ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

BEAUTILAB ตอกย้ำแบรนด์คอเรคเตอร์อันดับ 1 ดึง ‘เก่ง–น้ำปิง’ ถ่ายทอดแนวคิด Correct to Conquer

BEAUTILAB ตอกย้ำแบรนด์คอเรคเตอร์อันดับ 1 

ดึง ‘เก่ง–น้ำปิง’ ถ่ายทอดแนวคิด Correct to Conquer 

พร้อมเปิดตัว Blue Corrector ตัวช่วยใหม่เพื่อผิวไบรต์อย่างมั่นใจ

     BEAUTILAB (บิวตี้แลป) ตอกย้ำความสำเร็จในฐานะแบรนด์คอเรคเตอร์สีพีชอันดับ 1 ด้วยยอดขายอันดับ 1 บนแพลตฟอร์มออนไลน์ พร้อมเดินหน้าสร้างภาพจำ นึกถึงคอเรคเตอร์ต้อง​ BEAUTILAB ผ่านการเปิดตัว เก่ง–หฤษฎ์ และ น้ำปิง–นภัสกร ในฐานะพรีเซนเตอร์คู่แรก และเดินหน้าจัดอีเวนต์ใหญ่ ภายใต้คอนเซ็ปต์ Correct to Conquer! เก่งทุกการปกปิด มั่นใจในปาดเดียว! เพื่อส่งต่อเทคนิคการแก้ปัญหางานผิวด้วย Corrector & Concealer พร้อมสร้างแรงบันดาลใจให้ทุกคนก้าวข้ามทุกความไม่มั่นใจ โดดเด่น และเป็นตัวเองได้อย่างเต็มที่ 

     แนวคิด Correct to Conquer เกิดขึ้นจากความเชื่อของ BEAUTILAB ว่า เมคอัพไม่ได้มีหน้าที่เพียงปกปิดจุดที่ไม่มั่นใจ แต่ควรเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ทุกคนรู้สึกมั่นใจและพร้อมแสดงตัวตนในแบบของตัวเอง คำว่า Correct จึงสื่อถึงความเชี่ยวชาญของแบรนด์ในการแก้ปัญหาสีผิวด้วย Color Corrector ขณะที่คำว่า​ Conquer หมายถึงการก้าวข้ามทุกความไม่มั่นใจ เพื่อให้ทุกคนพร้อมโดดเด่นและพิชิตทุกสถานการณ์ในแบบของตัวเอง 

      คอนเซ็ปต์ดังกล่าวยังสะท้อนเส้นทางของ BEAUTILAB จากการพัฒนา Peach Corrector เพื่อตอบโจทย์ปัญหาใต้ตาคล้ำและรอยหมองคล้ำของคนเอเชีย จนได้รับความนิยมและขึ้นแท่นผลิตภัณฑ์ยอดขายอันดับ 1 หมวด Corrector บน Shopee ประเทศไทย ประจำปี 2025สู่การขยายไลน์ผลิตภัณฑ์ด้วย Blue Corrector สินค้าใหม่ที่ช่วยแก้ปัญหาผิวหมอง เหลือง และช่วยให้ผิวดูไบรต์มีมิติยิ่งขึ้น เพื่อตอกย้ำเป้าหมายของแบรนด์ในการเป็นผู้นำด้านคอเรคเตอร์อย่างครบวงจร

     ความสำเร็จของ BEAUTILAB ไม่ได้เริ่มจากการตามกระแสเมคอัพ แต่เริ่มจากการมองเห็นช่องว่างที่ยังไม่มีใครแก้ได้อย่างตรงจุด โดย คุณพงศ์–นพ.ยุวพงศ์ สุทธินันท์ ผู้ก่อตั้งแบรนด์ มองว่า แม้ตลาดความงามไทยจะมีการแข่งขันสูง แต่ยังมีโอกาสสำหรับผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาจากความเข้าใจปัญหาผิวของคนเอเชียอย่างแท้จริง จึงนำองค์ความรู้ด้านผิวพรรณและกระบวนการวิจัย มาสร้าง BEAUTILAB ภายใต้แนวคิด Beauty + Lab เพื่อเปลี่ยนทุกปัญหางานผิวให้กลายเป็นโจทย์ของการทดลอง และพัฒนาเป็นเมคอัพที่ช่วยแก้ปัญหาได้จริง โดยหนึ่งในช่องว่างสำคัญที่แบรนด์มองเห็นตั้งแต่แรก คือ Color Corrector ไอเทมที่ยังไม่เป็นที่นิยมในไทย ก่อนที่ BEAUTILAB จะผลักดันให้กลายเป็นไอเทมสำคัญของงานผิวในวันนี้ 

     หลังจากทำ Dr.PONG เราคุยกับช่างแต่งหน้ามืออาชีพเยอะมาก และได้ยินปัญหาเดิมซ้ำๆ ใต้ตาคล้ำของคนไทยปกปิดยากที่สุด ลงคอนซีลเลอร์ทับไปเลยก็เทาหม่น ใช้ Corrector แบรนด์ต่างประเทศ สีก็ถูกออกแบบมาสำหรับผิวฝรั่ง พอมาลงบนผิวคนเอเชียกลับส้มโดด ลอย ไม่เนียนไปกับผิว ช่างแต่งหน้าไทยฝีมือระดับโลก แต่ต้องมานั่งผสมสีเองหน้างานทุกครั้ง เพราะไม่มีใครทำสีที่ 'ถูกออกแบบมาเพื่อผิวคนไทย' จริงๆ เราเลยตั้งคำถามง่ายๆ ว่า ทำไมเครื่องมือพื้นฐานที่ช่างแต่งหน้าไทยทุกคนต้องใช้ ถึงต้องเป็นของแบรนด์ที่ไม่เคยเห็นผิวคนไทยมาก่อน นั่นคือวันที่ Peach Corrector เกิดขึ้น  

     DNA ของ BEAUTILAB คือการผสาน Beauty เข้ากับ Lab เรานำความเข้าใจเรื่องความงามมารวมกับการค้นคว้าและทดลอง เพื่อสร้างเมคอัพที่ไม่ได้มีดีแค่ความสวยงาม แต่ต้องแก้ปัญหาและช่วยเพิ่มความมั่นใจให้ผู้ใช้ได้จริง เป้าหมายของเราคือการทำให้ BEAUTILAB กลายเป็นแบรนด์แรกที่ผู้บริโภคนึกถึงเมื่อต้องการตัวช่วยเรื่องงานผิว

     แนวคิดดังกล่าวนำมาสู่ Hero Product อย่าง Peach Corrector ซึ่งได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง และช่วยผลักดันให้ผู้บริโภคชาวไทยรู้จักการใช้ Color Corrector เพื่อแก้ปัญหาใต้ตาคล้ำและสีผิวไม่สม่ำเสมอ ก่อนลงคอนซีลเลอร์มากขึ้น 

"สิ่งที่เราภูมิใจที่สุด ไม่ใช่ยอดขาย แต่คือการที่โรงเรียนสอนแต่งหน้าและช่างแต่งหน้ามืออาชีพทั่วประเทศ ใช้ Peach Corrector เป็นเบสิคที่ต้องมีในกระเป๋า เวลาสอนเรื่องแก้ใต้ตาคล้ำ ชื่อเราคือตัวที่ถูกหยิบขึ้นมาแทนที่ แบรนด์ต่างประเทศที่เคยผูกขาดหมวดนี้ เราเป็นหนึ่งในแบรนด์ไทยกลุ่มแรกที่ผลักดัน Peach Corrector ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง จากความสำเร็จของผลิตภัณฑ์ เราจึงต่อยอดสู่ Blue Corrector สำหรับปรับผิวหมองให้ดูสว่างและมีมิติ พร้อมพัฒนา Concealer เพื่อปกปิดและเก็บรายละเอียดงานผิวให้ครบในทุกขั้นตอน เราต้องการให้ทุกผลิตภัณฑ์เป็นตัวช่วยที่ทำให้ผู้ใช้ก้าวข้ามความไม่มั่นใจ และเป็นตัวเองได้อย่างเต็มที่ ซึ่งเป็นหัวใจของแนวคิด ‘Correct to Conquer’”

     อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของงาน คือการเปิดตัว เก่ง-หฤษฎ์ และ น้ำปิง-นภัสกร ในฐานะพรีเซนเตอร์คู่แรกของ BEAUTILAB ซึ่งได้รับกระแสตอบรับอย่างอบอุ่นจากแฟนๆ ตั้งแต่การเปิดตัวพรีเซนเตอร์ ( เมื่อวันที่​ 22 พฤษภาคม ที่ผ่านมา) โดยตลอดแคมเปญมีการพูดถึงบนโซเชียลมีเดียอย่างต่อเนื่อง พร้อมสร้างการมีส่วนร่วมจากแฟนคลับเป็นจำนวนมาก โดย นพ.ยุวพงศ์ สุทธินันท์ กล่าวว่า "หลายคนอาจคิดว่าแบรนด์เลือกพรีเซนเตอร์จากกระแส แต่จุดที่ทำให้เราตัดสินใจ คือเราเห็นน้องทั้งสองคนใช้สินค้าของเราอยู่แล้วจริงๆ ตั้งแต่ก่อนจะมีดีลอะไรกันทั้งนั้น สำหรับแบรนด์ที่สร้างมาจากปัญหาจริงของผู้ใช้ ไม่มีอะไรมีความหมายมากกว่าการได้พรีเซนเตอร์ที่เป็นผู้ใช้จริงมาก่อน

     สิ่งที่เราเห็นในตัวเก่งกับน้ำปิง คือความจริงใจและความเป็นมืออาชีพ งานผิวของทั้งคู่คือสิ่งที่แฟนๆพูดถึงตลอด และนั่นคือหมวดที่ BEAUTILAB ยืนอยู่พอดี มันไม่ใช่แค่การจับคู่แบรนด์กับความดัง แต่เป็นการจับคู่ที่ character ตรงกันจริง ๆ

     ที่ดีใจที่สุดคือ น้องทั้งสองคนไม่ได้มาแค่ถ่ายงานแล้วจบ แต่มาช่วยกันผลักดันภารกิจเดียวกับเรา การพาเทคนิคและมาตรฐานการแต่งหน้าแบบไทยไปให้โลกเห็น เก่งกับน้ำปิงมีแฟนๆ ในหลายประเทศ ทุกครั้งที่แฟนต่างชาติเห็นงานผิวของน้อง แล้วถามว่าใช้อะไร นั่นคือการส่งออกความเก่งของวงการบิวตี้ไทยไปแล้วหนึ่งครั้ง เราอยากขอบคุณทั้งสองคน และขอบคุณแฟนคลับ ที่ซัพพอร์ตกันอย่างอบอุ่นมาตลอดด้วยครับ"


 

     สำหรับทิศทางของแบรนด์ในปีนี้ ผู้บริหารมองว่า จะยังคงเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่มีคุณภาพในราคาที่เข้าถึงได้ เพื่อออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ผิวของคนเอเชียอย่างแท้จริง พร้อมมุ่งมั่นผลักดันแบรนด์ไทยให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งในตลาดความงาม และเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่ผู้บริโภคนึกถึงเมื่อต้องการตัวช่วยเรื่องงานผิว

อัปเดตข้อมูลข่าวสารและติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่ : https://www.facebook.com/BeautilabCosmetics

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

งาน “วันสันติภาพสากล 2025” มจร จัดอย่างใหญ่ พร้อมมอบรางวัล “ลมหายใจแห่งสันติภาพ”

งาน “วันสันติภาพสากล 2025” มจร จัดอย่างใหญ่  พร้อมมอบรางวัล “ลมหายใจแห่ง สันติภาพ”  แด่ผู้นำศาสนาและผู้นำประเทศ       หลักสูตรสตินวัตกรรมและสันติศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) โดยการนำของ พระเมธีวัชรบัณฑิต, ศ.ดร. ผู้อำนวยการหลักสูตร ร่วมกับภาคีเครือข่าย จัดงาน "วันสันติภาพสากล ประจำปี 2568" ภายใต้แนวคิด “สังคมตื่นรู้ สู่การพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียว” (Mindful Society for Green Economy Development) โดยมีพระสงฆ์ แขกผู้มีเกียรติ อาทิ คุณศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมงพาณิชย์, ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย, นายวรเกียรติ สุจิวโรดม เจ้าของโครงการ ชาวนา มหานคร, ดร.สุเทพ อารมณ์รักษ์ นายกสมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไทย (สธทท.), คุณกุลพรภัสร์ วงศ์มาจารภิญญา บริษัทไทยสมาย บัส จำกัด, คุณญาธิภา สิงห์สุวรรณ ผู้อำนวยการส่วนการท่องเที่ยว กรุงเทพมหานคร, ดร.ชวิศ ชื่นเจริญ (อ.มุ่ย หูทิพย์), คุณกชนันท์ ซิดดิค Mrs. Thailand World 2025, คุณพิมพ์ลภัส ชื่อมณีสวรรค์ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2023  ฉะเชิงเทรา,...

Miss Universe 6 จังหวัด​ มาแสดงความขอบคุณ​ "สุวรรณี" ผู้บริหาร​ DOD Cafe & Bistro​

Miss Universe 6 จังหวัด​ มาแสดงความขอบคุณ​ "สุวรรณี" ผู้บริหาร​ DOD Cafe & Bistro​  หนึ่งในผู้สนับสนุนการประกวด​ Miss Universe 6 จังหวัด​         สาวงามผู้ครองตำแหน่ง​ Miss Universe 6 จังหวัด​ ได้แก่​ จังหวัดนครปฐม,​ หนองบัวลำภู, สุรินทร์, พระนครศรีอยุธยา, สมุทรปราการ​ ​และสมุทรสาคร​ เดินทางมาแสดงความขอบคุณ​ ​คุณสุวรรณี​ อิทธิวิบูลย์​ ผู้บริหาร บริษัท เพอโกล่าร์ จำกัด/บริษัท แกรชซี่ เดสติเนชั่น จำกัด, ผู้บริหาร​ DOD Cafe & Bistro​" และ อ.ดอส-ปณัฐ สุมาลย์โรจน์​ อาจารย์พิเศษ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และกรรมการผู้บริหารบริษัท เพอโกล่าร์ จำกัด​ ​ในฐานะเป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนการประกวด​ Miss Universe 6 จังหวัด​ ณ​ DOD Cafe & Bistro​ " ตำบลบางช้าง อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม​ เมื่อวันที่​ 11 มิถุนายน​ 2569       ในโอกาสอันดีนี้​ยังได้รับเกียรติจาก คุณสุขุม เชิดชื่น อดีตสมาชิกวุฒิสภา, คุณสุวลัย อมตะวณิชย์ เจ้าของร้านอาหารครัวอัปสร​ ตลาด​ อตก., คุณภารากรณ์ เชิดชื่น​ ผู้บริหารและเจ้าของหาดช้างเผือก​ และ​ ดร.ทิพวรรณ นาคละมัย​ กรรมการสมาคมสตรีนคร...

สวพส. จัดการน้ำบนพื้นที่สูง เปลี่ยนชีวิตชุมชน สู่ความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน

สวพส. จัดการน้ำบนพื้นที่สูง เปลี่ยนชีวิตชุมชน สู่ความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน      แม้ฤดูฝนปีนี้จะมีปริมาณน้ำฝนมากกว่าค่าเฉลี่ยถึงร้อยละ 5 - 10 (ข้อมูลกรมอุตุนิยมวิทยา 13 พ.ค. 2568) แต่ใช่ว่าทุกพื้นที่จะได้ประโยชน์จากฝนที่ตกมากขึ้นโดยเฉพาะชุมชนบนพื้นที่สูง ที่บริบทพื้นที่ทำกินส่วนใหญ่อยู่สูงกว่าแหล่งน้ำธรรมชาติ ซึ่งยังคงต้องพึ่งพาน้ำฝนเป็นแหล่งน้ำหลัก ทั้งเพื่อการอุปโภค บริโภค และการเกษตร ชุมชนเหล่านี้มักเผชิญกับปัญหาฝนทิ้งช่วงและภัยแล้งซ้ำซาก ซึ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นจากความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศหรือสภาวะโลกเดือด       สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) หรือ สวพส. ได้ริเริ่มโครงการพัฒนาแหล่งน้ำและระบบกระจายน้ำขนาดเล็กมาตั้งแต่ปี 2563 เพื่อเพิ่มศักยภาพในการกักเก็บน้ำในช่วงฤดูฝน และกระจายน้ำให้เพียงพอในช่วงหน้าแล้ง ไม่เพียงเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้า แต่ยังมุ่งสร้างระบบจัดการน้ำที่ยั่งยืนโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน รวมไปถึงการฟื้นฟูดูแลรักษาป่ารอบๆ แหล่งน้ำ        ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ทำให้เกษตรกรกว่า 24,000 ราย ในพื้นที่สูง ...