ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

โครงการคืนคุณแผ่นดิน ทุ่ม 10 ล้านซื้อผลิตภัณฑ์กองทุนหมู่บ้าน ชาวบ้านแห่ขายสินค้าผ่านแอฟ M-Help Me เสริมการขาย ขยายตลาด หนุนชุมชนเติบโตยั่งยืน

โครงการคืนคุณแผ่นดิน ทุ่ม 10 ล้านซื้อผลิตภัณฑ์กองทุนหมู่บ้าน

ชาวบ้านแห่ขายสินค้าผ่านแอฟ M-Help Me

เสริมการขาย ขยายตลาด หนุนชุมชนเติบโตยั่งยืน


               โครงการคืนคุณแผ่นดิน เดินหน้าพัฒนาสังคมไทย ผนึกสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ หนุนเศรษฐกิจเข้มแข็งจากฐานราก สนับสนุนซื้อผลิตภัณฑ์กองทุนหมู่บ้าน 10 ล้านบาท เพิ่มช่องทางการตลาดผ่านแอปพลิเคชัน M-Help me ชาวบ้านทั่วประเทศแห่โหลดใช้งาน เสริมการขาย ขยายตลาด ร่วมฝ่าวิกฤตโควิด-19 หวังชุมชนเติบโตอย่างยั่งยืน

              โครงการคืนคุณแผ่นดิน ประกาศความร่วมมือกับสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ สนับสนุนซื้อผลิตภัณฑ์และเพิ่มช่องทางการตลาด พัฒนาชุมชน เพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย เสริมสร้างคุณภาพชีวิต โดยโครงการคืนคุณแผ่นดิน ได้ซื้อผลิตภัณฑ์จากสำนักงานกองทุนหมู่บ้าน 10 ล้านบาท พร้อมเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าของประชาชน ชุมชนไปสู่ตลาดในวงกว้างทั่วประเทศ ผ่านแอปพลิเคชัน M-Help me มุ่งกระตุ้นเศรษฐกิจหมุนเวียนเสริมแกร่งชุมชนเติบโตอย่างยั่งยืน 

              คุณประสิทธิ์ เจียวก๊ก ประธานโครงการคืนคุณแผ่นดิน เปิดเผยว่า ท่ามกลางสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อสังคมและเศรษฐกิจในทุกภาคส่วนทั่วโลก โครงการคืนคุณแผ่นดิน จึงมีแนวคิดในการช่วยเหลือชาวบ้าน วัตถุประสงค์ของงานเพื่อให้ประชาชนมีความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน พร้อมสร้างความมั่นคงในระยะยาว เสริมการขาย ขยายยอดซื้อ ในช่องทางต่างๆ เพื่อเพิ่มสถานะของประชาชนให้อยู่ดีกินดี



           โครงการนี้เกิดขึ้นจากโครงการคืนคุณแผ่นดินร่วมกับหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา และโครงการแก้ปัญหาหนี้เสียของทหารได้สำเร็จ ที่ จ.ลพบุรี และการช่วยชาวบ้านทั่วประเทศ โดยเล็งเห็นว่า โครงการกองทุนหมู่บ้าน ที่มีอยู่กว่า 70,000 กว่าหมู่บ้าน สามารถต่อขยายและเป็นโมเดลให้ชาวบ้านเข้มแข็งได้ เพราะกองทุนหมู่บ้านมีองค์ประกอบครบ มีการรวมตัว มีผู้นำ คณะกรรมการฯ แต่สินค้าที่มีอยู่ในชุมชนต่างๆยังไม่ได้รับการต่อยอด หรือช่องทางการขาย ต่างๆทางออนไลน์และออฟไลน์ 

            ประธานโครงการคืนคุณแผ่นดิน ยืนยันว่า สนับสนุนซื้อผลิตภัณฑ์กองทุนหมู่บ้าน 10 ล้านบาท ทำให้เกิดการตื่นตัวของชาวบ้าน โดยทางโครงการฯ มีช่องทางการตลาดเข้าไปพัฒนาร่วมด้วย ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการซื้อสินค้าทั่วประเทศ และเปิดช่องทางการขายของประชาชนสู่มือลูกค้าโดยตรง

จุดเด่นของงาน ครั้งนี้เป็นครั้งแรกของการจัดงาน ที่บรูณาการแบ่งครบวงจร ประชาชนได้ขายสินค้าจากทั่วประเทศอย่างแท้จริงและเป็นการซื้อสินค้าก่อน โดยการชำระเงินซื้อสินค้าทันที และใช้ช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ พร้อมทั้งให้หมู่บ้านสร้างรายได้จากการขายสินค้า บริการ พร้อมทั้งรับสินค้าถูกจากโรงงานไปขาย จึงทำให้มีชาวบ้านพร้อมขายสินค้าผลิตภัณฑ์ ผ่านแอปพลิเคชั่น M-Help Me 

             นอกจากนี้ ยังมีเสียงตอบรับจากประชาชน เช่น จ.ชุมพร ประชาชนมาขายสินค้า หรือออกงาน ทางโครงการคืนคุณแผ่นดินเหมาสินค้ามาจัดจำหน่ายในช่องทางต่างๆ พร้อมให้การสนับสนุนเพื่อให้เกิดความเข้มแข็งในชุมชน 

                                         

             ทั้งนี้หมู่บ้านจะมีความเข้มแข็ง สามารถยืนหยัดด้วยตัวเอง ทั้งผลผลิตและมีการพัฒนาอย่างยั่งยืนทั่วประเทศ เพิ่มช่องทางต่างๆในการขาย ผ่านแอฟพลิเคชั่น M-Help Me มีการชำระเงิน มีการประกันสินค้า ทางโครงการคืนคุณแผ่นดินดำเนินการหาลูกค้าให้ทุกช่องทาง  ประชาชนจะได้ประโยชน์สูงสุดรวมถึงประเทศชาติ

       ด้าน นายรักษ์พงษ์ เซ่งเจริญ ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ  กล่าวว่า ความร่วมมือสนับสนุนซื้อผลิตภัณฑ์กองทุนหมู่บ้านและเพิ่มช่องทางการตลาด ระหว่างโครงการคืนคุณแผ่นดิน กับ สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ ต้องการให้สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.) สนับสนุนการเพิ่มรายได้ให้กับสมาชิกกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองทั่วประเทศ โดยการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ สินค้าของสมาชิกกองทุนหมู่บ้านให้กับสมาชิกกองทุนหมู่บ้านกันเองและบุคคลทั่วไป สอดคล้องกับนโยบายของโครงการคืนคุณแผ่นดินที่มุ่งเน้นที่จะช่วยสนับสนุนให้คนในชุมชนมีรายได้เพิ่มมากขึ้น ซึ่ง สทบ. มีกองทุนหมู่บ้านทั่วประเทศซึ่งมีผลิตภัณฑ์สินค้าหลากหลายประเภทและมีจำนวนมาก 


ดังนั้นจึงเกิดความร่วมมือสนับสนุนซื้อผลิตภัณฑ์กองทุนหมู่บ้านและเพิ่มช่องทางการตลาดขึ้น ระหว่างโครงการคืนคุณแผ่นดิน กับ สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ เพื่อนำผู้ซื้อจากโครงการคืนคุณแผ่นดินมาสนับสนุนซื้อผลิตภัณฑ์ สินค้ากองทุนหมู่บ้านและเพิ่มช่องทางการตลาด ให้กับสมาชิกกองทุนหมู่บ้านได้มีรายได้เพิ่มมากขึ้น อีกทั้งยังเป็นการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากของประเทศอีกด้วย เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับสมาชิกกองทุนหมู่บ้าน   เพื่อเพิ่มช่องการการตลาดให้กับสมาชิกกองทุนหมู่บ้าน เพื่อให้สมาชิกกองทุนหมู่บ้านมีความ เป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยโครงการนี้มีผู้สนใจเข้าร่วมทั่วประเทศ 4 ภาค (ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้)

           สมาชิกกองทุนหมู่บ้านทั่วประเทศ สามารถดาวน์โหลดและสมัครใช้งานระบบแพลตฟอร์มความต้องการซื้อ-ขาย-ขนส่ง-ประกัน-ชำระเงินออนไลน์บนแอปพลิเคชัน M-Help me เพื่อการใช้แพลตฟอร์มในการส่งเสริมและเพิ่มช่องทางการขายสินค้ากองทุนหมู่บ้านบนแพลตฟอร์มออนไลน์ที่เป็นธรรมและสร้างประโยชน์สูงสุดให้แก่ผู้ใช้งาน โดยผู้ซื้อและผู้ขายสามารถตกลงการซื้อขายได้โดยตรงโดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง 

สำหรับ ผู้ที่สนใจผลิตภัณฑ์จากกองทุนหมู่บ้านและผู้ที่มีความต้องการขายผลิตภัณฑ์ สามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน  M-Help me ฟรี ได้ทั้งระบบ Android และ IOS ได้แล้ววันนี้


                ภายในบูธมีการแนะนำการใช้แอปพลิเคชัน M-HELP ME ซึ่งมีบริการ N2O การสอบถาม ปรึกษา และขอคำแนะนำทางการแพทย์ เริ่มตั้งแต่ขั้นตอนการใช้งานในเบื้องต้น  เพื่อให้ประชาชนสามารถขอรับคำปรึกษาทางการแพทย์ผ่านทางแอปพลิเคชันดั่งสโลแกน  “มีหมอเป็นเพื่อน มีเพื่อนเป็นหมอ" 

และ มีการแนะนำบริษัท ML Future Tech ในเครือของ M-Group ซึ่งเป็นเป็นบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านไอที เป็นผู้จัดหา Tablet ให้กับจุดจำหน่ายของกองทุนหมู่บ้าน โดยในงานนี้ได้นำTablet รุ่นที่จะส่งมอบให้กับกองทุนหมู่บ้านมาโชว์ให้เห็นการทำงานของ M-Help me ขั้นตอนการใช้งานต่าง ๆ โดยร้านค้าที่อยู่ในเครือข่ายของกองทุนหมู่บ้าน มีสิทธิที่จะได้รับ Tablet ฟรี ตามเงื่อนไขที่บริษัทกำหนด โดยเป็นการนำเทคโนโลยีไปใช้เพื่อให้ชุมชนสามารถเป็นจุดจำหน่ายสินค้าและเพิ่มรายได้ให้กับชุมชนได้ 

หนึ่งในโครงการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ ภายในบูธจัดแสดงรายละเอียดโครงการ “เที่ยวเพื่อชาติ” พร้อมแพ็กเกจสำหรับผู้ที่สนใจ ประกอบด้วย 1.แพคเกจฯ  990 บาท ใช้บริการได้ 1,300 บาท รับคูปองแจกฟรี  50 บาท 2.แพคเกจฯ  6,000 บาท ใช้บริการได้ 10,000 บาท รับคูปองแจกฟรี  300 บาท และ 3.แพคเกจฯ  50,000 บาท ใช้บริการได้  100,000 บาท รับคูปองแจกฟรี  2,800 บาท

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

งาน “วันสันติภาพสากล 2025” มจร จัดอย่างใหญ่ พร้อมมอบรางวัล “ลมหายใจแห่งสันติภาพ”

งาน “วันสันติภาพสากล 2025” มจร จัดอย่างใหญ่  พร้อมมอบรางวัล “ลมหายใจแห่ง สันติภาพ”  แด่ผู้นำศาสนาและผู้นำประเทศ       หลักสูตรสตินวัตกรรมและสันติศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) โดยการนำของ พระเมธีวัชรบัณฑิต, ศ.ดร. ผู้อำนวยการหลักสูตร ร่วมกับภาคีเครือข่าย จัดงาน "วันสันติภาพสากล ประจำปี 2568" ภายใต้แนวคิด “สังคมตื่นรู้ สู่การพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียว” (Mindful Society for Green Economy Development) โดยมีพระสงฆ์ แขกผู้มีเกียรติ อาทิ คุณศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมงพาณิชย์, ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย, นายวรเกียรติ สุจิวโรดม เจ้าของโครงการ ชาวนา มหานคร, ดร.สุเทพ อารมณ์รักษ์ นายกสมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไทย (สธทท.), คุณกุลพรภัสร์ วงศ์มาจารภิญญา บริษัทไทยสมาย บัส จำกัด, คุณญาธิภา สิงห์สุวรรณ ผู้อำนวยการส่วนการท่องเที่ยว กรุงเทพมหานคร, ดร.ชวิศ ชื่นเจริญ (อ.มุ่ย หูทิพย์), คุณกชนันท์ ซิดดิค Mrs. Thailand World 2025, คุณพิมพ์ลภัส ชื่อมณีสวรรค์ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2023  ฉะเชิงเทรา,...

สวพส. จัดการน้ำบนพื้นที่สูง เปลี่ยนชีวิตชุมชน สู่ความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน

สวพส. จัดการน้ำบนพื้นที่สูง เปลี่ยนชีวิตชุมชน สู่ความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน      แม้ฤดูฝนปีนี้จะมีปริมาณน้ำฝนมากกว่าค่าเฉลี่ยถึงร้อยละ 5 - 10 (ข้อมูลกรมอุตุนิยมวิทยา 13 พ.ค. 2568) แต่ใช่ว่าทุกพื้นที่จะได้ประโยชน์จากฝนที่ตกมากขึ้นโดยเฉพาะชุมชนบนพื้นที่สูง ที่บริบทพื้นที่ทำกินส่วนใหญ่อยู่สูงกว่าแหล่งน้ำธรรมชาติ ซึ่งยังคงต้องพึ่งพาน้ำฝนเป็นแหล่งน้ำหลัก ทั้งเพื่อการอุปโภค บริโภค และการเกษตร ชุมชนเหล่านี้มักเผชิญกับปัญหาฝนทิ้งช่วงและภัยแล้งซ้ำซาก ซึ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นจากความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศหรือสภาวะโลกเดือด       สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) หรือ สวพส. ได้ริเริ่มโครงการพัฒนาแหล่งน้ำและระบบกระจายน้ำขนาดเล็กมาตั้งแต่ปี 2563 เพื่อเพิ่มศักยภาพในการกักเก็บน้ำในช่วงฤดูฝน และกระจายน้ำให้เพียงพอในช่วงหน้าแล้ง ไม่เพียงเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้า แต่ยังมุ่งสร้างระบบจัดการน้ำที่ยั่งยืนโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน รวมไปถึงการฟื้นฟูดูแลรักษาป่ารอบๆ แหล่งน้ำ        ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ทำให้เกษตรกรกว่า 24,000 ราย ในพื้นที่สูง ...

PMCU จุฬาฯ เนรมิตสยามสแควร์ให้เป็น ‘เวทีแจ้งเกิดของทุกคน’ จัดงาน​“Bangkok Street Performer Festival 2026”

PMCU จุฬาฯ  เนรมิตสยามสแควร์ให้เป็น ‘เวทีแจ้งเกิดของทุกคน’  จัดงาน ​ “Bangkok Street Performer Festival 2026” โชว์ศั กยภาพคนรุ่นใหม่ ใจกลางเมือง       เพราะเชื่อว่าความคิดสร้างสรรค์ไม่มีขีดจำกัด จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยสำนักงานทรัพย์สินจุฬาฯ​ หรือ​ PMCU ตั้งใจสร้าง Siam Square Walking Street ให้เป็นมากกว่าแค่แหล่งช้อปปิ้ง หรือจุดนัดพบ แต่เป็น "Platform แห่งโอกาส" ที่เปิดกว้างให้คนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ ได้เข้ามาสร้างสรรค์กิจกรรมที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็นดนตรีเปิดหมวก​ ที่เปิดโอกาสให้นักเรียน และนักศึกษา มาแสดงความสามารถด้านดนตรีจนกลายเป็นพื้นที่สำหรับศิลปินหรือวงดนตรีหน้าใหม่ได้สร้างฐานแฟนคลับใจกลางเมืองที่มาเปิดการแสดงแล้วกว่า 2,000 วง โดยมีนักดนตรีแสดงแล้วกว่า 15,000 คน และ​ Art & Performance Street Show การแสดงที่ใช้ทักษะพิเศษ เช่น มายากล, ละครใบ้ (Mime), การเต้น Cover Dance ไปจนถึงศิลปะการแสดงร่วมสมัย, Live Painting & Graffiti บางช่วงเวลาจะมีการเปิดพื้นที่ให้ศิลปินมาสร้างสรรค์งานทัศนศิลป์สดๆ ให้คนเดินผ่านไปมาได้ชม, Art & Craft Market ตลาดนัดงา...