ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

สธทท.​ ผนึกกำลัง 3 สมาคมท่องเที่ยวไทย ลงนาม MOU ขับเคลื่อน “Green Tourism Ecosystem”

 สธทท.​ ผนึกกำลัง 3 สมาคมท่องเที่ยวไทย ลงนาม MOU 

ขับเคลื่อน “Green Tourism Ecosystem” 

ยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยสู่ความยั่งยืน

     นายนันทพล ไข่มุกด์ นายกสมาคมไทยท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และผจญภัย (TEATA)​ ดร. สุเทพ อารมณ์รักษ์ นายกสมาคมสมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไทย​ ​(สธทท.)​ นายวิทวัส เมฆสุด​ นายกสมาคมผู้ประกอบการนำเที่ยวไทย (สนท.)​ และนายสัญญาพุฒิ เกิดบัณฑิต​ นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ (สทน.)​ ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เรื่อง ความร่วมมือในการขับเคลื่อนการพัฒนาระบบนิเวศการท่องเที่ยวยั่งยืน​ (Green Tourism Ecosystem) ของประเทศไทย​ เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย ส่งเสริมองค์ความรู้ เทคโนโลยีดิจิทัล และการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ สนับสนุน Green Economy และเป้าหมาย Net Zero for Tourism มุ่งสร้างเครือข่ายความร่วมมือเพื่อยกระดับประเทศไทยสู่มาตรฐานสากล​ และเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวยั่งยืนของอาเซียน  โดยได้รับเกียรติจาก คุณพันธ์ทิพา ศกุนต์ไชญ​ ที่ปรึกษากรรมการบริหาร​ บริษัท ทีวีพูล กรุ๊ป จำกัดและ​ Mr. Xiaokun Gao  Country Manager​ ตัวแทนสื่อมวลชนจาก sanook.com และ Tencent (Thailand) มาร่วมแสดงความยินดีและร่วมพูดคุยถึงการขับเคลื่อนความร่วมมือในครั้งนี้ด้วย ณ​ ห้องประชุมชั้น 1 อาคารทีวีพูล​ ซอยลาดพร้าว 101 แขวงคลองเจ้าคุณสิงห์ เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ​ เมื่อวัน​จันทร์ที่ 20 กรกฎาคม 2569

     ดร.สุเทพ อารมณ์รักษ์ นายกสมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไทย (สธทท.) กล่าวว่า​ "การลงนาม MOU ในครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของภาคการท่องเที่ยวไทย ในการร่วมกันขับเคลื่อนระบบนิเวศการท่องเที่ยวยั่งยืนของประเทศไทย" หรือ "Green Tourism Ecosystem" ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของการบูรณาการความร่วมมือระหว่างองค์กรวิชาชีพด้านการท่องเที่ยวอย่างเป็นรูปธรรม

      ในนามของสมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไทย รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเป็นภาคีในความร่วมมือครั้งนี้ เพราะเชื่อมั่นว่า "การท่องเที่ยวที่ยั่งยืน" ไม่ใช่เพียงแนวโน้มของโลก แต่เป็นทิศทางสำคัญที่ประเทศไทยต้องเร่งขับเคลื่อนอย่างจริงจัง​ ปัจจุบันนักท่องเที่ยวทั่วโลกให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความปลอดภัย ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม และการสร้างคุณค่าให้กับชุมชน ผู้ประกอบการไทยจึงจำเป็นต้องยกระดับมาตรฐาน พัฒนาองค์ความรู้ และปรับตัวให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก

     สำหรับบทบาทของ สมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไทย (สธทท.) ภายใต้ความร่วมมือในครั้งนี้ จะมุ่งผลักดันสมาชิกให้เข้าถึงองค์ความรู้ด้านการท่องเที่ยวยั่งยืน ส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ สนับสนุนการใช้เทคโนโลยีและแพลตฟอร์มดิจิทัล รวมถึงสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อยกระดับมาตรฐานการดำเนินธุรกิจท่องเที่ยวของไทยอย่างเป็นรูปธรรม ตามกรอบความร่วมมือของ MOU 

"ผมเชื่อมั่นว่า การรวมพลังของทั้ง 4 สมาคมในวันนี้ จะช่วยสร้างความเข้มแข็งให้กับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ พัฒนานวัตกรรม เชื่อมโยงเครือข่ายผู้ประกอบการทั่วประเทศ และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจควบคู่กับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม"

     ดร.สุเทพ อารมณ์รักษ์ นายก​ สธทท. กล่าวเพิ่มเติมว่า ในระยะต่อไป สมาคมพร้อมทำงานร่วมกับภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา ชุมชน และองค์กรระหว่างประเทศ เพื่อผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น ศูนย์กลางการท่องเที่ยวยั่งยืนของภูมิภาคอาเซียน พร้อมสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) และการบรรลุเป้าหมาย Net Zero for Tourism อย่างเป็นรูปธรรม

     และต้องขอบคุณสมาคมพันธมิตรทั้ง 3 สมาคม รวมถึงทุกหน่วยงานที่ร่วมสนับสนุนการดำเนินงาน พร้อมเชิญชวนผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวทุกภาคส่วน ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และสร้างความยั่งยืนให้กับประเทศ

"การท่องเที่ยวที่ยั่งยืน ไม่ใช่หน้าที่ขององค์กรใดองค์กรหนึ่ง แต่เป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทุกภาคส่วน ที่ต้องร่วมมือกันสร้างอนาคตของการท่องเที่ยวไทยให้เติบโตอย่างมั่นคง สมดุล และยั่งยืน"

"สมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไทย มุ่งมั่นยกระดับผู้ประกอบการไทยให้ก้าวทันมาตรฐานสากล ผ่านความร่วมมือของทั้ง 4 สมาคม เพื่อสร้างระบบนิเวศการท่องเที่ยวยั่งยืน ที่สร้างคุณค่าให้เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และส่งต่ออนาคตที่มั่นคงให้กับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย"

     ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่... สมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไทย (สธทท.) โทรศัพท์: 098 564 6145  E-mail: thaitourism.ttpa@gmail.com Facebook: www.facebook/ttpa.thaitourism



ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

งาน “วันสันติภาพสากล 2025” มจร จัดอย่างใหญ่ พร้อมมอบรางวัล “ลมหายใจแห่งสันติภาพ”

งาน “วันสันติภาพสากล 2025” มจร จัดอย่างใหญ่  พร้อมมอบรางวัล “ลมหายใจแห่ง สันติภาพ”  แด่ผู้นำศาสนาและผู้นำประเทศ       หลักสูตรสตินวัตกรรมและสันติศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) โดยการนำของ พระเมธีวัชรบัณฑิต, ศ.ดร. ผู้อำนวยการหลักสูตร ร่วมกับภาคีเครือข่าย จัดงาน "วันสันติภาพสากล ประจำปี 2568" ภายใต้แนวคิด “สังคมตื่นรู้ สู่การพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียว” (Mindful Society for Green Economy Development) โดยมีพระสงฆ์ แขกผู้มีเกียรติ อาทิ คุณศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมงพาณิชย์, ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย, นายวรเกียรติ สุจิวโรดม เจ้าของโครงการ ชาวนา มหานคร, ดร.สุเทพ อารมณ์รักษ์ นายกสมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไทย (สธทท.), คุณกุลพรภัสร์ วงศ์มาจารภิญญา บริษัทไทยสมาย บัส จำกัด, คุณญาธิภา สิงห์สุวรรณ ผู้อำนวยการส่วนการท่องเที่ยว กรุงเทพมหานคร, ดร.ชวิศ ชื่นเจริญ (อ.มุ่ย หูทิพย์), คุณกชนันท์ ซิดดิค Mrs. Thailand World 2025, คุณพิมพ์ลภัส ชื่อมณีสวรรค์ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2023  ฉะเชิงเทรา,...

Miss Universe 6 จังหวัด​ มาแสดงความขอบคุณ​ "สุวรรณี" ผู้บริหาร​ DOD Cafe & Bistro​

Miss Universe 6 จังหวัด​ มาแสดงความขอบคุณ​ "สุวรรณี" ผู้บริหาร​ DOD Cafe & Bistro​  หนึ่งในผู้สนับสนุนการประกวด​ Miss Universe 6 จังหวัด​         สาวงามผู้ครองตำแหน่ง​ Miss Universe 6 จังหวัด​ ได้แก่​ จังหวัดนครปฐม,​ หนองบัวลำภู, สุรินทร์, พระนครศรีอยุธยา, สมุทรปราการ​ ​และสมุทรสาคร​ เดินทางมาแสดงความขอบคุณ​ ​คุณสุวรรณี​ อิทธิวิบูลย์​ ผู้บริหาร บริษัท เพอโกล่าร์ จำกัด/บริษัท แกรชซี่ เดสติเนชั่น จำกัด, ผู้บริหาร​ DOD Cafe & Bistro​" และ อ.ดอส-ปณัฐ สุมาลย์โรจน์​ อาจารย์พิเศษ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และกรรมการผู้บริหารบริษัท เพอโกล่าร์ จำกัด​ ​ในฐานะเป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนการประกวด​ Miss Universe 6 จังหวัด​ ณ​ DOD Cafe & Bistro​ " ตำบลบางช้าง อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม​ เมื่อวันที่​ 11 มิถุนายน​ 2569       ในโอกาสอันดีนี้​ยังได้รับเกียรติจาก คุณสุขุม เชิดชื่น อดีตสมาชิกวุฒิสภา, คุณสุวลัย อมตะวณิชย์ เจ้าของร้านอาหารครัวอัปสร​ ตลาด​ อตก., คุณภารากรณ์ เชิดชื่น​ ผู้บริหารและเจ้าของหาดช้างเผือก​ และ​ ดร.ทิพวรรณ นาคละมัย​ กรรมการสมาคมสตรีนคร...

สวพส. จัดการน้ำบนพื้นที่สูง เปลี่ยนชีวิตชุมชน สู่ความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน

สวพส. จัดการน้ำบนพื้นที่สูง เปลี่ยนชีวิตชุมชน สู่ความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน      แม้ฤดูฝนปีนี้จะมีปริมาณน้ำฝนมากกว่าค่าเฉลี่ยถึงร้อยละ 5 - 10 (ข้อมูลกรมอุตุนิยมวิทยา 13 พ.ค. 2568) แต่ใช่ว่าทุกพื้นที่จะได้ประโยชน์จากฝนที่ตกมากขึ้นโดยเฉพาะชุมชนบนพื้นที่สูง ที่บริบทพื้นที่ทำกินส่วนใหญ่อยู่สูงกว่าแหล่งน้ำธรรมชาติ ซึ่งยังคงต้องพึ่งพาน้ำฝนเป็นแหล่งน้ำหลัก ทั้งเพื่อการอุปโภค บริโภค และการเกษตร ชุมชนเหล่านี้มักเผชิญกับปัญหาฝนทิ้งช่วงและภัยแล้งซ้ำซาก ซึ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นจากความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศหรือสภาวะโลกเดือด       สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) หรือ สวพส. ได้ริเริ่มโครงการพัฒนาแหล่งน้ำและระบบกระจายน้ำขนาดเล็กมาตั้งแต่ปี 2563 เพื่อเพิ่มศักยภาพในการกักเก็บน้ำในช่วงฤดูฝน และกระจายน้ำให้เพียงพอในช่วงหน้าแล้ง ไม่เพียงเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้า แต่ยังมุ่งสร้างระบบจัดการน้ำที่ยั่งยืนโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน รวมไปถึงการฟื้นฟูดูแลรักษาป่ารอบๆ แหล่งน้ำ        ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ทำให้เกษตรกรกว่า 24,000 ราย ในพื้นที่สูง ...