ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

“กรุงไทยพานิชประกันภัย” คว้ารางวัล “MEA ENERGY AWARDS” พร้อมเดินหน้าธุรกิจที่ใส่ใจการพัฒนาอย่างยั่งยืน

“กรุงไทยพานิชประกันภัย” คว้ารางวัล “MEA ENERGY AWARDS”

พร้อมเดินหน้าธุรกิจที่ใส่ใจการพัฒนาอย่างยั่งยืน

                    “MEA ENERGY AWARDS” เป็นรางวัลที่มอบให้กับอาคารประหยัดพลังงาน ภายใต้โครงการส่งเสริมการปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงานในอาคารปีที่ 6 จัดโดยการไฟฟ้านครหลวง หรือ กฟน. (Metropolitan Electricity Authority : MEA)

                         ปี 2565 นี้ บริษัท กรุงไทยพานิชประกันภัย จำกัด (มหาชน) ในนามอาคาร เคพีไอ ทาวเวอร์ คว้ารางวัลดังกล่าวเป็นครั้งที่ 2 ด้วยการดำเนินนโยบายที่ตอกย้ำประสิทธิภาพด้านการบริหารจัดการพลังงานและระบบอากาศภายในอาคารที่มีคุณภาพ

                 ดร. พงษ์ภาณุ ดำรงศิริ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กรุงไทยพานิชประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ เคพีไอ (KPI) กล่าวถึงจุดเริ่มต้นการเข้าร่วมโครงการ “MEA ENERGY AWARDS” ว่าเกิดจากบริษัทฯ ต้องการเดินหน้าสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนหรือ Sustainable Development โดยเน้นหลักปฏิบัติตามมาตรฐานสากลที่ได้นำมาประยุกต์ใช้ตามกรอบ SDGs ของสหประชาชาติ บนแนวคิดของบริษัทที่ว่า “ก้าวอย่างมุ่งมั่นเพื่อวันข้างหน้าที่ยั่งยืน” หรือ “Step for Tomorrow Sustainability  ทั้ง 3 ด้าน ประกอบด้วยการมีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี (Good Health and Well Being) การรับมือกับสภาวะโลกร้อน (Climate Action) การผลิตและการบริโภคอย่างรับผิดชอบ (Responsible Consumption)

       เมื่อการใส่ใจรับผิดชอบต่อสภาวะโลกร้อนและสิ่งแวดล้อมเป็นหนึ่งในเป้าหมายที่กรุงไทยพานิชประกันภัยให้ความสำคัญ จึงได้มีแผนจัดการดูแลอาคาร เคพีไอ ทาวเวอร์ ซึ่งเป็นอาคารสำนักงานของกรุงไทยพานิชประกันภัยตั้งแต่แรกเริ่มก่อสร้างอาคาร 

     เริ่มต้นดี...มีชัยไปกว่าครึ่ง กรุงไทยพานิชประกันภัยได้เริ่มก่อสร้างอาคาร เคพีไอ ทาวเวอร์ แห่งนี้ในปี 2552 หรือเมื่อ 10 กว่าปีที่ผ่านมา โดยวางคอนเซ็ปต์การก่อสร้างอาคารให้เป็นอาคารประหยัดพลังงาน ตัวอาคารมีการก่อสร้างด้วยการใช้ผนังกระจกโดยรอบ เพื่อให้มีแสงธรรมชาติส่องถึงเข้ามาภายในอาคารทำให้ลดการใช้พลังงานไฟฟ้า ระบบจัดการอากาศหมุนเวียนภายในอาคาร รวมถึงโครงการอื่นๆ ที่บริษัททำอย่างต่อเนื่องเช่น การเปลี่ยนหลอดไฟฟ้าในบางพื้นที่ของอาคารให้เป็นหลอดประหยัดไฟอัตโนมัติ และเปลี่ยนหลอดไฟเป็น LED T5 ที่ประหยัดกว่าหลอดประเภทอื่นประมาณ 40 - 50 % ปรับปรุงระบบปรับอากาศให้ใช้พลังงานอย่างคุ้มค่า กำหนดนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมและรณรงค์ให้ความรู้ด้านการลดการใช้พลังงานแก่พนักงานหรือผู้ใช้อาคารให้ร่วมกันประหยัดพลังงานอย่างต่อเนื่อง มีการวัดค่า PM 2.5 เพื่อให้เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน เรื่องความสะอาดอาคาร กำจัดฝุ่นละอองอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดปัญหาที่อาจกระทบต่อสุขภาพของพนักงานและผู้ใช้อาคาร มุ่งเน้นให้มีการดูแลพื้นที่ปฏิบัติงานให้มีสภาพแวดล้อมที่ดี ปลอดภัย และน่าอยู่อย่างสม่ำเสมอ

             นอกจากนี้ กรุงไทยพานิชประกันภัย ยังนำแนวคิดแผนพัฒนาที่ยั่งยืนหรือ Sustainable Development ที่ได้วางแผนโครงการต่างๆ เพื่อมุ่งสู่การลดใช้พลังงานในปี 2565 ในหลากหลายแนวทาง เช่น สนับสนุนการใช้พลังงานทางเลือก เช่น ใช้รถไฟฟ้า (Electric Vehicle : EV) ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ทั้งสำนักงานใหญ่และสำนักงานสาขาต่าง ๆ 

     ขณะเดียวกันกรุงไทยพานิชประกันภัยมีเป้าหมายในการดูแลด้านสิ่งแวดล้อมและพลังงาน โดยมุ่งเน้นการ เติบโตสู่อนาคตที่ยั่งยืน “Step for Tomorrow Sustainability” ขับเคลื่อนธุรกิจบนรากฐานที่มั่นคงแข็งแกร่ง โดยยึดหลักบรรษัทภิบาล มุ่งเน้นความเป็นธรรม โปร่งใสและตรวจสอบได้ โดยคำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม พร้อมกับเดินหน้าสู่ก้าวที่ยิ่งใหญ่ด้วยการดำเนินตามนโยบายที่วางไว้

                    ส่วนการรับมือกับสภาวะโลกร้อน (Climate Action) ภายใต้การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เป็นความท้าทายสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของมนุษย์อย่างมาก โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงของฤดูกาล การเกิดภัยพิบัติ การเปลี่ยนรูปแบบการกระจายของเชื้อโรคและพาหะนำโรค ซึ่งเกิดจากปัจจัยสำคัญคือ ก๊าซเรือนกระจก สนับสนุนให้เกิดกิจกรรมในการ ลด ละ เลิกการใช้ทรัพยากรที่ทำลายสิ่งแวดล้อม รวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่ช่วยให้ผู้บริโภคสามารถรับมือกับปัญหาภัยธรรมชาติได้ดีขึ้น ตลอดจนการลงทุนในองค์กรวิสาหกิจที่ช่วยลดปัญหาสภาวะโลกร้อน

                นอกจากนี้ยังตระหนักถึงการมีสุขภาพที่ดีและความเป็นอยู่ที่ดี (Good Health and Well Being) โดยการสร้างหลักประกันการมีสุขภาพดีและส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีสำหรับทุกคน ทุกวัย บริษัทฯ ได้พัฒนาออกแบบผลิตภัณฑ์ประกันภัยและพัฒนาการให้บริการ เพื่อดูแลลูกค้าและยังให้ความสำคัญกับกลุ่มลูกค้าผู้สูงวัย กลุ่มลูกค้าเปราะบาง ให้สามารถเข้าถึงการประกันภัยประเภทต่างๆ ได้ง่ายขึ้น โดยสามารถนำมาใช้เป็นหลักประกันความมั่นคงของครอบครัวได้ อย่างไรก็ตามการผลิตและการบริโภคอย่างรับผิดชอบ (Responsible Consumption and Production) สามารถบริโภคแบบรักษ์โลกได้ เพื่อส่งให้คนรุ่นลูก รุ่นหลาน ของเรายังได้มีกินมีใช้กันต่อไปในอนาคต

             “รางวัล “MEA ENERGY AWARDS”  ถือเป็นรางวัลแห่งความภูมิใจของกรุงไทยพานิชประกันภัย ที่ได้รับรางวัลนี้อีกครั้ง โดยครั้งแรกได้รับเมื่อปี 2560 ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันถึงการรักษาคุณภาพและความใส่ใจต่อการบริหารจัดการอาคารที่มีประสิทธิภาพได้อย่างต่อเนื่อง จนทำให้อาคาร เคพีไอ ทาวเวอร์ ยังเป็นอาคารที่ได้มาตรฐานในการประหยัดพลังงานมาโดยตลอด” ดร. พงษ์ภาณุ กล่าวเพิ่มเติม

                  กรุงไทยพานิชประกันภัยยืนยันเดินหน้าสนับสนุนทุกกิจกรรมที่สามารถช่วยดูแลโลกและสังคมส่วนรวมให้เกิดการพัฒนาไปได้อย่างยั่งยืนในทุกมิติ 






ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

งาน “วันสันติภาพสากล 2025” มจร จัดอย่างใหญ่ พร้อมมอบรางวัล “ลมหายใจแห่งสันติภาพ”

งาน “วันสันติภาพสากล 2025” มจร จัดอย่างใหญ่  พร้อมมอบรางวัล “ลมหายใจแห่ง สันติภาพ”  แด่ผู้นำศาสนาและผู้นำประเทศ       หลักสูตรสตินวัตกรรมและสันติศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) โดยการนำของ พระเมธีวัชรบัณฑิต, ศ.ดร. ผู้อำนวยการหลักสูตร ร่วมกับภาคีเครือข่าย จัดงาน "วันสันติภาพสากล ประจำปี 2568" ภายใต้แนวคิด “สังคมตื่นรู้ สู่การพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียว” (Mindful Society for Green Economy Development) โดยมีพระสงฆ์ แขกผู้มีเกียรติ อาทิ คุณศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมงพาณิชย์, ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย, นายวรเกียรติ สุจิวโรดม เจ้าของโครงการ ชาวนา มหานคร, ดร.สุเทพ อารมณ์รักษ์ นายกสมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไทย (สธทท.), คุณกุลพรภัสร์ วงศ์มาจารภิญญา บริษัทไทยสมาย บัส จำกัด, คุณญาธิภา สิงห์สุวรรณ ผู้อำนวยการส่วนการท่องเที่ยว กรุงเทพมหานคร, ดร.ชวิศ ชื่นเจริญ (อ.มุ่ย หูทิพย์), คุณกชนันท์ ซิดดิค Mrs. Thailand World 2025, คุณพิมพ์ลภัส ชื่อมณีสวรรค์ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2023  ฉะเชิงเทรา,...

สวพส. จัดการน้ำบนพื้นที่สูง เปลี่ยนชีวิตชุมชน สู่ความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน

สวพส. จัดการน้ำบนพื้นที่สูง เปลี่ยนชีวิตชุมชน สู่ความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน      แม้ฤดูฝนปีนี้จะมีปริมาณน้ำฝนมากกว่าค่าเฉลี่ยถึงร้อยละ 5 - 10 (ข้อมูลกรมอุตุนิยมวิทยา 13 พ.ค. 2568) แต่ใช่ว่าทุกพื้นที่จะได้ประโยชน์จากฝนที่ตกมากขึ้นโดยเฉพาะชุมชนบนพื้นที่สูง ที่บริบทพื้นที่ทำกินส่วนใหญ่อยู่สูงกว่าแหล่งน้ำธรรมชาติ ซึ่งยังคงต้องพึ่งพาน้ำฝนเป็นแหล่งน้ำหลัก ทั้งเพื่อการอุปโภค บริโภค และการเกษตร ชุมชนเหล่านี้มักเผชิญกับปัญหาฝนทิ้งช่วงและภัยแล้งซ้ำซาก ซึ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นจากความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศหรือสภาวะโลกเดือด       สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) หรือ สวพส. ได้ริเริ่มโครงการพัฒนาแหล่งน้ำและระบบกระจายน้ำขนาดเล็กมาตั้งแต่ปี 2563 เพื่อเพิ่มศักยภาพในการกักเก็บน้ำในช่วงฤดูฝน และกระจายน้ำให้เพียงพอในช่วงหน้าแล้ง ไม่เพียงเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้า แต่ยังมุ่งสร้างระบบจัดการน้ำที่ยั่งยืนโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน รวมไปถึงการฟื้นฟูดูแลรักษาป่ารอบๆ แหล่งน้ำ        ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ทำให้เกษตรกรกว่า 24,000 ราย ในพื้นที่สูง ...

PMCU จุฬาฯ เนรมิตสยามสแควร์ให้เป็น ‘เวทีแจ้งเกิดของทุกคน’ จัดงาน​“Bangkok Street Performer Festival 2026”

PMCU จุฬาฯ  เนรมิตสยามสแควร์ให้เป็น ‘เวทีแจ้งเกิดของทุกคน’  จัดงาน ​ “Bangkok Street Performer Festival 2026” โชว์ศั กยภาพคนรุ่นใหม่ ใจกลางเมือง       เพราะเชื่อว่าความคิดสร้างสรรค์ไม่มีขีดจำกัด จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยสำนักงานทรัพย์สินจุฬาฯ​ หรือ​ PMCU ตั้งใจสร้าง Siam Square Walking Street ให้เป็นมากกว่าแค่แหล่งช้อปปิ้ง หรือจุดนัดพบ แต่เป็น "Platform แห่งโอกาส" ที่เปิดกว้างให้คนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ ได้เข้ามาสร้างสรรค์กิจกรรมที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็นดนตรีเปิดหมวก​ ที่เปิดโอกาสให้นักเรียน และนักศึกษา มาแสดงความสามารถด้านดนตรีจนกลายเป็นพื้นที่สำหรับศิลปินหรือวงดนตรีหน้าใหม่ได้สร้างฐานแฟนคลับใจกลางเมืองที่มาเปิดการแสดงแล้วกว่า 2,000 วง โดยมีนักดนตรีแสดงแล้วกว่า 15,000 คน และ​ Art & Performance Street Show การแสดงที่ใช้ทักษะพิเศษ เช่น มายากล, ละครใบ้ (Mime), การเต้น Cover Dance ไปจนถึงศิลปะการแสดงร่วมสมัย, Live Painting & Graffiti บางช่วงเวลาจะมีการเปิดพื้นที่ให้ศิลปินมาสร้างสรรค์งานทัศนศิลป์สดๆ ให้คนเดินผ่านไปมาได้ชม, Art & Craft Market ตลาดนัดงา...