ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

รมว.ท่องเที่ยว หนุนทิศทาง ททท. ปี 2570 ดันท่องเที่ยวไทยสู่ High Value

รมว.ท่องเที่ยว หนุนทิศทาง ททท. ปี 2570 

ดันท่องเที่ยวไทยสู่ High Value 

สร้างรายได้ กระจายโอกาส และยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทย

      เมื่อวันที่​ 13 กรกฎาคม 2569 นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมบูรณาการแผนปฏิบัติการ ททท. ปี 2570 (Tourism Authority of Thailand Action Plan 2026 : TATAP 2027) ซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 13-16 กรกฎาคม 2569 ณ โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ลุมพินี กรุงเทพฯ โดยมีนางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ประธานกรรมการ ททท. และปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วยนางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย​ (ททท.)​ นายจาตุรนต์​ ภักดีวานิช อธิบดีกรมการท่องเที่ยว​ นายชัย​ อรุณานนท์ชัย​ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย​ และคณะกรรมการ ททท.​ ร่วมมอบนโยบายและกำหนดทิศทางการดำเนินงานด้านการตลาด

เพื่อใช้เป็นกรอบขับเคลื่อนภารกิจขององค์กรในปี 2570 มุ่งผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางชั้นนำของภูมิภาค พร้อมยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจากการเติบโตเชิงปริมาณสู่การสร้างมูลค่าสูง (Value over Volume) ผ่านการส่งมอบประสบการณ์การท่องเที่ยวที่ทรงคุณค่า ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวคุณภาพ และขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทยสู่ความยั่งยืนในทุกมิติ

     นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวในฐานะเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ทั้งการสร้างรายได้ กระจายโอกาสสู่ภูมิภาค ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และเสริมความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานราก ท่ามกลางบริบทโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ภาคการท่องเที่ยวไทยจึงต้องเร่งปรับตัว ทำงานเชิงรุกในการบูรณการร่วมกับพันธมิตรทุกภาคส่วนเพื่อรักษาขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยมุ่งขับเคลื่อนการท่องเที่ยวสู่การเติบโตอย่างมีคุณภาพ สมดุล และยั่งยืน โดยยึด 4 แนวทางสำคัญ ได้แก่ การยกระดับประเทศไทยสู่จุดหมายปลายทางแห่งประสบการณ์ทรงคุณค่า (High Value Destination) การสร้างสมดุลตลาดและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน การขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้วยข้อมูล เทคโนโลยี และนวัตกรรม ตลอดจนการพัฒนาองค์กรให้มีสมรรถนะสูง พร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลง เพื่อผลักดันการท่องเที่ยวไทยสู่การเป็นอุตสาหกรรมแห่งอนาคตที่สร้างมูลค่าเพิ่มให้เศรษฐกิจ สร้างความสุขและความมั่นใจให้แก่นักท่องเที่ยว สร้างความภาคภูมิใจแก่คนไทย พร้อมก้าวสู่การเติบโตอย่างมั่นคง สมดุล และยั่งยืน

     นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ประธานกรรมการ ททท. และปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า การจัดทำแผนปฏิบัติการ ททท. ประจำปี 2570 ควรมุ่งสร้างผลสัมฤทธิ์ ทั้งการสร้างมูลค่าเพิ่ม กระจายรายได้ และยกระดับคุณภาพการท่องเที่ยว พร้อมเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันให้แก่ประเทศไทย สอดคล้องกับแนวทาง High Value Tourism โดยยึดข้อมูลเชิงลึก เทคโนโลยี และปัญญาประดิษฐ์ (AI) เป็นฐานในการวางแผนและตัดสินใจ ควบคู่กับการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อร่วมกันสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวที่มีคุณค่าและยั่งยืน พร้อมพัฒนาแผนปฏิบัติการที่มีความยืดหยุ่น ปรับตัวได้ต่อการเปลี่ยนแปลง และติดตามประเมินผลได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้แผนดังกล่าวตอบโจทย์การพัฒนาประเทศ นำไปสู่การปฏิบัติที่เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม และขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทยสู่การเติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืนในระยะยาว

     นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า การประชุมบูรณาการแผนปฏิบัติการ ประจำปี 2570 จะเป็นโอกาสที่ ททท. จะมุ่งทบทวน ปรับเปลี่ยนจุดยืนขององค์กรครั้งสำคัญ และเปลี่ยนผ่าน "The Year of Transformation" ทั้งด้านยุทธศาสตร์ วิธีคิด รูปแบบการดำเนินงานด้านการตลาด การพัฒนาสินค้าท่องเที่ยว และการบริหารองค์กร พร้อมเน้นย้ำ ททท.จะเดินหน้าฝ่าฟันทุกความท้าทาย ทำทันทีอย่างเต็มที่ และให้ความสำคัญกับบความเท่าเทียม เพื่อสอดรับกับนโยบายของรัฐบาลที่จะสร้างไทยเป็นจุดหมายการเดินทางสำคัญในภูมิภาค ยกระดับภาคท่องเที่ยวจากการเน้นปริมาณ ไปสู่การสร้างมูลค่าสูง ด้วย 4 เสายุทธศาสตร์สำคัญ ได้แก่ เสายุทธศาสตร์ที่ 1 การปรับโครงสร้างตลาด (Shape Market Portfolio) ให้ความสำคัญกับ การทำการตลาดแบบ Target Marketing เจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีมูลค่าสูง เสายุทธศาสตร์ที่ 2  เปลี่ยนการขายสินค้าท่องเที่ยวสู่การขายประสบการณ์ (Shape Experience Platform) เพื่อให้นักท่องเที่ยวเดินทางได้ตลอด 365 วัน กระจายสู่เมืองรองและชุมชน เสายุทธศาสตร์ที่ 3 พัฒนาเครื่องยนต์ขับเคลื่อนใหม่ (Shape New Growth Engine) หล่อหลอมเครื่องยนต์ตัวใหม่เพื่อช่วยเร่งการเติบโตของเศรษฐกิจท่องเที่ยว ผ่านระบบเศรษฐกิจใหม่ Life Economy, Creative Culture & Subculture Economy และ Sustainable Tourism และเสายุทธศาสตร์ที่ 4 พัฒนาองค์กรสู่การเป็นองค์กรสมรรถนะสูง (Transform Organization) เพื่อให้ ททท. เป็นองค์กรที่มีความคล่องตัว ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล และพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงในทุกสถานการณ์



     ทั้งนี้ ภายหลังจากการประชุมบูรณาการแผนปฏิบัติการ ททท. ปี 2570 ททท. จะมีการจัดกิจกรรม Market Briefing นำเสนอสถานการณ์ตลาดและแนวทางการส่งเสริมตลาดของททท. สำนักงานต่างประเทศในแต่ละพื้นที่ทั่วโลกแก่ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวไทย รวมถึงกิจกรรม Tourism Clinic ที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการธุรกิจได้พบปะหารือกับผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานต่างประเทศ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึก สร้างเครือข่ายความร่วมมือ และต่อยอดโอกาสในการขยายตลาดสู่กลุ่มนักท่องเที่ยวศักยภาพในแต่ละภูมิภาคในวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพฯ และในช่วงเดือนสิงหาคม 2569 ททท.จะดำเนินการแถลงทิศทางการส่งเสริมการตลาดการท่องเที่ยว ปี 2570 เพื่อให้พันธมิตรทุกภาคส่วนได้รับทราบถึงทิศทางการดำเนินงานส่งเสริมตลาดของ ททท. และร่วมกันขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยให้เติบโตอย่างแข็งแรงและยั่งยืนไปด้วยกัน 

#กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา #การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย #ททท #Amazingthailand


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

Miss Universe 6 จังหวัด​ มาแสดงความขอบคุณ​ "สุวรรณี" ผู้บริหาร​ DOD Cafe & Bistro​

Miss Universe 6 จังหวัด​ มาแสดงความขอบคุณ​ "สุวรรณี" ผู้บริหาร​ DOD Cafe & Bistro​  หนึ่งในผู้สนับสนุนการประกวด​ Miss Universe 6 จังหวัด​         สาวงามผู้ครองตำแหน่ง​ Miss Universe 6 จังหวัด​ ได้แก่​ จังหวัดนครปฐม,​ หนองบัวลำภู, สุรินทร์, พระนครศรีอยุธยา, สมุทรปราการ​ ​และสมุทรสาคร​ เดินทางมาแสดงความขอบคุณ​ ​คุณสุวรรณี​ อิทธิวิบูลย์​ ผู้บริหาร บริษัท เพอโกล่าร์ จำกัด/บริษัท แกรชซี่ เดสติเนชั่น จำกัด, ผู้บริหาร​ DOD Cafe & Bistro​" และ อ.ดอส-ปณัฐ สุมาลย์โรจน์​ อาจารย์พิเศษ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และกรรมการผู้บริหารบริษัท เพอโกล่าร์ จำกัด​ ​ในฐานะเป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนการประกวด​ Miss Universe 6 จังหวัด​ ณ​ DOD Cafe & Bistro​ " ตำบลบางช้าง อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม​ เมื่อวันที่​ 11 มิถุนายน​ 2569       ในโอกาสอันดีนี้​ยังได้รับเกียรติจาก คุณสุขุม เชิดชื่น อดีตสมาชิกวุฒิสภา, คุณสุวลัย อมตะวณิชย์ เจ้าของร้านอาหารครัวอัปสร​ ตลาด​ อตก., คุณภารากรณ์ เชิดชื่น​ ผู้บริหารและเจ้าของหาดช้างเผือก​ และ​ ดร.ทิพวรรณ นาคละมัย​ กรรมการสมาคมสตรีนคร...

PMCU จุฬาฯ เนรมิตสยามสแควร์ให้เป็น ‘เวทีแจ้งเกิดของทุกคน’ จัดงาน​“Bangkok Street Performer Festival 2026”

PMCU จุฬาฯ  เนรมิตสยามสแควร์ให้เป็น ‘เวทีแจ้งเกิดของทุกคน’  จัดงาน ​ “Bangkok Street Performer Festival 2026” โชว์ศั กยภาพคนรุ่นใหม่ ใจกลางเมือง       เพราะเชื่อว่าความคิดสร้างสรรค์ไม่มีขีดจำกัด จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยสำนักงานทรัพย์สินจุฬาฯ​ หรือ​ PMCU ตั้งใจสร้าง Siam Square Walking Street ให้เป็นมากกว่าแค่แหล่งช้อปปิ้ง หรือจุดนัดพบ แต่เป็น "Platform แห่งโอกาส" ที่เปิดกว้างให้คนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ ได้เข้ามาสร้างสรรค์กิจกรรมที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็นดนตรีเปิดหมวก​ ที่เปิดโอกาสให้นักเรียน และนักศึกษา มาแสดงความสามารถด้านดนตรีจนกลายเป็นพื้นที่สำหรับศิลปินหรือวงดนตรีหน้าใหม่ได้สร้างฐานแฟนคลับใจกลางเมืองที่มาเปิดการแสดงแล้วกว่า 2,000 วง โดยมีนักดนตรีแสดงแล้วกว่า 15,000 คน และ​ Art & Performance Street Show การแสดงที่ใช้ทักษะพิเศษ เช่น มายากล, ละครใบ้ (Mime), การเต้น Cover Dance ไปจนถึงศิลปะการแสดงร่วมสมัย, Live Painting & Graffiti บางช่วงเวลาจะมีการเปิดพื้นที่ให้ศิลปินมาสร้างสรรค์งานทัศนศิลป์สดๆ ให้คนเดินผ่านไปมาได้ชม, Art & Craft Market ตลาดนัดงา...

สวพส. จัดการน้ำบนพื้นที่สูง เปลี่ยนชีวิตชุมชน สู่ความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน

สวพส. จัดการน้ำบนพื้นที่สูง เปลี่ยนชีวิตชุมชน สู่ความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน      แม้ฤดูฝนปีนี้จะมีปริมาณน้ำฝนมากกว่าค่าเฉลี่ยถึงร้อยละ 5 - 10 (ข้อมูลกรมอุตุนิยมวิทยา 13 พ.ค. 2568) แต่ใช่ว่าทุกพื้นที่จะได้ประโยชน์จากฝนที่ตกมากขึ้นโดยเฉพาะชุมชนบนพื้นที่สูง ที่บริบทพื้นที่ทำกินส่วนใหญ่อยู่สูงกว่าแหล่งน้ำธรรมชาติ ซึ่งยังคงต้องพึ่งพาน้ำฝนเป็นแหล่งน้ำหลัก ทั้งเพื่อการอุปโภค บริโภค และการเกษตร ชุมชนเหล่านี้มักเผชิญกับปัญหาฝนทิ้งช่วงและภัยแล้งซ้ำซาก ซึ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นจากความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศหรือสภาวะโลกเดือด       สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) หรือ สวพส. ได้ริเริ่มโครงการพัฒนาแหล่งน้ำและระบบกระจายน้ำขนาดเล็กมาตั้งแต่ปี 2563 เพื่อเพิ่มศักยภาพในการกักเก็บน้ำในช่วงฤดูฝน และกระจายน้ำให้เพียงพอในช่วงหน้าแล้ง ไม่เพียงเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้า แต่ยังมุ่งสร้างระบบจัดการน้ำที่ยั่งยืนโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน รวมไปถึงการฟื้นฟูดูแลรักษาป่ารอบๆ แหล่งน้ำ        ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ทำให้เกษตรกรกว่า 24,000 ราย ในพื้นที่สูง ...