ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

สวพส. ร่วมกับอำเภอเฉลิมพระเกียรติ และส่วนราชการในจังหวัดน่าน จัดกิจกรรมการทำแนวป้องกันไฟป่าสองแผ่นดิน

สวพส. ร่วมกับอำเภอเฉลิมพระเกียรติ และส่วนราชการในจังหวัดน่าน จัดกิจกรรมการทำแนวป้องกันไฟป่าสองแผ่นดิน 

ลดความยากจน ลดการเผา และฝุ่น PM 2.5 

ณ บ้านห้วยโก๋น ตำบลห้วยโก๋น อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน

     สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) หรือ สวพส. จัดงานกิจกรรมการทำแนวป้องกันไฟป่าสองแผ่นดิน และการประยุกต์ใช้องค์ความรู้จากงานวิจัยเพื่อแก้ไขปัญหาความยากจน ลดการเผา และฝุ่น PM 2.5 แบบบูรณาการและมุ่งเป้า ณ บ้านห้วยโก๋น ตำบลห้วยโก๋น อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน  โดยได้รับเกียรติจาก นายเทวา ปัญญาบุญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานในพิธีเปิดพร้อมมอบนโยบายเกี่ยวกับแนวทางป้องกันไฟป่าสองแผ่นดิน และการประยุกต์ใช้องค์ความรู้จากงานวิจัยเพื่อแก้ไขปัญหาความยากจน ลดการเผา และฝุ่น MP 2.5 แบบบูรณาการและมุ่งเป้า เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ  โดยมีรองเจ้าเมืองเงิน ผู้แทนแขวงไซยะบุรี เกษตรกร สปป.ลาว เกษตรกรในพื้นที่ตำบลห้วยโก๋น ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนทั่วไปผู้สนใจ กว่า 400 คน เข้าร่วมกิจกรรม

       นายเทวา ปัญญาบุญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน  กล่าวเปิดงานว่า การจัดกิจกรรม“การทำแนวป้องกันไฟป่าสองแผ่นดิน และการประยุกต์ใช้องค์ความรู้จากงานวิจัยเพื่อแก้ไขปัญหาความยากจน ลดการเผา และฝุ่น PM 2.5 แบบบูรณาการและมุ่งเป้า” เป็นกิจกรรมที่ดีในการเผยแพร่และถ่ายทอดองค์ความรู้โครงการหลวงเกี่ยวกับแนวทางการปรับระบบเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ลดใช้สารเคมี ลดการเผา เพื่อเป็นทางเลือกในการพัฒนาอาชีพ และแก้ไขปัญหาความยากจนให้กับประชาชนบนพื้นที่สูงในเขตชายแดนประเทศไทย และประชาชนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น กระตุ้นจิตสำนึกและรณรงค์ประชาสัมพันธ์เผยแพร่องค์ความรู้การป้องกันแก้ไขปัญหาไฟป่าและการเผาในที่โล่ง สามารถสร้างเครือข่ายความร่วมมือในการควบคุมไฟป่า รวมทั้งส่งเสริมให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการป้องกันแก้ไขปัญหามลพิษจากหมอกควันไฟป่าได้อย่างยั่งยืน

      ดร.เพชรดา อยู่สุข  รองผู้อำนวยการสถาบันด้านการพัฒนา สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) กล่าวว่า สวพส.ได้จัดกิจกรรมการทำแนวป้องกันไฟป่าสองแผ่นดิน และการประยุกต์ใช้องค์ความรู้จากงานวิจัยเพื่อแก้ไขปัญหาความยากจน ลดการเผา และฝุ่น PM 2.5 แบบบูรณาการและมุ่งเป้า โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อร่วมกันเฉลิมพระเกียรติในปีมหามงคล โดยร่วมกับอำเภอเฉลิมพระเกียรติ และส่วนราชการในจังหวัดน่าน จัดกิจกรรม สืบเนื่องจากในช่วงหลังเดือนธันวาคมของทุกปีซึ่งเป็นช่วงเก็บเกี่ยวผลผลิต และมีเศษพืชที่เหลือจำนวนมาก หากจัดการไม่เหมาะสมและถูกวิธีจะส่งผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมได้ โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอเฉลิมพระเกียรติ ซึ่งเป็นพื้นที่เป้าหมายในการขยายการพัฒนาของโครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวงในจังหวัดน่าน เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนบนพื้นที่สูงในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการเผาในพื้นที่การเกษตร

 

       สำหรับกิจกรรมการทำแนวป้องกันไฟป่าสองแผ่นดิน ลดความยากจน ลดการเผา และฝุ่น PM 2.5 แบบบูรณาการและมุ่งเป้า ณ บ้านห้วยโก๋น ตำบลห้วยโก๋น อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน มีจุดแสดงนิทรรศการองค์ความรู้ที่จะคอยถ่ายทอดให้กับผู้เข้าร่วมงาน ดังนี้

1. แนวทางการปรับระบบเกษตรด้วยเกษตรมูลค่าสูง ด้วยพืชผักในโรงเรือน พืชไร่และไม้ผลเศรษฐกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ด้วยองค์ความรู้จากผลงานวิจัย เพื่อการพัฒนาพื้นที่สูงอย่างยั่งยืน 

2. กาแฟฟื้นฟูป่า และการพัฒนาสินค้าชุมชนเพื่อเพิ่มมูลค่า 

3. การพัฒนาช่องทางการตลาดด้วย GREEN PRODUCT: ผลผลิตที่ไม่บุกรุกป่า จากพื้นที่ไม่เผา ช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียว  

4. แนวทางการพัฒนามาตรฐานสินค้าเกษตร

5. การทำปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยหมัก  

6. การแปรรูปผลิตภัณฑ์จากเศษวัสดุเกษตรเพื่อเพิ่มมูลค่าด้วยผลิตภัณฑ์จากใบไม้ และการเพาะเห็ด  

7. การสร้างอาหารธรรมชาติจากเศษวัสดุเหลือใช้ : ฟางบอล  

8. การส่งเสริมการเรียนรู้องค์ความรู้พื้นที่สูงผ่านระบบเทคโนโลยีดิจิทัล 

9. การส่งเสริมอาชีพผ้าถักรองเขียงจากเศษวัสดุ

10. อันตรายจากฝุ่น PM 2.5 และการดูแลป้องกันเบื้องต้น 

11. รณรงค์ลดการเผา และบริหารจัดการวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร 

12. การบริหารจัดการข้อมูลเพื่อการแก้ไขปัญหาการเผาอย่างบูรณาการ และแนวทางการป้องกันไฟป่าและบริหารจัดการไฟตามหลักวิชาการ/ตามมาตรการของจังหวัด 

13. การจัดการเศษวัสดุการเกษตรเพื่อลดการเผาด้วยชีวมวลอัดแท่ง 

14. องค์ความรู้จากผลงานวิจัย เพื่อการพัฒนาพื้นที่สูงอย่างยั่งยืน





ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

Miss Universe 6 จังหวัด​ มาแสดงความขอบคุณ​ "สุวรรณี" ผู้บริหาร​ DOD Cafe & Bistro​

Miss Universe 6 จังหวัด​ มาแสดงความขอบคุณ​ "สุวรรณี" ผู้บริหาร​ DOD Cafe & Bistro​  หนึ่งในผู้สนับสนุนการประกวด​ Miss Universe 6 จังหวัด​         สาวงามผู้ครองตำแหน่ง​ Miss Universe 6 จังหวัด​ ได้แก่​ จังหวัดนครปฐม,​ หนองบัวลำภู, สุรินทร์, พระนครศรีอยุธยา, สมุทรปราการ​ ​และสมุทรสาคร​ เดินทางมาแสดงความขอบคุณ​ ​คุณสุวรรณี​ อิทธิวิบูลย์​ ผู้บริหาร บริษัท เพอโกล่าร์ จำกัด/บริษัท แกรชซี่ เดสติเนชั่น จำกัด, ผู้บริหาร​ DOD Cafe & Bistro​" และ อ.ดอส-ปณัฐ สุมาลย์โรจน์​ อาจารย์พิเศษ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และกรรมการผู้บริหารบริษัท เพอโกล่าร์ จำกัด​ ​ในฐานะเป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนการประกวด​ Miss Universe 6 จังหวัด​ ณ​ DOD Cafe & Bistro​ " ตำบลบางช้าง อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม​ เมื่อวันที่​ 11 มิถุนายน​ 2569       ในโอกาสอันดีนี้​ยังได้รับเกียรติจาก คุณสุขุม เชิดชื่น อดีตสมาชิกวุฒิสภา, คุณสุวลัย อมตะวณิชย์ เจ้าของร้านอาหารครัวอัปสร​ ตลาด​ อตก., คุณภารากรณ์ เชิดชื่น​ ผู้บริหารและเจ้าของหาดช้างเผือก​ และ​ ดร.ทิพวรรณ นาคละมัย​ กรรมการสมาคมสตรีนคร...

PMCU จุฬาฯ เนรมิตสยามสแควร์ให้เป็น ‘เวทีแจ้งเกิดของทุกคน’ จัดงาน​“Bangkok Street Performer Festival 2026”

PMCU จุฬาฯ  เนรมิตสยามสแควร์ให้เป็น ‘เวทีแจ้งเกิดของทุกคน’  จัดงาน ​ “Bangkok Street Performer Festival 2026” โชว์ศั กยภาพคนรุ่นใหม่ ใจกลางเมือง       เพราะเชื่อว่าความคิดสร้างสรรค์ไม่มีขีดจำกัด จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยสำนักงานทรัพย์สินจุฬาฯ​ หรือ​ PMCU ตั้งใจสร้าง Siam Square Walking Street ให้เป็นมากกว่าแค่แหล่งช้อปปิ้ง หรือจุดนัดพบ แต่เป็น "Platform แห่งโอกาส" ที่เปิดกว้างให้คนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ ได้เข้ามาสร้างสรรค์กิจกรรมที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็นดนตรีเปิดหมวก​ ที่เปิดโอกาสให้นักเรียน และนักศึกษา มาแสดงความสามารถด้านดนตรีจนกลายเป็นพื้นที่สำหรับศิลปินหรือวงดนตรีหน้าใหม่ได้สร้างฐานแฟนคลับใจกลางเมืองที่มาเปิดการแสดงแล้วกว่า 2,000 วง โดยมีนักดนตรีแสดงแล้วกว่า 15,000 คน และ​ Art & Performance Street Show การแสดงที่ใช้ทักษะพิเศษ เช่น มายากล, ละครใบ้ (Mime), การเต้น Cover Dance ไปจนถึงศิลปะการแสดงร่วมสมัย, Live Painting & Graffiti บางช่วงเวลาจะมีการเปิดพื้นที่ให้ศิลปินมาสร้างสรรค์งานทัศนศิลป์สดๆ ให้คนเดินผ่านไปมาได้ชม, Art & Craft Market ตลาดนัดงา...

สวพส. จัดการน้ำบนพื้นที่สูง เปลี่ยนชีวิตชุมชน สู่ความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน

สวพส. จัดการน้ำบนพื้นที่สูง เปลี่ยนชีวิตชุมชน สู่ความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน      แม้ฤดูฝนปีนี้จะมีปริมาณน้ำฝนมากกว่าค่าเฉลี่ยถึงร้อยละ 5 - 10 (ข้อมูลกรมอุตุนิยมวิทยา 13 พ.ค. 2568) แต่ใช่ว่าทุกพื้นที่จะได้ประโยชน์จากฝนที่ตกมากขึ้นโดยเฉพาะชุมชนบนพื้นที่สูง ที่บริบทพื้นที่ทำกินส่วนใหญ่อยู่สูงกว่าแหล่งน้ำธรรมชาติ ซึ่งยังคงต้องพึ่งพาน้ำฝนเป็นแหล่งน้ำหลัก ทั้งเพื่อการอุปโภค บริโภค และการเกษตร ชุมชนเหล่านี้มักเผชิญกับปัญหาฝนทิ้งช่วงและภัยแล้งซ้ำซาก ซึ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นจากความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศหรือสภาวะโลกเดือด       สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) หรือ สวพส. ได้ริเริ่มโครงการพัฒนาแหล่งน้ำและระบบกระจายน้ำขนาดเล็กมาตั้งแต่ปี 2563 เพื่อเพิ่มศักยภาพในการกักเก็บน้ำในช่วงฤดูฝน และกระจายน้ำให้เพียงพอในช่วงหน้าแล้ง ไม่เพียงเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้า แต่ยังมุ่งสร้างระบบจัดการน้ำที่ยั่งยืนโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน รวมไปถึงการฟื้นฟูดูแลรักษาป่ารอบๆ แหล่งน้ำ        ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ทำให้เกษตรกรกว่า 24,000 ราย ในพื้นที่สูง ...