ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ททท. จัดประกวดสุดยอดหมู่บ้านท่องเที่ยวชนบท และสุดยอดหมู่บ้าน OTOP เพื่อการท่องเที่ยว ยกระดับแบรนด์การท่องเที่ยวโดยชุมชนของประเทศไทย

ททท. จัดประกวดสุดยอดหมู่บ้านท่องเที่ยวชนบท

และสุดยอดหมู่บ้าน OTOP เพื่อการท่องเที่ยว

ยกระดับแบรนด์การท่องเที่ยวโดยชุมชนของประเทศไทย

       การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดประกวดสุดยอดหมู่บ้านท่องเที่ยวชนบท และหมู่บ้าน OTOP เพื่อการท่องเที่ยว ยกระดับคุณภาพการท่องเที่ยวชุมชนในระดับประเทศ ขยายผลสร้างการรับรู้ระดับนานาชาติ ส่งเสริมด้านการตลาด สร้างความเชื่อมั่น และสร้างการรับรู้ให้กับนักท่องเที่ยวกลุ่มเป้าหมาย เพื่อยกระดับแบรนด์การท่องเที่ยวโดยชุมชน ประเดิมประกาศผล 25 ชุมชนหมู่บ้านท่องเที่ยวชนบท และ 100 ชุมชนหมู่บ้าน OTOP เพื่อการท่องเที่ยว ที่ผ่านเข้ารอบสุดท้าย ณ ห้อง Ballroom1 โรงแรมคอนราด กรุงเทพ

     นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า  ททท. ร่วมกับ กรมการพัฒนาชุมชน กรมการท่องเที่ยว กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กรมส่งเสริมการเกษตร กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กรมส่งเสริมสหกรณ์ องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) สนง.ส่งเสริมการจัดการประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) (TCEB) สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (กทบ.) ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ บริษัทพีทีทีโกบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) บริษัท ประชารัฐรักสามัคคี (ประเทศไทย) มหาวิทยาลัยรัฐและเอกชน บริษัทนำเที่ยว สมาคมด้านการท่องเที่ยว และหน่วยงานที่ทำงานด้านชุมชนกว่า 40 องค์กร จัดโครงการประกวดสุดยอดหมู่บ้านท่องเที่ยวชนบท และสุดยอดหมู่บ้าน OTOP เพื่อการท่องเที่ยว เพื่อส่งเสริมและผลักดันให้การท่องเที่ยวชุมชนมีความเข้มแข็งสามารถสร้างงานพึ่งพาตนเองได้ ภายใต้นโยบายของรัฐบาลที่มุ่งหวังพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืนตามยุทธศาสตร์ของชาติ ในยามที่ประเทศจำเป็นต้องพึ่งพาความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจภายในจากการที่โลกต้องเผชิญกับวิกฤตโควิด-19


               สำหรับการจัดประกวดทั้ง 2 ประเภท จะดำเนินการภายใต้รูปแบบเดียวกัน คือ คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากทุกหน่วยงานจะร่วมกันเสนอชื่อชุมชนเพื่อคัดเลือกและประกาศผลรายชื่อชุมชนที่ได้รับการเสนอชื่อสูงสุดภายในงานประกาศผลและพิธีมอบรางวัลสุดยอดหมู่บ้านท่องเที่ยวชนบท ในวันที่ 27 กันยายน 2563  โดยคัดเลือกหมู่บ้านท่องเที่ยวชนบท จำนวน 25 ชุมชน สาขาละ 5 ชุมชน ได้แก่  สาขาหมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ (Best Creative Experience) สาขาหมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงเกษตร  (Best Argo tourism) สาขาหมู่บ้านท่องเที่ยวโฮมสเตย์ (Best Homestay)  สาขาหมู่บ้านท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ (Best Responsible Tourism) และสาขาหมู่บ้านท่องเที่ยวสำหรับจัดกิจกรรมเอาท์ติ้งกลุ่มตลาดองค์กร (Best for Company Outing)  และประกาศหมู่บ้าน OTOP เพื่อการท่องเที่ยว จำนวน 100 ชุมชน แบ่งเป็น  หมู่บ้าน OTOP เพื่อการท่องเที่ยวกลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้ ของตกแต่ง  หมู่บ้าน OTOP เพื่อการท่องเที่ยวกลุ่มผลิตภัณฑ์สมุนไพร  หมู่บ้าน OTOP เพื่อการท่องเที่ยวกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม หมู่บ้าน OTOP เพื่อการท่องเที่ยวกลุ่มผลิตภัณฑ์ผ้าและเครื่องแต่งกาย และหมู่บ้าน OTOP เพื่อการท่องเที่ยวกลุ่มผลิตภัณฑ์หลากหลาย

ทุกชุมชนที่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายจะเข้าสู่กระบวนการคัดสรรพิจารณาตัดสินจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่ลงพื้นที่และปิดท้ายด้วยการให้นักท่องเที่ยวร่วมโหวต แบ่งเป็นคะแนนพิจารณาของกรรมการ 70% และคะแนนโหวตจากนักท่องเที่ยว 30% เพื่อให้ได้ผลการตัดสินที่เป็นเอกฉันท์รอบด้านครบทุกมิติเพื่อมอบรางวัลสุดยอด หมู่บ้านท่องเที่ยวชนบทให้แก่ 15 ชุมชน ซึ่งเป็นรางวัลที่จะสร้างความภาคภูมิใจให้กับทุกชุมชนอย่างแท้จริง สำหรับผู้ชนะจากการประกวดครั้งนี้ นอกจากจะได้รับโล่รางวัลแล้วยังจะได้รับการประชาสัมพันธ์ต่อยอดขยายผลทางการตลาดและเสนอขายอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านสื่อต่าง ๆ มากมาย รวมทั้งการขายผ่านแพลทฟอร์มออนไลน์ระดับโลก เช่น Airbnb เป็นต้น

 

             

ทั้งนี้ ททท. จะจัดงานประกาศผลและพิธีมอบรางวัลสุดยอดหมู่บ้านท่องเที่ยวชนบท  ในวันที่ 27 กันยายน 2563  ซึ่งตรงกับวันท่องเที่ยวโลก World Tourism Day ในส่วนของรางวัลสุดยอดหมู่บ้าน OTOP เพื่อการท่องเที่ยว ทางคณะกรรมการจะลงพื้นที่ให้คะแนนตัดสินและมอบรางวัล ในช่วงปลายปี 2563 นี้ โดย ททท. เชื่อมั่นว่ากิจกรรมการประกวดในครั้งนี้ จะทำให้ชุมชนมีแรงจูงใจในการพัฒนาเพิ่มขีดความสามารถของชุมชนในด้านการท่องเที่ยวมากขึ้น ตลอดจนการส่งเสริมภาพลักษณ์ และยกระดับคุณภาพการท่องเที่ยวโดยชุมชน สร้างความเชื่อมั่นและแรงบันดาลใจให้แก่นักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางไปท่องเที่ยวชุมชนได้ทั้งในระดับประเทศ และขยายผลสร้างการรับรู้ในระดับนานาชาติได้อีกด้วย 

 

 


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

งาน “วันสันติภาพสากล 2025” มจร จัดอย่างใหญ่ พร้อมมอบรางวัล “ลมหายใจแห่งสันติภาพ”

งาน “วันสันติภาพสากล 2025” มจร จัดอย่างใหญ่  พร้อมมอบรางวัล “ลมหายใจแห่ง สันติภาพ”  แด่ผู้นำศาสนาและผู้นำประเทศ       หลักสูตรสตินวัตกรรมและสันติศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) โดยการนำของ พระเมธีวัชรบัณฑิต, ศ.ดร. ผู้อำนวยการหลักสูตร ร่วมกับภาคีเครือข่าย จัดงาน "วันสันติภาพสากล ประจำปี 2568" ภายใต้แนวคิด “สังคมตื่นรู้ สู่การพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียว” (Mindful Society for Green Economy Development) โดยมีพระสงฆ์ แขกผู้มีเกียรติ อาทิ คุณศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมงพาณิชย์, ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย, นายวรเกียรติ สุจิวโรดม เจ้าของโครงการ ชาวนา มหานคร, ดร.สุเทพ อารมณ์รักษ์ นายกสมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไทย (สธทท.), คุณกุลพรภัสร์ วงศ์มาจารภิญญา บริษัทไทยสมาย บัส จำกัด, คุณญาธิภา สิงห์สุวรรณ ผู้อำนวยการส่วนการท่องเที่ยว กรุงเทพมหานคร, ดร.ชวิศ ชื่นเจริญ (อ.มุ่ย หูทิพย์), คุณกชนันท์ ซิดดิค Mrs. Thailand World 2025, คุณพิมพ์ลภัส ชื่อมณีสวรรค์ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2023  ฉะเชิงเทรา,...

สวพส. จัดการน้ำบนพื้นที่สูง เปลี่ยนชีวิตชุมชน สู่ความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน

สวพส. จัดการน้ำบนพื้นที่สูง เปลี่ยนชีวิตชุมชน สู่ความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน      แม้ฤดูฝนปีนี้จะมีปริมาณน้ำฝนมากกว่าค่าเฉลี่ยถึงร้อยละ 5 - 10 (ข้อมูลกรมอุตุนิยมวิทยา 13 พ.ค. 2568) แต่ใช่ว่าทุกพื้นที่จะได้ประโยชน์จากฝนที่ตกมากขึ้นโดยเฉพาะชุมชนบนพื้นที่สูง ที่บริบทพื้นที่ทำกินส่วนใหญ่อยู่สูงกว่าแหล่งน้ำธรรมชาติ ซึ่งยังคงต้องพึ่งพาน้ำฝนเป็นแหล่งน้ำหลัก ทั้งเพื่อการอุปโภค บริโภค และการเกษตร ชุมชนเหล่านี้มักเผชิญกับปัญหาฝนทิ้งช่วงและภัยแล้งซ้ำซาก ซึ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นจากความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศหรือสภาวะโลกเดือด       สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) หรือ สวพส. ได้ริเริ่มโครงการพัฒนาแหล่งน้ำและระบบกระจายน้ำขนาดเล็กมาตั้งแต่ปี 2563 เพื่อเพิ่มศักยภาพในการกักเก็บน้ำในช่วงฤดูฝน และกระจายน้ำให้เพียงพอในช่วงหน้าแล้ง ไม่เพียงเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้า แต่ยังมุ่งสร้างระบบจัดการน้ำที่ยั่งยืนโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน รวมไปถึงการฟื้นฟูดูแลรักษาป่ารอบๆ แหล่งน้ำ        ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ทำให้เกษตรกรกว่า 24,000 ราย ในพื้นที่สูง ...

Miss Universe 6 จังหวัด​ มาแสดงความขอบคุณ​ "สุวรรณี" ผู้บริหาร​ DOD Cafe & Bistro​

Miss Universe 6 จังหวัด​ มาแสดงความขอบคุณ​ "สุวรรณี" ผู้บริหาร​ DOD Cafe & Bistro​  หนึ่งในผู้สนับสนุนการประกวด​ Miss Universe 6 จังหวัด​         สาวงามผู้ครองตำแหน่ง​ Miss Universe 6 จังหวัด​ ได้แก่​ จังหวัดนครปฐม,​ หนองบัวลำภู, สุรินทร์, พระนครศรีอยุธยา, สมุทรปราการ​ ​และสมุทรสาคร​ เดินทางมาแสดงความขอบคุณ​ ​คุณสุวรรณี​ อิทธิวิบูลย์​ ผู้บริหาร บริษัท เพอโกล่าร์ จำกัด/บริษัท แกรชซี่ เดสติเนชั่น จำกัด, ผู้บริหาร​ DOD Cafe & Bistro​" และ อ.ดอส-ปณัฐ สุมาลย์โรจน์​ อาจารย์พิเศษ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และกรรมการผู้บริหารบริษัท เพอโกล่าร์ จำกัด​ ​ในฐานะเป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนการประกวด​ Miss Universe 6 จังหวัด​ ณ​ DOD Cafe & Bistro​ " ตำบลบางช้าง อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม​ เมื่อวันที่​ 11 มิถุนายน​ 2569       ในโอกาสอันดีนี้​ยังได้รับเกียรติจาก คุณสุขุม เชิดชื่น อดีตสมาชิกวุฒิสภา, คุณสุวลัย อมตะวณิชย์ เจ้าของร้านอาหารครัวอัปสร​ ตลาด​ อตก., คุณภารากรณ์ เชิดชื่น​ ผู้บริหารและเจ้าของหาดช้างเผือก​ และ​ ดร.ทิพวรรณ นาคละมัย​ กรรมการสมาคมสตรีนคร...