ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ททท. และสธทท. ร่วมกันจัดกิจกรรมโครงการ “เที่ยวไทย 5 ภาค กับ สธทท.” นำท่องเที่ยวหลายเสันทางทั่วทุกภูมิภาค ส่งเสริมการตลาดภายในประเทศ

ททท. และสธทท. ร่วมกันจัดกิจกรรมโครงการ เที่ยวไทย 5 ภาค กับ สธทท.” 

นำท่องเที่ยวหลายเสัน

ทางทั่วทุกภูมิภาค 

ส่งเสริมการตลาดภายใน

ประเทศ



การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) นำโดยนางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ ททท.ร่วมกับสมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไทย (สธทท.) จัดกิจกรรมโครงการ เที่ยวไทย 5 ภาค กับ สธทท.โดยจัดเส้นทางนำเที่ยวทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ เพื่อส่งเสริมการตลาดภายในประเทศ


นายกันตพงษ์ ธนเนืองโรจน์  นายกสมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไทย (สธทท.) และประธานโครงการ เที่ยวไทย 5 ภาค กับ สธทท.พร้อมด้วยประธานภูมิภาคต่างๆ และคณะกรรมการ สธทท. ได้แก่ ดร.สุเทพ อารมณ์รักษ์ ประธานภูมิภาคภาคกลาง สธทท. คุณชนัฐมนทน์  เงินวิวัฒน์กูล ประธานภูมิภาคภาคใต้ สธทท. คุณกัญญ์วรัณ แผ่พร รองประธานภูมิภาคภาคเหนือ สธทท. คุณโสดารินทร์ ธนเนืองโรจน์ ประธานภูมิภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สธทท. นายพูลผล แพทอง ประธานภูมิภาคภาคตะวันออก สธทท. นายสมานนพพล รัตนธรรมทิตยา และคุณสิรินดา เอกเสถียร ร่วมแถลงความคืบหน้าในการดำเนินโครงการ เที่ยวไทย 5 ภาค กับ สธทท.โดยได้รับเกียรติจากที่ปรึกษา นายมานิต บุญฉิม นางวรินทร ทองพูน นายสวัสดิ์ นวพล อาจารย์ชัยรัตน์ ด่านวิวัฒนานนท์ ประธานธรรมสถานเมืองกระบี่ นายพรเทพ สีบุญเรือง หลานพระยาคงคาธราธิบดี เจ้าเมืองกระบี่ ให้เกียรติเข้าร่วมประชุมและร่วมแสดงความคิดเห็น ในการประชุมครั้งนี้ ณ ร้านอาหารส้มตำคุณกัญจณ์ เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2565



นายกันตพงษ์ ธนเนืองโรจน์  นายกสมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไทย (สธทท.) และประธานโครงการ เที่ยวไทย 5 ภาค กับ สธทท. เปิดเผยว่า สธทท. ได้ดำเนินโครงการ เที่ยวไทย 5 ภาคกับ สธทท.ช่วงระหว่างเดือนมิถุนายน ถึงเดือนสิงหาคม 2565 นี้ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้ประกอบการธุรกิจนำเที่ยวที่เป็นสมาชิกของ สธทท. ร่วมกันเสนอขายเส้นทางนำเที่ยวในรูปแบบแพ็คเกจทัวร์ โดยจัดทำรายการนำเที่ยว เสนอขายในทุกภูมิภาค ทั่วประเทศไทย และมีกิจกรรม ร่วมกันในพื้นที่แต่ละภูมิภาค อาทิ กิจกรรมพบปะผู้ประกอบการในพื้นที่กับผู้ประกอบการ สมาชิก สธทท. (Travel Mart) และกิจกรรมนำเสนอสินค้าท่องเที่ยว 5 ภูมิภาค เพื่อให้เกิดการขายเส้นทางท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนต้องการสนับสนุนและส่งเสริมการตลาดท่องเที่ยวภายในประเทศทั้ง 5 ภูมิภาค ตามแนวทางของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท. ) ทั้งการท่องเที่ยววันธรรมดา การท่องเที่ยวนอกฤดูกาล การท่องเที่ยวเมืองรอง การท่องเที่ยวงานประเพณี และกิจกรรมในพื้นที่ที่ ททท. ร่วมจัด และส่งเสริมการท่องเที่ยวกลุ่ม Corporate ตามแนวทางการดำเนินงานของ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.



โครงการเที่ยวไทย 5 ภาค กับ สธทท.  มีส่วนในการสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างสังคมให้เข้มแข็ง สธทท. ตระหนักถึงการมีส่วนร่วม และร่วมรับสิทธิประโยชน์ร่วมกัน คำนึงถึงเพื่อนสมาชิกในพื้นที่เส้นทางท่องเที่ยว และร่วมพัฒนางานบริการสู่มาตรฐานสากลในแนวทางเดียว มีเส้นทางท่องเที่ยวใหม่ๆ เกิดขึ้น ทำให้เพื่อนสมาชิกในแต่ละพื้นที่ได้รับการพัฒนา และนำไปสู่การสร้างาน สร้างอาชีพ และก่อให้เกิดรายได้ที่เพิ่มขึ้น

โดยประธานภูมิภาค สธทท. แต่ละท่าน ก็ได้กล่าวถึงเส้นทางท่องเที่ยวในโครงการมีครบทุกภาค ทั้งภาคเหนือ, ภาคกลาง, ภาคใต้, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก นำเสนอกิจกรรมที่น่าสนใจในแต่ละพื้นที่ที่มีเอกลักษณ์ ไม่ซ้ำที่ใด



ดร.สุเทพ อารมณ์รักษ์ ประธานภูมิภาคภาคกลาง สธทท. กล่าวว่า ในส่วนของภาคกลางนั้น ก็ได้จัดทำเส้นทางท่องเที่ยวในรูปแบบต่างๆ กัน อย่างเช่น อาทิ คาราวานรถบิ๊กไบค์ เมืองลพบุรี ไม่ได้มีแต่ลิง วันที่ 2 กรกฎาคม 2565 นำเที่ยวชมพระนารายณ์ราชนิเวศน์ พระที่นั่งสุทธาสวรรย์  ตึกรับแขกเมืองสไตล์เปอร์เซีย พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติลพบุรี  บ้านหลวงรับราชทูต พระที่นั่งไกรสรสีหราช วัดตองปู และวัดไลย์, ไหว้พระให้ถูกที่ ทำพิธีให้ถูกทาง กับทริปล่องเรือไหว้พระ บวงสรวงกลางลำน้ำเจ้าพระยา วันหยุดพิเศษ วันอาสาฬหบูชา 13 กรกฎาคม 2565 ลงเรือยอดสยาม ไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ณ วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร (วัดแจ้ง) อาจารย์ มุ่ย หูทิพย์ (ชวิศ ชื่นเจริญ) นำทีมบวงสรวงหอเทวาประสิทธิ์ ขอขมาพระแม่คงคา บนเรือ กลางแม่น้ำเจ้าพระยา ถึง "เกาะเกร็ด" นำท่านถวายเทียนพรรษา ประจำปี 2565 ณ วัดปรมัยิกาวาส วัดไผ่ล้อม และวัดเสาธงทอง สนับสนุนร้านค้าชุมชนท้องถิ่นบนเกาะ, คาราวานรถยนต์เส้นทางกรุงเทพฯ-ราชบุรี-กาญจนบุรี แดนสวรรค์ตะวันตก @ อีต่อง ทองผาภูมิ และ สังขละบุรี วันที่ 22-24 กรกฎาคม 2565 ขอพรกับ "เทพเจ้าแห่งเมืองกำแพงแสน" หลวงปู่แผ้ว ปวโร เที่ยวบ้านอีต่อง หรือบ้านปิล๊อก หมู่บ้านเล็กๆ ที่มีเสน่ห์น่าค้นหา  ชมทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้นที่เนินช้างศึก เนินเสาธงช่องเขามิตรภาพ ไทย-พม่า และชุมชนปิล๊อก กราบสักการะหลวงพ่ออุตตมะ วัดวังก์วิเวการาม ทำบุญใส่บาตรกับชาวบ้านชาวมอญที่สะพานมอญ ล่องเรือชมโบสถ์และหอระฆังของเมืองบาดาล (โบสถ์จมน้ำ) ฯลฯ



คุณโสดารินทร์  ธนเนืองโรจน์ ประธานภูมิภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สธทท. กล่าวว่า สำหรับภาคอีสาน ก็มีเส้นทางท่องเที่ยวต่างๆ ที่น่าสนใจหลายเส้นทาง ได้แก่ เส้นทางมหาสารคาม-ร้อยเอ็ด-ยโสธร-อำนาจเจริญ-อุบลราชธานี-ศรีสะเกษ วันที่ 2-5 กรกฎาคม 2565 นำเที่ยววัดป่าวังน้ำเย็น หอโหวด101 สักการะพระยืน วัดบูรพาภิรามธาตุก่องข้าวน้อย พิพิธภัณฑ์พญาคักคาก วัดอำนาจ วัดพระเหบาเทพนิมิต วัดสิรินธรภูพร้าว วัดถ้ำคูหาสวรรค์ แม่น้ำสองสี Nature walkway  โรงไฟฟ้าโซล่สเซลล์ไฮบริด สวนทุเรียนแสงแรก อ.น้ำยืน วัดป่าคีรีบรรพต ผามออีแดง สวนทุเรียนภูเขาไฟ อ.ขุนหา กราบสรีระหลวงปู่สรวง วัดไพรพัฒนา, เสน่ห์วันวานอีสานใต้ อำนาจเจริญ-อุบลราชธานี-ศรีสะเกษ วันที่ 3-6 กรกฎาคม 2565 ฯลฯ



คุณกัญญ์วรัณ แผ่พร รองประธานภูมิภาคภาคเหนือ สธทท. กล่าวว่า ภาคเหนือของเราก็มีเส้นทางท่องเที่ยวที่น่าสัมผัส รวมทั้งประเพณี วัฒนธรรมที่สวยงามมากมาย ไม่ว่าจะเป็น เส้นทางลำปาง-ลำพูน-เชียงใหม่ วันที่ 29-31 กรกฏาคม 2565 นมัสการขอพรหลวงพ่อกวย ณ วัดโฆสิตาราม ชัยนาท ไหว้พระธาตุลำปางหลวง ขอพรท้าวเวสสุวรรณโณ วัดศรีล้อม นั่งรถม้าชมเมืองลำปาง ตะลุยเมืองรองลำพูน ชมสะพานขาวทาชมภู สักการะอนุสาวรีย์พระนางจามเทวี ไหว้พระธาตุหริกุญไชย เที่ยวถนนคนเดินประตูท่าแพ กราบสักการะพลวงพ่อทันใจ  วัดดอยคำ ชมทุ่งดอกไม้เมืองหนาว เที่ยวเนโกะเอม่อนคาเฟ่ คาเฟ่ที่จำลองบรรยากาศญี่ปุ่น ช้อปปิ้งที่กาดทุ่งเกวียน, งานประเพณีการตักบาตรเป็งปุ๊ด หรือ ตักบาตรเที่ยงคืนพระอุปคุต วันที่ 12 - 14 สิงหาคม 2565 วัดสระบ่อแก้ว จังหวัดแพร่ ฯลฯ



คุณชนัฐมนทน์  เงินวิวัฒน์กูล ประธานภูมิภาาคใต้ สธทท. กล่าวว่า เส้นทางภาคใต้ ทั้ง 14 จังหวัดนั้น เราจะเน้นเมืองรองอย่าง จังหวัดยะลา ปัตตานี นราธิวาส ตรัง ระนอง สตูล นครศรีธรรมราช พัทลุง และชุมพร โดยเราตระหนักถึงการมีส่วนร่วมและมีส่วนในการเสริมการสร้างงาน สร้างอาชีพ และสร้างสังคมให้เข้มแข็ง โดยรูปแบบของการเดินทางจะเป็นการเที่ยวช่วงวันธรรมดา การท่องเที่ยวนอกฤดูกาล เที่ยวงานประเพณีต่างๆ อย่างช่น ชุมพร-เทศกาลล่องแพพระโต๊ะ พัทลุง-ล่องแก่งหนานมดแดง การแสดงตะลุง มโนราห์ นครศรีธรรมราช-วัดมหาธาตุ คีรีวง วัดเจดีย์  นราธิวาส-ล่องเรือฮาลาบาลา ไหว้องค์พระพิฆเนศ การแข่งขันเรือกอ และจังหวัดตรัง-เที่ยวเขาจมป่า เทศกาลหมูย่าง ติ่มซำอาหารเช้า เป็นต้น รวมทั้งการส่งเสริมท่องเที่ยวชุมชน เพื่อกระจายรายได้ให้กับชุมชน การอุดหนุนสินค้าพื้นเมือง สินค้าโอท็อป เป็นต้น เน้นอาหารที่เป็นอัตลักษณ์ประจำถิ่น หรือเส้นทางด้านอาหาร Gastronomy การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์  Sustainable ลดคาร์บอน  ทั้งนี้ ภูมิภาคภาคใต้ คำนึงถึงเพื่อนสมาชิกในพื้นที่เส้นทางท่องเที่ยว และร่วมพัฒนางานบริการสู่มาตรฐานสากล ในแนวทางเดียวกันกับอีกทั้ง 4 ภาค



นายพูลผล  แพทอง ประธานภูมิภาคภาคตะวันออก สธทท. ได้กล่าวถึงว่า การจัดงาน TTPA Travel Mart ในพื้นที่ภาคตะวันออก วันที่ 17 กรกฎาคม 2565 ที่จะถึงนี้ว่า เป็นงานส่งเสริมการขายด้านการท่องเที่ยวที่เป็นเวทีในการเจรจาธุรกิจและส่งเสริมการขายที่ให้ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวของไทย 5 ภูมิภาค (Sellers) ได้นําเสนอสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวที่หลากหลาย พร้อมสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ในการเจรจาธุรกิจภายในพื้นที่การจัดงาน โดยนําเสนอสินค้าทางการท่องเที่ยวของประเทศไทยมิติใหม่จากสินค้าและบริการ ด้านการท่องเที่ยวที่โดดเด่น มีเอกลักษณ์ ผ่านการสื่อประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างการรับรู้การท่องเที่ยวไทย มีกิจกรรมการสาธิตสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวที่สอดคล้องกับแนวคิดการจัดงานให้แก่ผู้เข้าร่วมงาน เช่น สินค้าด้าน BCG เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สินค้าท่องเที่ยวชุมชน หรือสินค้าทางการท่องเที่ยวที่ตรงกับ Amazing Thailand New Chapters ให้แก่ผู้ประกอบการธุรกิจนําเที่ยวทั่วราชอาณาจักรไทย (Buyers) จำนวน 100 ราย จาก 5 ภูมิภาค ผู้ขาย (Sellers) ประมาณ 50 ราย เป็นกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวจากทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย ได้แก่ กลุ่ม MICE กลุ่ม Entertainment กลุ่ม Hospital/Clinic/Health and Wellness กลุ่ม Hotel and Resort กลุ่ม Tour Operator/Travel Agent กลุ่ม Transportation/Carrier กลุ่ม Wedding และธุรกิจอื่นๆ รวมทั้งสื่อมวลชนสายอุตสาหกรรมท่องเที่ยว 50 สำนัก เข้าร่วมกิจกรรมด้วย


นายกันตพงษ์ ธนเนืองโรจน์  นายก สธทท. กล่าวเพิ่มเติมซ๋ษ ส่วนกิจกรรมต่อเนื่องที่คาดว่าจะจัดหลังจากโครงการนี้คือ การจัดงาน TTPA Travel Mart ในทุกภูมิภาค อย่างน้อย เดือนละ 1 ครั้ง การจัดนำเที่ยวในเส้นทางท่องเที่ยวที่ไม่เป็นที่นิยม อาทิเช่น หนองบัวลำภู มหาสารคาม กำแพงเพชร เป็นต้น เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ เชิญชวนนักท่องเที่ยวได้ไปสัมผัสแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ที่มีศักยภาพ แต่ยังไม่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั่วไป การทำเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยง ประเทศอาเซี่ยน เพื่อเรียนรู้ประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม ค้นหาชุมชนท่องเที่ยวที่มีศักยภาพในแต่ละภูมิภาค และช่วยกันบูรณาการ ให้เกิดเป็นชุมชนท่องเที่ยวที่ได้รับการยอมรับ และสามารถสร้างรายได้ให้กับชุมชนได้



สำหรับผู้เข้าร่วมโครงการ ให้สามารถเดินทางท่องเที่ยวอย่างปลอดภัยจากโควิค-19 ทาง สธทท. ได้กำหนดมาตราการเบื้องต้น สำหรับผู้ร่วมเดินทางต้องได้รับการฉีดวัคซีนอย่างน้อย 2 เข็ม ได้จัดชุด Hygiene Travel Kit ประกอบด้วย แก้วน้า, สเปรย์แอลกอฮอล์ ทิชชูแอลกอฮอล์ ระหว่างการเดินทางบนรถจะไม่มีบริการอาหารและเครื่องดื่มเพื่อลดการเปิดหน้ากากอนามัย ให้ผู้ประกอบการหลีกเลี่ยงการนำนักท่องเที่ยวเข้าสถานที่ท่องเที่ยวพื้นที่ที่เสี่ยง และแออัด เพื่อลดความเสี่ยง ส่วนร้านอาหารต้องจัดช้อนกลางสำหรับทุกท่าน เพื่อลดการสัมผัสร่วม


ผู้สนใจสามารถรับข่าวสารข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่ Page Facebook สมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไทย เว็บไซต์ www.thaitourism.or.th หรือโทรศัพท์สายตรงสอบถามเส้นทางท่องเที่ยวในแต่ละภูมิภาคได้คณะกรรมการบริหารสมาคมฯ ดังต่อไปนี้

นายกันตพงษ์ ธนเนืองโรจน์ นายกสมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไทย (สธทท.) และประธานโครงการ เที่ยวไทย ๕ ภาค กับ  สธทท. โทร. 081-251-2207

ดร.สุเทพ อารมณ์รักษ์ ประธานภูมิภาคภาคกลาง สธทท. โทร 098-564-6145 

คุณชนัฐมนทน์  เงินวิวัฒน์กูล  ประธานภูมิภาคภาคใต้ สธทท. โทร 061-545-0956

           คุณกัญญ์วรัณ แผ่พร รองประธานภูมิภาคภาคเหนือ สธทท. โทร. 064-989-2462

           คุณโสดารินทร์  ธนเนืองโรจน์ ประธานภูมิภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โทร. 062-669-6441

           คุณพูลผล  แพทอง ประธานภูมิภาคภาคตะวันออก สธทท. โทร. 084-104-7799

#Amazingยิ่งกว่าเดิม

#AmazingThailand

#สมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไทย

 

 

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

งาน “วันสันติภาพสากล 2025” มจร จัดอย่างใหญ่ พร้อมมอบรางวัล “ลมหายใจแห่งสันติภาพ”

งาน “วันสันติภาพสากล 2025” มจร จัดอย่างใหญ่  พร้อมมอบรางวัล “ลมหายใจแห่ง สันติภาพ”  แด่ผู้นำศาสนาและผู้นำประเทศ       หลักสูตรสตินวัตกรรมและสันติศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) โดยการนำของ พระเมธีวัชรบัณฑิต, ศ.ดร. ผู้อำนวยการหลักสูตร ร่วมกับภาคีเครือข่าย จัดงาน "วันสันติภาพสากล ประจำปี 2568" ภายใต้แนวคิด “สังคมตื่นรู้ สู่การพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียว” (Mindful Society for Green Economy Development) โดยมีพระสงฆ์ แขกผู้มีเกียรติ อาทิ คุณศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมงพาณิชย์, ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย, นายวรเกียรติ สุจิวโรดม เจ้าของโครงการ ชาวนา มหานคร, ดร.สุเทพ อารมณ์รักษ์ นายกสมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไทย (สธทท.), คุณกุลพรภัสร์ วงศ์มาจารภิญญา บริษัทไทยสมาย บัส จำกัด, คุณญาธิภา สิงห์สุวรรณ ผู้อำนวยการส่วนการท่องเที่ยว กรุงเทพมหานคร, ดร.ชวิศ ชื่นเจริญ (อ.มุ่ย หูทิพย์), คุณกชนันท์ ซิดดิค Mrs. Thailand World 2025, คุณพิมพ์ลภัส ชื่อมณีสวรรค์ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2023  ฉะเชิงเทรา,...

สวพส. จัดการน้ำบนพื้นที่สูง เปลี่ยนชีวิตชุมชน สู่ความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน

สวพส. จัดการน้ำบนพื้นที่สูง เปลี่ยนชีวิตชุมชน สู่ความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน      แม้ฤดูฝนปีนี้จะมีปริมาณน้ำฝนมากกว่าค่าเฉลี่ยถึงร้อยละ 5 - 10 (ข้อมูลกรมอุตุนิยมวิทยา 13 พ.ค. 2568) แต่ใช่ว่าทุกพื้นที่จะได้ประโยชน์จากฝนที่ตกมากขึ้นโดยเฉพาะชุมชนบนพื้นที่สูง ที่บริบทพื้นที่ทำกินส่วนใหญ่อยู่สูงกว่าแหล่งน้ำธรรมชาติ ซึ่งยังคงต้องพึ่งพาน้ำฝนเป็นแหล่งน้ำหลัก ทั้งเพื่อการอุปโภค บริโภค และการเกษตร ชุมชนเหล่านี้มักเผชิญกับปัญหาฝนทิ้งช่วงและภัยแล้งซ้ำซาก ซึ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นจากความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศหรือสภาวะโลกเดือด       สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) หรือ สวพส. ได้ริเริ่มโครงการพัฒนาแหล่งน้ำและระบบกระจายน้ำขนาดเล็กมาตั้งแต่ปี 2563 เพื่อเพิ่มศักยภาพในการกักเก็บน้ำในช่วงฤดูฝน และกระจายน้ำให้เพียงพอในช่วงหน้าแล้ง ไม่เพียงเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้า แต่ยังมุ่งสร้างระบบจัดการน้ำที่ยั่งยืนโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน รวมไปถึงการฟื้นฟูดูแลรักษาป่ารอบๆ แหล่งน้ำ        ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ทำให้เกษตรกรกว่า 24,000 ราย ในพื้นที่สูง ...

PMCU จุฬาฯ เนรมิตสยามสแควร์ให้เป็น ‘เวทีแจ้งเกิดของทุกคน’ จัดงาน​“Bangkok Street Performer Festival 2026”

PMCU จุฬาฯ  เนรมิตสยามสแควร์ให้เป็น ‘เวทีแจ้งเกิดของทุกคน’  จัดงาน ​ “Bangkok Street Performer Festival 2026” โชว์ศั กยภาพคนรุ่นใหม่ ใจกลางเมือง       เพราะเชื่อว่าความคิดสร้างสรรค์ไม่มีขีดจำกัด จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยสำนักงานทรัพย์สินจุฬาฯ​ หรือ​ PMCU ตั้งใจสร้าง Siam Square Walking Street ให้เป็นมากกว่าแค่แหล่งช้อปปิ้ง หรือจุดนัดพบ แต่เป็น "Platform แห่งโอกาส" ที่เปิดกว้างให้คนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ ได้เข้ามาสร้างสรรค์กิจกรรมที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็นดนตรีเปิดหมวก​ ที่เปิดโอกาสให้นักเรียน และนักศึกษา มาแสดงความสามารถด้านดนตรีจนกลายเป็นพื้นที่สำหรับศิลปินหรือวงดนตรีหน้าใหม่ได้สร้างฐานแฟนคลับใจกลางเมืองที่มาเปิดการแสดงแล้วกว่า 2,000 วง โดยมีนักดนตรีแสดงแล้วกว่า 15,000 คน และ​ Art & Performance Street Show การแสดงที่ใช้ทักษะพิเศษ เช่น มายากล, ละครใบ้ (Mime), การเต้น Cover Dance ไปจนถึงศิลปะการแสดงร่วมสมัย, Live Painting & Graffiti บางช่วงเวลาจะมีการเปิดพื้นที่ให้ศิลปินมาสร้างสรรค์งานทัศนศิลป์สดๆ ให้คนเดินผ่านไปมาได้ชม, Art & Craft Market ตลาดนัดงา...