม คัดสรรโค้ชมืออาชีพจากทั่วประเทศ เสริมองค์ความรู้และทักษะ ให้มีขีดความสามารถที่จะแก้ปัญหาและตอบสนองแนวทางการพัฒนา SME 4.0 และในเวลาเดียวกัน SME จะสามารถเข้าถึงโค้ชแต่ละท่านได้บนระบบออนไลน์ และเลือกคุณสมบัติของโค้ชที่มีความชำนาญตามที่ตนเองต้องการได้ ปัจจุบันมีโค้ชที่เข้าสู่ระบบกว่า 3,502 ราย ประกอบด้วย (1) โค้ชสายกลยุทธ์ธุรกิจ จำนวน 2,676 ราย และ (2) โค้ชสายเทคโนโลยี จำนวน 826 ราย กระจายไปหลายจังหวัดทั่วประเทศ และมีสาขาความเชี่ยวชาญด้านต่างๆ ในการที่จะช่วยแก้ปัญหาหรือวางกลยุทธ์ธุรกิจ          




                   ในช่วงที่เศรษฐกิจไทยต้องเผชิญกับวิกฤติโควิด-19 นี้ บนระบบออนไลน์ the sme coach พร้อมแล้วที่จะเสริมความแข็งแกร่งให้กับ SME โดย สสว. จะมีเครื่องมือในการคัดเลือกเครือข่ายโค้ชมืออาชีพจากพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ พร้อมบริการช่วยเหลือ สนับสนุน ตั้งแต่การเข้าไปวิเคราะห์ยังสถานประกอบการ และ/หรือ ใช้วิธีการบนเครื่องมือสื่อสารออนไลน์ เพื่อใช้ในการให้บริการปรึกษาแนะนำ  สำหรับปี 2563 จากผลกระทบวิกฤตโควิด-19 ระบบได้ให้คำปรึกษาแนะนำออนไลน์ไปแล้วมากกว่า 500 สถานประกอบการทั่วประเทศ ซึ่งสามารถจำแนกปัญหาหลักที่ SME มีความต้องการเร่งด่วนใน 5 ลำดับต้นๆ ได้แก่ (1) ด้านพัฒนากลยุทธ์การตลาดออฟไลน์และออนไลน์ (2) ด้านการพัฒนาปรับปรุงผลิตภัณฑ์ (3) ด้านการแก้ปัญหาสภาพคล่องทางการเงิน (4) ด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต และ (5) ด้านการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ



ปีนี้ สสว. จะเร่งตอบสนองความต้องการแก้ปัญหาของ SME ที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ ให้สามารถเข้าถึงโค้ชมืออาชีพต่างๆ ได้ โดยระบบจะมีตัวกรอง ตั้งแต่ (1) ระดับคุณภาพที่วัดจากจำนวนดาวที่ได้รับจาก SME (2) การคัดเลือกประเภทความเชี่ยวชาญของโค้ช (3) กระบวนการสื่อสารส่งผ่านชุดคำถาม-คำตอบ โดย SME สามารถส่งภาพถ่ายสินค้า หรือแจ้งปัญหาของเครื่องจักร หรือจะส่งภาพขั้นตอนการทำงานให้แก่โค้ชโดยตรงได้ เพื่อปรึกษาและหาแนวทางแก้ปัญหาในเบื้องต้นได้ก่อน (4) ระบบอาจจะนำส่งต่อปัญหานี้ไปยังหน่วยงานเฉพาะด้านที่สามารถให้คำตอบได้ ซึ่ง สสว. ก็มีความร่วมมือกับเครือข่ายพันธมิตรอื่นๆ ที่ร่วมกับทาง สสว. อยู่ก่อนหน้านี้แล้ว บริการใหม่ที่จะแนะนำในปีนี้ เรียกว่า #เอสเอ็มอีโค้ชชิ่งออนไลน์ #SMEcoachingonline  โดยจะมี ศูนย์ให้บริการเอสเอ็มอีครบวงจร (OSS) ของ สสว. ที่กระจายให้บริการอยู่ในทุกจังหวัด พร้อมจะสนับสนุนระบบงานนี้บนออฟไลน์ควบคู่กันไป

ถึงแม้ว่าสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 จะมีแนวโน้มคลี่คลายลงจนอาจกลับสู่สภาวะปกติ ในอนาคต ทว่ารูปแบบธุรกิจแบบเดิมๆ ก่อนหน้านี้ จะถูกกดดันด้วยประสิทธิภาพของเทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Disruption) ที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ พฤติกรรมผู้บริโภค และการแข่งขันทางธุรกิจ ด้วยเหตุนี้วิธีคิดและการดำเนินธุรกิจแบบก่อนหน้านี้ จะไม่กลับคืนสู่สภาพเดิมได้อีก



         สสว. เชื่อว่า SME ต้องเร่งสร้างภูมิคุ้มกัน โดยนำเทคโนโลยีดิจิทัลและการปรับโมเดลธุรกิจที่ทันกับยุค วิถีชีวิตปรกติใหม่ (New Normal) ที่มีความซับซ้อนมากขึ้นกว่าแต่ก่อนอย่างมาก และหาแนวทางฟื้นฟูและรักษาการเติบโตต่อไปในระยะยาว แนวทางการปรับตัวด้วยดิจิทัลดิสรัปชั่นจะเป็นอีกหนึ่งทางรอดและปัจจัยสำคัญที่จะผลักดันให้ SME ไทย เปลี่ยนโฉมแนวทางธุรกิจของตนเอง


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

Miss Universe 6 จังหวัด​ มาแสดงความขอบคุณ​ "สุวรรณี" ผู้บริหาร​ DOD Cafe & Bistro​

Miss Universe 6 จังหวัด​ มาแสดงความขอบคุณ​ "สุวรรณี" ผู้บริหาร​ DOD Cafe & Bistro​  หนึ่งในผู้สนับสนุนการประกวด​ Miss Universe 6 จังหวัด​         สาวงามผู้ครองตำแหน่ง​ Miss Universe 6 จังหวัด​ ได้แก่​ จังหวัดนครปฐม,​ หนองบัวลำภู, สุรินทร์, พระนครศรีอยุธยา, สมุทรปราการ​ ​และสมุทรสาคร​ เดินทางมาแสดงความขอบคุณ​ ​คุณสุวรรณี​ อิทธิวิบูลย์​ ผู้บริหาร บริษัท เพอโกล่าร์ จำกัด/บริษัท แกรชซี่ เดสติเนชั่น จำกัด, ผู้บริหาร​ DOD Cafe & Bistro​" และ อ.ดอส-ปณัฐ สุมาลย์โรจน์​ อาจารย์พิเศษ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และกรรมการผู้บริหารบริษัท เพอโกล่าร์ จำกัด​ ​ในฐานะเป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนการประกวด​ Miss Universe 6 จังหวัด​ ณ​ DOD Cafe & Bistro​ " ตำบลบางช้าง อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม​ เมื่อวันที่​ 11 มิถุนายน​ 2569       ในโอกาสอันดีนี้​ยังได้รับเกียรติจาก คุณสุขุม เชิดชื่น อดีตสมาชิกวุฒิสภา, คุณสุวลัย อมตะวณิชย์ เจ้าของร้านอาหารครัวอัปสร​ ตลาด​ อตก., คุณภารากรณ์ เชิดชื่น​ ผู้บริหารและเจ้าของหาดช้างเผือก​ และ​ ดร.ทิพวรรณ นาคละมัย​ กรรมการสมาคมสตรีนคร...

PMCU จุฬาฯ เนรมิตสยามสแควร์ให้เป็น ‘เวทีแจ้งเกิดของทุกคน’ จัดงาน​“Bangkok Street Performer Festival 2026”

PMCU จุฬาฯ  เนรมิตสยามสแควร์ให้เป็น ‘เวทีแจ้งเกิดของทุกคน’  จัดงาน ​ “Bangkok Street Performer Festival 2026” โชว์ศั กยภาพคนรุ่นใหม่ ใจกลางเมือง       เพราะเชื่อว่าความคิดสร้างสรรค์ไม่มีขีดจำกัด จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยสำนักงานทรัพย์สินจุฬาฯ​ หรือ​ PMCU ตั้งใจสร้าง Siam Square Walking Street ให้เป็นมากกว่าแค่แหล่งช้อปปิ้ง หรือจุดนัดพบ แต่เป็น "Platform แห่งโอกาส" ที่เปิดกว้างให้คนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ ได้เข้ามาสร้างสรรค์กิจกรรมที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็นดนตรีเปิดหมวก​ ที่เปิดโอกาสให้นักเรียน และนักศึกษา มาแสดงความสามารถด้านดนตรีจนกลายเป็นพื้นที่สำหรับศิลปินหรือวงดนตรีหน้าใหม่ได้สร้างฐานแฟนคลับใจกลางเมืองที่มาเปิดการแสดงแล้วกว่า 2,000 วง โดยมีนักดนตรีแสดงแล้วกว่า 15,000 คน และ​ Art & Performance Street Show การแสดงที่ใช้ทักษะพิเศษ เช่น มายากล, ละครใบ้ (Mime), การเต้น Cover Dance ไปจนถึงศิลปะการแสดงร่วมสมัย, Live Painting & Graffiti บางช่วงเวลาจะมีการเปิดพื้นที่ให้ศิลปินมาสร้างสรรค์งานทัศนศิลป์สดๆ ให้คนเดินผ่านไปมาได้ชม, Art & Craft Market ตลาดนัดงา...

สวพส. จัดการน้ำบนพื้นที่สูง เปลี่ยนชีวิตชุมชน สู่ความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน

สวพส. จัดการน้ำบนพื้นที่สูง เปลี่ยนชีวิตชุมชน สู่ความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน      แม้ฤดูฝนปีนี้จะมีปริมาณน้ำฝนมากกว่าค่าเฉลี่ยถึงร้อยละ 5 - 10 (ข้อมูลกรมอุตุนิยมวิทยา 13 พ.ค. 2568) แต่ใช่ว่าทุกพื้นที่จะได้ประโยชน์จากฝนที่ตกมากขึ้นโดยเฉพาะชุมชนบนพื้นที่สูง ที่บริบทพื้นที่ทำกินส่วนใหญ่อยู่สูงกว่าแหล่งน้ำธรรมชาติ ซึ่งยังคงต้องพึ่งพาน้ำฝนเป็นแหล่งน้ำหลัก ทั้งเพื่อการอุปโภค บริโภค และการเกษตร ชุมชนเหล่านี้มักเผชิญกับปัญหาฝนทิ้งช่วงและภัยแล้งซ้ำซาก ซึ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นจากความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศหรือสภาวะโลกเดือด       สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) หรือ สวพส. ได้ริเริ่มโครงการพัฒนาแหล่งน้ำและระบบกระจายน้ำขนาดเล็กมาตั้งแต่ปี 2563 เพื่อเพิ่มศักยภาพในการกักเก็บน้ำในช่วงฤดูฝน และกระจายน้ำให้เพียงพอในช่วงหน้าแล้ง ไม่เพียงเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้า แต่ยังมุ่งสร้างระบบจัดการน้ำที่ยั่งยืนโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน รวมไปถึงการฟื้นฟูดูแลรักษาป่ารอบๆ แหล่งน้ำ        ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ทำให้เกษตรกรกว่า 24,000 ราย ในพื้นที่สูง ...