ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ททท. ผนึกกำลัง แอปพลิเคชัน TAGTHAi (ทักทาย) ลงนาม MOU ร่วมผลักดันแอปพลิเคชันเพื่อการท่องเที่ยวแห่งแรก

ททท. ผนึกกำลัง แอปพลิเคชัน TAGTHAi (ทักทาย) ลงนาม MOU 

ร่วมผลักดันแอปพลิเคชันเพื่อการท่องเที่ยวแห่งแรก

ที่รวบรวมข้อมูลการท่องเที่ยวที่น่าเชื่อถือและครบวงจรที่สุด

       การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และ บริษัท ไทย ดิจิทัล แพลตฟอร์ม วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เพื่อสนับสนุนการแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านการท่องเที่ยวไทย และผลักดันแอปพลิเคชัน TAGTHAi (ทักทาย) ให้เป็น Thailand’s Official Tourism Platform ด้านการท่องเที่ยวที่น่าเชื่อถือและครบวงจรที่สุดในประเทศไทย โดยข้อตกลงดังกล่าวถือเป็นการตอบรับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ของภาครัฐ ในการนำเทคโนโลยีและข้อมูลของทั้งภาครัฐและเอกชนมาใช้ประโยชน์ เพื่อร่วมขับเคลื่อนโครงสร้างเศรษฐกิจ อุตสาหกรรมท่องเที่ยว โดยได้รับเกียรติจาก นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. นายกลินท์ สารสิน ประธานกิตติมศักดิ์ หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และประธานคณะจัดการ บริษัท ไทย ดิจิทัล แพลตฟอร์ม วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด ผู้ร่วมก่อตั้ง TAGTHAi Platform เป็นผู้แทนลงนาม ณ อาคารการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานใหญ่ เมื่อวันก่อน 18 มกราคม 2567

      นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า “ทาง ททท. เล็งเห็นถึงศักยภาพของ TAGTHAi ในฐานะ Super Aggregator Platform ที่จะเป็นส่วนสำคัญในการเชื่อมโยงการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศไทยได้อย่างครบวงจร โดยจะส่งมอบประสบการณ์การท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ให้กับนักท่องเที่ยวที่นิยมการเดินทางด้วยตนเองมากขึ้นผ่านการนำเสนอบริการการท่องเที่ยวที่เข้าถึงวิถีชีวิต สอดรับกับแนวทาง Soft Power ชูจุดเด่นของแต่ละท้องถิ่น ควบคู่กับการสร้าง Meaningful Travel ให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวที่มีคุณค่า ตลอดจนร่วมกันผลักดันเป้าหมายการท่องเที่ยวในปี 2567 เร่งฟื้นฟูอุตสาหกรรมฯ ให้พร้อมพลิกโฉมสู่ High Value and Sustainable Tourism ที่เน้นคุณค่าและความยั่งยืนอย่างแท้จริงตามนโยบายของรัฐบาล”

“สำหรับความร่วมมือในครั้งนี้ จะเป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกัน โดย ททท. จะสนับสนุนด้านการประชาสัมพันธ์ TAGTHAi ผ่านช่องทางและกิจกรรมทางการตลาดต่างๆ ของ ททท. พร้อมสนับสนุนการให้ข้อมูลเกี่ยวกับแหล่งท่องเที่ยวและเส้นทางท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ขณะที่ทางแอปพลิเคชันจะแลกเปลี่ยนข้อมูลเทรนด์ หรือแนวโน้ม และพฤติกรรมการเดินทางของนักท่องเที่ยวที่ได้จากการเก็บสถิติของผู้ใช้บริการ โดย ททท. หวังว่าจะสามารถขับเคลื่อนไปสู่การเชื่อมต่อข้อมูลการท่องเที่ยวระหว่างแพลตฟอร์มของ ททท. และ TAGTHAi  อย่างมีประสิทธิภาพได้ในอนาคต”

         นายกลินท์ สารสิน ประธานกิตติมศักดิ์หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ในฐานะประธานคณะจัดการ บริษัท ไทย ดิจิทัล แพลตฟอร์ม วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด ผู้ร่วมก่อตั้ง TAGTHAi Platform กล่าวว่า “ปัจจุบันเทคโนโลยีดิจิทัลได้ เข้ามามีบทบาทสำคัญอย่างมากในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ในนามของ TAGTHAi เรามีเป้าหมายที่จะขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทยให้เป็นจุดมุ่งหมายด้านการท่องเที่ยวระดับโลก โดยเริ่มต้นจากการพัฒนา TAGTHAi Platform ด้านการท่องเที่ยวในรูปแบบดิจิทัลที่ตอบโจทย์พฤติกรรมนักท่องเที่ยวและการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ และด้วยความร่วมมือด้านการแลกเปลี่ยนข้อมูลการท่องเที่ยวจาก ททท. ในครั้งนี้ จะผลักดัน TAGTHAi ให้เป็น Super Aggregator Platform ที่สมบูรณ์แบบที่สุดสำหรับนักท่องเที่ยว และจะนึกถึงและใช้ TAGTHAi เป็นตัวช่วยสำคัญในการเดินทางท่องเที่ยวในเมืองไทย”

“ในปี 2566 ที่ผ่านมา TAGTHAi ได้จัดทำซิตี้พาส (City Pass) ท่องเที่ยวแบบครบวงจร กิน เที่ยว ครบ จบในพาสเดียว และกอล์ฟพาส (Golf Pass) ซึ่งได้นำร่องเปิดตัวที่จังหวัดเชียงใหม่และเมืองพัทยา และได้รับผลตอบรับอย่างดีมากจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยในปีนี้ TAGTHAi มีแผนที่จะขยายซิตี้พาสและกอล์ฟพาสไปยังจังหวัดต่าง ๆ ทั้งเมืองหลักและเมืองรอง เพื่อสร้างรายได้จากนักท่องเที่ยวในปัจจุบันที่นิยมการเดินทางเพื่อสัมผัสมนต์เสน่ห์ท้องถิ่นกันมากขึ้น ซึ่งจะช่วยสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจชุมชนฐานรากอีกด้วย” นายกลินท์ กล่าวปิดท้าย

          สำหรับบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่าง บริษัท ไทย ดิจิทัล แพลตฟอร์ม วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด และ ททท. ในครั้งนี้ มุ่งหวังว่า TAGTHAi Super Aggregator Platform จะเข้ามาเป็นส่วนสำคัญในการฟื้นฟูและส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในปี 2567 รวมทั้งสร้างความมั่นใจว่าอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยและสังคมไทยจะมุ่งหน้าสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงคุณภาพและเติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืนต่อไป


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

งาน “วันสันติภาพสากล 2025” มจร จัดอย่างใหญ่ พร้อมมอบรางวัล “ลมหายใจแห่งสันติภาพ”

งาน “วันสันติภาพสากล 2025” มจร จัดอย่างใหญ่  พร้อมมอบรางวัล “ลมหายใจแห่ง สันติภาพ”  แด่ผู้นำศาสนาและผู้นำประเทศ       หลักสูตรสตินวัตกรรมและสันติศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) โดยการนำของ พระเมธีวัชรบัณฑิต, ศ.ดร. ผู้อำนวยการหลักสูตร ร่วมกับภาคีเครือข่าย จัดงาน "วันสันติภาพสากล ประจำปี 2568" ภายใต้แนวคิด “สังคมตื่นรู้ สู่การพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียว” (Mindful Society for Green Economy Development) โดยมีพระสงฆ์ แขกผู้มีเกียรติ อาทิ คุณศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมงพาณิชย์, ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย, นายวรเกียรติ สุจิวโรดม เจ้าของโครงการ ชาวนา มหานคร, ดร.สุเทพ อารมณ์รักษ์ นายกสมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไทย (สธทท.), คุณกุลพรภัสร์ วงศ์มาจารภิญญา บริษัทไทยสมาย บัส จำกัด, คุณญาธิภา สิงห์สุวรรณ ผู้อำนวยการส่วนการท่องเที่ยว กรุงเทพมหานคร, ดร.ชวิศ ชื่นเจริญ (อ.มุ่ย หูทิพย์), คุณกชนันท์ ซิดดิค Mrs. Thailand World 2025, คุณพิมพ์ลภัส ชื่อมณีสวรรค์ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2023  ฉะเชิงเทรา,...

สวพส. จัดการน้ำบนพื้นที่สูง เปลี่ยนชีวิตชุมชน สู่ความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน

สวพส. จัดการน้ำบนพื้นที่สูง เปลี่ยนชีวิตชุมชน สู่ความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน      แม้ฤดูฝนปีนี้จะมีปริมาณน้ำฝนมากกว่าค่าเฉลี่ยถึงร้อยละ 5 - 10 (ข้อมูลกรมอุตุนิยมวิทยา 13 พ.ค. 2568) แต่ใช่ว่าทุกพื้นที่จะได้ประโยชน์จากฝนที่ตกมากขึ้นโดยเฉพาะชุมชนบนพื้นที่สูง ที่บริบทพื้นที่ทำกินส่วนใหญ่อยู่สูงกว่าแหล่งน้ำธรรมชาติ ซึ่งยังคงต้องพึ่งพาน้ำฝนเป็นแหล่งน้ำหลัก ทั้งเพื่อการอุปโภค บริโภค และการเกษตร ชุมชนเหล่านี้มักเผชิญกับปัญหาฝนทิ้งช่วงและภัยแล้งซ้ำซาก ซึ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นจากความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศหรือสภาวะโลกเดือด       สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) หรือ สวพส. ได้ริเริ่มโครงการพัฒนาแหล่งน้ำและระบบกระจายน้ำขนาดเล็กมาตั้งแต่ปี 2563 เพื่อเพิ่มศักยภาพในการกักเก็บน้ำในช่วงฤดูฝน และกระจายน้ำให้เพียงพอในช่วงหน้าแล้ง ไม่เพียงเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้า แต่ยังมุ่งสร้างระบบจัดการน้ำที่ยั่งยืนโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน รวมไปถึงการฟื้นฟูดูแลรักษาป่ารอบๆ แหล่งน้ำ        ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ทำให้เกษตรกรกว่า 24,000 ราย ในพื้นที่สูง ...

PMCU จุฬาฯ เนรมิตสยามสแควร์ให้เป็น ‘เวทีแจ้งเกิดของทุกคน’ จัดงาน​“Bangkok Street Performer Festival 2026”

PMCU จุฬาฯ  เนรมิตสยามสแควร์ให้เป็น ‘เวทีแจ้งเกิดของทุกคน’  จัดงาน ​ “Bangkok Street Performer Festival 2026” โชว์ศั กยภาพคนรุ่นใหม่ ใจกลางเมือง       เพราะเชื่อว่าความคิดสร้างสรรค์ไม่มีขีดจำกัด จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยสำนักงานทรัพย์สินจุฬาฯ​ หรือ​ PMCU ตั้งใจสร้าง Siam Square Walking Street ให้เป็นมากกว่าแค่แหล่งช้อปปิ้ง หรือจุดนัดพบ แต่เป็น "Platform แห่งโอกาส" ที่เปิดกว้างให้คนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ ได้เข้ามาสร้างสรรค์กิจกรรมที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็นดนตรีเปิดหมวก​ ที่เปิดโอกาสให้นักเรียน และนักศึกษา มาแสดงความสามารถด้านดนตรีจนกลายเป็นพื้นที่สำหรับศิลปินหรือวงดนตรีหน้าใหม่ได้สร้างฐานแฟนคลับใจกลางเมืองที่มาเปิดการแสดงแล้วกว่า 2,000 วง โดยมีนักดนตรีแสดงแล้วกว่า 15,000 คน และ​ Art & Performance Street Show การแสดงที่ใช้ทักษะพิเศษ เช่น มายากล, ละครใบ้ (Mime), การเต้น Cover Dance ไปจนถึงศิลปะการแสดงร่วมสมัย, Live Painting & Graffiti บางช่วงเวลาจะมีการเปิดพื้นที่ให้ศิลปินมาสร้างสรรค์งานทัศนศิลป์สดๆ ให้คนเดินผ่านไปมาได้ชม, Art & Craft Market ตลาดนัดงา...