ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ผู้ส่งออกไทยต้องเตรียมพร้อมรับมือกฎหมายตัดไม้ทำลายป่าสหภาพยุโรป ต้องศึกษารายละเอียดของสินค้าของตนให้สามารถตรวจสอบกลับได้

 ผู้ส่งออกไทยต้องเตรียมพร้อมรับมือกฎหมายตัดไม้ทำลายป่าสหภาพยุโรป

ต้องศึกษารายละเอียดของสินค้าของตนให้สามารถตรวจสอบกลับได้

         ผู้ส่งออกสินค้าไทยไปสหภาพยุโรปต้องเตรียมพร้อมรับมือกับกฎหมายสินค้าปลอดการตัดไม้ทำลายป่าของสหภาพยุโรป (European Union Deforestation Regulation – EUDR ที่กำหนดจะเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่ 30 ธันวาคม 2567 เน้นสินค้าโภคภัณฑ์ 7 หมวดได้แก่ น้ำมันปาล์ม ยางพารา ไม้ กาแฟ โกโก้ วัวและถั่วเหลือง และไม่ใช่แค่ในรูปของวัตถุดิบแต่ยังรวมถึงสินค้าอุปโภคบริโภคและสินค้าแปรรูปที่มีองค์ประกอบของผลิตภัณฑ์ดังกล่าวด้วย

          ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายความยั่งยืนของสหภาพยุโรป  มร. Kees Bronk  เตือนผู้ส่งออกสินค้าไลฟ์สไตล์ของไทย ให้เร่งศึกษารายละเอียดของมาตรการ EUDR ที่จะบังคับใช้ในทั้ง 27 ประเทศสมาชิกของสหภาพยุโรป แม้กฎหมายนี้จะไม่มีผลบังคับโดยตรงในประเทศไทย แต่จะมีผลบังคับใช้กับผู้นำเข้าและผู้ค้าส่งและปลีกในสหภาพยุโรป โดยจะเริ่มกับผู้ประกอบการรายใหญ่ก่อนภายในปีนี้ และให้เวลาปรับตัวกับรายย่อยจนถึงกลางปีหน้า  หากผู้ส่งออกไทยต้องการรักษาตลาดและความสัมพันธ์ทางการค้ากับสหภาพยุโรป ก็จำเป็นต้องรีบปรับตัว ซึ่ง มร. Bronk กล่าวผ่านการบรรยายออนไลน์ เร็วๆ นี้ที่งาน STYLE Bangkok 2024 ซึ่งจัดโดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์

            มร.Bronk ได้ให้คำแนะนำผู้ส่งออกไทยว่า จะต้องศึกษารายละเอียดของสินค้าของตนให้สามารถตรวจสอบกลับได้ พร้อมหลักฐานยืนยันได้ว่า สินค้าของตนปลอดจากการตัดไม้ทำลายป่า จัดทำรายงานตามเกณฑ์มาตรฐาน และกำกับดูแลให้ทุกฝ่ายในห่วงโซ่อุปทานของตนปฎิบัติตามกฎระเบียบที่ EUDR กำหนดหัวใจสำคัญของ EUDR มี 3 ข้อคือ ปลอดการตัดไม้ทำลายป่า ผลิตโดยถูกต้องตามกฎหมายของประเทศที่ผลิต และผ่านการตรวจสอบและประเมินสินค้า (Due Diligence) ตามที่สหภาพยุโรปกำหนด

            ในการทำ Due Diligence ประกอบด้วย 3 ขั้นตอนหลัก  คือ รวบรวมข้อมูลตลอดห่วงโซ่การผลิต ประเมินความเสี่ยงที่เกี่ยวกับการทำลายป่าและประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม สังคมและ  ธรรมาภิบาล (ESG) และการบรรเทาผลกระทบอย่างไร เมื่อพบว่ามีความเสี่ยง เช่นจัดทำเอกสารเพิ่มเติมและดำเนินมาตรการในการลดความเสี่ยงอย่างเป็นขั้นตอน  

ธุรกิจต่างๆ สามารถเตรียมความพร้อมในการรับมือกับกฎระเบียบ EUDR ได้โดยการเริ่มจัดทำรายงานความยั่งยืน (sustainability report) ขององค์กรของตน ให้ความรู้กับคู่ค้าในห่วงโซ่ อุปทานเกี่ยวกับ กระบวนการจัดเก็บและจัดส่งข้อมูล รวมถึงการสื่อสารคุณค่าที่แท้จริงของสินค้า โดยมีหลักฐานยืนยันเพื่อหลีกเลี่ยงการฟอกเขียวหรือสื่อสารทางการตลาดที่ไม่ตรงตามข้อเท็จจริงซึ่งในอนาคตจะมีการตรวจสอบและบทลงโทษเช่นกัน ทั้งนี้การออกแบบสินค้าโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม จะสามารถเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม


 


                                                                                                  





ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

งาน “วันสันติภาพสากล 2025” มจร จัดอย่างใหญ่ พร้อมมอบรางวัล “ลมหายใจแห่งสันติภาพ”

งาน “วันสันติภาพสากล 2025” มจร จัดอย่างใหญ่  พร้อมมอบรางวัล “ลมหายใจแห่ง สันติภาพ”  แด่ผู้นำศาสนาและผู้นำประเทศ       หลักสูตรสตินวัตกรรมและสันติศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) โดยการนำของ พระเมธีวัชรบัณฑิต, ศ.ดร. ผู้อำนวยการหลักสูตร ร่วมกับภาคีเครือข่าย จัดงาน "วันสันติภาพสากล ประจำปี 2568" ภายใต้แนวคิด “สังคมตื่นรู้ สู่การพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียว” (Mindful Society for Green Economy Development) โดยมีพระสงฆ์ แขกผู้มีเกียรติ อาทิ คุณศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมงพาณิชย์, ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย, นายวรเกียรติ สุจิวโรดม เจ้าของโครงการ ชาวนา มหานคร, ดร.สุเทพ อารมณ์รักษ์ นายกสมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไทย (สธทท.), คุณกุลพรภัสร์ วงศ์มาจารภิญญา บริษัทไทยสมาย บัส จำกัด, คุณญาธิภา สิงห์สุวรรณ ผู้อำนวยการส่วนการท่องเที่ยว กรุงเทพมหานคร, ดร.ชวิศ ชื่นเจริญ (อ.มุ่ย หูทิพย์), คุณกชนันท์ ซิดดิค Mrs. Thailand World 2025, คุณพิมพ์ลภัส ชื่อมณีสวรรค์ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2023  ฉะเชิงเทรา,...

สวพส. จัดการน้ำบนพื้นที่สูง เปลี่ยนชีวิตชุมชน สู่ความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน

สวพส. จัดการน้ำบนพื้นที่สูง เปลี่ยนชีวิตชุมชน สู่ความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน      แม้ฤดูฝนปีนี้จะมีปริมาณน้ำฝนมากกว่าค่าเฉลี่ยถึงร้อยละ 5 - 10 (ข้อมูลกรมอุตุนิยมวิทยา 13 พ.ค. 2568) แต่ใช่ว่าทุกพื้นที่จะได้ประโยชน์จากฝนที่ตกมากขึ้นโดยเฉพาะชุมชนบนพื้นที่สูง ที่บริบทพื้นที่ทำกินส่วนใหญ่อยู่สูงกว่าแหล่งน้ำธรรมชาติ ซึ่งยังคงต้องพึ่งพาน้ำฝนเป็นแหล่งน้ำหลัก ทั้งเพื่อการอุปโภค บริโภค และการเกษตร ชุมชนเหล่านี้มักเผชิญกับปัญหาฝนทิ้งช่วงและภัยแล้งซ้ำซาก ซึ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นจากความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศหรือสภาวะโลกเดือด       สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) หรือ สวพส. ได้ริเริ่มโครงการพัฒนาแหล่งน้ำและระบบกระจายน้ำขนาดเล็กมาตั้งแต่ปี 2563 เพื่อเพิ่มศักยภาพในการกักเก็บน้ำในช่วงฤดูฝน และกระจายน้ำให้เพียงพอในช่วงหน้าแล้ง ไม่เพียงเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้า แต่ยังมุ่งสร้างระบบจัดการน้ำที่ยั่งยืนโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน รวมไปถึงการฟื้นฟูดูแลรักษาป่ารอบๆ แหล่งน้ำ        ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ทำให้เกษตรกรกว่า 24,000 ราย ในพื้นที่สูง ...

PMCU จุฬาฯ เนรมิตสยามสแควร์ให้เป็น ‘เวทีแจ้งเกิดของทุกคน’ จัดงาน​“Bangkok Street Performer Festival 2026”

PMCU จุฬาฯ  เนรมิตสยามสแควร์ให้เป็น ‘เวทีแจ้งเกิดของทุกคน’  จัดงาน ​ “Bangkok Street Performer Festival 2026” โชว์ศั กยภาพคนรุ่นใหม่ ใจกลางเมือง       เพราะเชื่อว่าความคิดสร้างสรรค์ไม่มีขีดจำกัด จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยสำนักงานทรัพย์สินจุฬาฯ​ หรือ​ PMCU ตั้งใจสร้าง Siam Square Walking Street ให้เป็นมากกว่าแค่แหล่งช้อปปิ้ง หรือจุดนัดพบ แต่เป็น "Platform แห่งโอกาส" ที่เปิดกว้างให้คนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ ได้เข้ามาสร้างสรรค์กิจกรรมที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็นดนตรีเปิดหมวก​ ที่เปิดโอกาสให้นักเรียน และนักศึกษา มาแสดงความสามารถด้านดนตรีจนกลายเป็นพื้นที่สำหรับศิลปินหรือวงดนตรีหน้าใหม่ได้สร้างฐานแฟนคลับใจกลางเมืองที่มาเปิดการแสดงแล้วกว่า 2,000 วง โดยมีนักดนตรีแสดงแล้วกว่า 15,000 คน และ​ Art & Performance Street Show การแสดงที่ใช้ทักษะพิเศษ เช่น มายากล, ละครใบ้ (Mime), การเต้น Cover Dance ไปจนถึงศิลปะการแสดงร่วมสมัย, Live Painting & Graffiti บางช่วงเวลาจะมีการเปิดพื้นที่ให้ศิลปินมาสร้างสรรค์งานทัศนศิลป์สดๆ ให้คนเดินผ่านไปมาได้ชม, Art & Craft Market ตลาดนัดงา...