ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

"ผู้ป่วยโรคหายาก หาไม่ยาก..อย่างที่คิด" ทุกชีวิต.. รวมพลังเดินหน้า เพื่อเข้าถึงการวินิจฉัยและรักษาอย่างเท่าเทียมและยั่งยืน

"ผู้ป่วยโรคหายาก หาไม่ยาก..อย่างที่คิด"  ทุกชีวิต.. รวมพลังเดินหน้า 

เพื่อเข้าถึงการวินิจฉัยและรักษาอย่างเท่าเทียมและยั่งยืน

         ศ.พญ.ดวงฤดี วัฒนศิริชัยกุล ที่ปรึกษาและกรรมการมูลนิธิเพื่อผู้ป่วยโรคหายาก และ คุณปรียา สิงห์นฤหล้า ประธานมูลนิธิเพื่อผู้ป่วยโรคหายาก กล่าวถึงการจัดงานวัน “โรคหายาก” ประเทศไทย ปีที่ 14 นี้ว่า เนื่องจากเป็นโรคที่พบได้น้อย น้อยกว่า 1 ใน 2,500 คน หรือแต่ละโรคมีผู้ป่วยไม่เกิน 10,000 ราย ทว่ามีจำนวนโรคหลายพันโรค ซึ่งโรคเหล่านี้ต้องใช้เทคโนโลยีการแพทย์ชั้นสูง และที่ใช้รักษาปัจจุบันยังมีราคาแพงเป็นภาระกับครอบครัวของผู้ป่วย จึงมีการจัดมีการจัดงานวันโรคหายากขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนรณรงค์ให้เกิดการดูแลรักษาผู้ป่วยกลุ่มนี้อย่างต่อเนื่อง และติดตามความก้าวหน้าด้านนโยบายและระบบสุขภาพของกลุ่มโรคหายาก ทั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มผู้ป่วย แพทย์ และนักศึกษาแพทย์ เป็นกำลังสำคัญที่ทำให้ดำเนินกิจกรรมได้ตลอดมา

          คุณบุญ พุฒิพงศ์ธนโชติ ประธานมูลนิธิโรคพันธุกรรมแอลเอสดี  คุณปวีณ์ริศา อัศวสุนทรเนตร ประธานชมรมกลุ่มอาการพราเดอร์-วิลลี่ ประเทศไทย และ คุณเอกวัฒน์ สุวันทโรจน์ รองประธานชมรมผู้ป่วยฮีโมฟิเลีย กล่าวถึงกิจกกรมสืบเนื่องจากปี 2566 ว่า มูลนิธิฯ ได้มีการเข้าไปช่วยสนับสนุนการพัฒนากลุ่มผู้ป่วยจำเพาะโรคกลุ่มใหม่หรือการจัดงานของกลุ่มที่มีอยู่แล้ว รวม 5 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มกล้ามเนื้ออ่อนแรงดูเชน (Duchene) กลุ่มผู้ป่วยโรคหนังแข็ง กลุ่มผู้ป่วยโรคกระดูกอ่อน กลุ่มผู้ป่วยพราเดอร์-วิลลี่ และกลุ่มโรคท้าวแสนปม

          รศ. นพ. เชิดชัย นพมณีจำรัสเลิศ ประธานคณะทั่วถึงและยั่งยืน สนับสนุนงานวิจัย การรักษาที่ทันสมัย การสร้างเครือข่ายการดูแลผู้ป่วยร่วมกันระหว่างโรงเรียนแพทย์ และกระทรวงสาธารณสุข

            นพ.ศักดิ์ชัย กาญจนวัฒนา อดีตเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ในฐานะตัวแทน นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขา สปสช.ปัจจุบัน กล่าวว่า สปสช. ต้องการมุ้งเน้นมิติด้านสังคมเพิ่มเติมไปจากมิติด้านสุขภาพที่ทำอยู่แล้ว โดยมี 2 keywords สำคัญได้แก่ 1. Safety net ซึ่งเป็นตาข่ายที่จะรองรับนโยบายด้านสุขภาพ 6 ด้านสำคัญได้แก่ สิทธิ/ ความครอบคลุม/ การเข้าถึง/ คุณภาพ/ ความปลอดภัย/ การคุ้มครอง   2. No one left behind ซึ่งเน้นด้านการเข้าถึงการรักษาพยาบาลอย่างทั่วถึง ไม่ให้มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

            ความท้าทายในอนาคต ได้แก่ 1. ความสมดุลของบประมาณของประเทศกับความครอบคลุมการรักษาของโรคหายาก  2. การใช้เทคโนโลยีใหม่ๆที่ทันสมัยในการตรวจวินิจฉัย และการรักษา 3. การตรวจคัดกรองภาวะพาหะในคู่สมรสก่อนแต่งาน/ก่อนมีบุตร และขณะตั้งครรภ์ รวมถึงการให้คำปรึกษาที่เหมาะสม 4. กองทุนสำหรับโรคหายาก  5. องค์กรมิตรภาพบำบัด เพื่อนช่วยเพื่อน โดยขอแนะนำให้มูลนิธิเพื่อผู้ป่วยโรคหายาก ช่วยสานต่อความก้าวหน้าและขยายความเป็นปึกแผ่นของกลุ่มผู้ป่วย โดยรวมกลุ่มย่อยผู้ป่วยในแต่ละโรงพยาบาลหรือภูมิภาคให้เป็นกลุ่มใหญ่ และดึงเอาภาคส่วนต่างๆเข้ามามีส่วนร่วม มุ่งสร้างกลุ่มให้เข้มแข้ง และนำไปสู่เสนอนโยบายเพื่อการเปลี่ยนแปลงในทางที่เป็นประโยชน์แก่ผู้ป่วยโรคหายากต่อไป

         คุณเอกวัฒน์ สุวันทโรจน์ ป่วยด้วยโรคฮีโมฟิเลีย ซึ่งเป็นโรคหายากโรคหนึ่ง เป็น "ผู้ป่วยโรคหายากสร้างแรงบันดาลใจ" กล่าวว่า เมื่อก่อน ผมเคยคิดว่าการเป็นโรคนี้ ทำให้ผมขาดโอกาสหลายอย่างในชีวิต และขาดสมดุลในครอบครัว แต่ปัจจุบันมุมมองชีวิตของผมได้เปลี่ยนไป ผมได้โอกาสหลายอย่างจากการเป็น โรคฮีโมฟิเลีย เรียนรู้ที่จะอยู่กับตัวโรคซึ่งไม่มีวันหายขาด แต่หากเราอยู่กับโรคอย่างเข้าใจ เราจะมองเห็นสิ่งต่างๆ ที่เราอาจจะได้กลับมาจากการเป็นโรคนี้” “สิ่งหนึ่งที่ผมได้รับ คือ โอกาสที่ได้ส่งต่อประสบการณ์ ถ่ายทอดมุมมองและแนวคิดที่ผมได้เรียนรู้ ต่อไปให้ผู้ป่วยคนอื่นและครอบครัว และเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยทำให้คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยโรคฮีโมฟิเลียดีขึ้นได้ จึงอยากสนับสนุนและช่วยเหลือให้ผู้ป่วยโรคหายากโรคอื่นๆ อื่นจัดตั้งชมรมเช่นกัน

         การเข้าถึงการวินิจฉัย การรักษา และการป้องกันโรคหายาก และสิทธิประโยชน์ ปัจจุบัน สปสช (บัตรทอง) กำหนดสิทธิการรักษาพยาบาลครอบคลุมกลุ่ม 24 โรคหายาก ซึ่งเป็นโรคพันธุกรรมเมตาบอลิกที่เกี่ยวข้องกับ “3 กรด 1 วงจร” (กรดอะมิโน กรดอินทรีย์ กรดไขมัน และวงจรยูเรีย) ซึ่งเป็นกลุ่มโรคหายากที่มีการรักษาที่จำเพาะ หากรักษาเร็วจะเพิ่มโอกาสรอดชีวิต ลดอัตราพิการและสติปัญญาบกพร่อง นอกจากนี้เด็กไทยทุกคนยังได้รับสิทธิ์ ตรวจกรองโรคพันธุกรรมเมตาบอลิกในทารกแรกเกิด ซึ่งเริ่มครอบคลุมทั่วประเทศในปี พ.ศ. 2565 ที่ผ่านมา โดยทำให้ตามเด็กกลับมารับการรักษาได้อย่างรวดเร็ว และสามารถเติบโตเป็นเด็กแข็งแรงและพัฒนาการปกติได้ต่อไป หาไม่แล้ว...ทารกเหล่านี้อาจเสียชีวิตตั้งแต่อายุน้อยหรือมีความพิการทางสมองอย่างถาวร โรคพันธุกรรมเมตาบอลิกแอสเอสดี (LSD) เป็นอีกกลุ่มหนึ่ง ซึ่งเริ่มมีการผลักดันการเข้าถึงและครอบคลุมการรักษามากขึ้น โดยโรคโกเชร์ (Gaucher) เป็นโรคแรกที่รับรองสิทธิการรักษาจากทั้งสิทธิ์บัตรทอง/สิทธิ์ประกันสังคม/สิทธิ์ข้าราชการ ซึ่งครอบคุลมยาเอนไซม์และการปลูกถ่ายไขกระดูก เป็นผลให้คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยดีขึ้น สามารถเข้าเรียนมหาวิทยาลัย และทำงานได้เหมือนคนปกติ อย่างไรก็ตาม ยังมีโรคในกลุ่มแอลเอสดีอีกหลายโรคยังรอผลการพิจารณามานานหลายปีแล้ว เช่น โรคเอมพีเอส โรคปอมเป 

         ส่วนความคิดเห็นจากวิทยากรท่านอื่นๆ และ ประชาชนผู้เข่าร่วมงาน ผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยมีความลำบากในการเดินทางเข้ามารับการรักษาและติดตามการรักษากับผู้เชี่ยวชาญซึ่งมักจะกระจุกตัวอยู่ในกรุงเทพ ดังนั้นจึงควรมีการเพิ่มแพทย์ผู้เชี่ยวชาญไปยังศูนย์โรงพยาบาลต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงการรักษาได้มากขึ้น และสามารถติดตามได้อย่างต่อเนื่อง การให้ความรู้แก่ผู้ป่วยให้รู้จักวิธีการดูแลตัวเอง และดูแลครอบครัวแบบองค์รวม และการให้คำปรึกษาที่ดีก็เป็นสิ่งที่จำเป็นมากเช่นกัน

"อยากให้สังคมมองผู้ป่วยโรคหายากอย่างเท่าเทียม ไม่ว่าจะเป็นโอกาสทางด้านการศึกษาหรือการทำงาน เพราะในหลายๆ โรค หากผู้ป่วยได้รับการรักษาที่ดีผู้ป่วยก็สามารถเรียนหรือทำงานได้ปกติ และอยากให้มีกองทุนสนับสนุนปัจจัยอื่นๆ ในการดำเนินชีวิตของผู้ป่วยด้วย เช่น ทุนการศึกษา เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น" 

          ในส่วนของแพทย์เอง ก็เห็นความสำคัญของการจัดตั้งกลุ่มผู้ป่วย และยังพยายามช่วยในด้านการรักษาโดยการช่วยจัดหายาบริจาค (compassionate use) หรือการส่งตรวจเลือดเพื่อวินิจฉัยโรคผ่านโครงการวิจัยต่างๆ หากภาครัฐเข้ามาช่วยเหลือมากขึ้น ในการผลักดันให้ได้สิทธิประโยชน์การวินจฉัยและการรักษา การนำยาโรคหายากที่จำเป็นเข้ามาในประเทศ หรือสร้างกองทุนจัดซื้อยาจะเป็นผลดีมาก ไม่เช่นนั้นผู้ป่วยหลายคนอาจพลาดโอกาสการรักษาไป

            สำหรับ ข้อคิดเห็นจากผู้ทรงคุณวุฒิภาครัฐอย่าง คุณวรรณา เอียดประพาล, ภญ.อัญชลี จิตรักนที, นพ.อนุวัฒน์ ศุภชุติกุล, นพ.ศักดิ์ชัย กาญจนวัฒนา สปสช และทางบัญชียาหลักแห่งชาติ พยายามขับเคลื่อนให้มีการเบิกจ่ายยาสำหรับกลุ่มโรคหายากมากขึ้น แม้จะมีจำนวนผู้ป่วยน้อย แต่เนื่องจากยามีราคาค่อนข้างสูง จำเป็นต้องพิจารณาให้รอบคอบเพื่อจะได้มีความยั่งยืนต่อไป ปัจจุบันภาครัฐและภาคเอกชนมีความร่วมมือกันให้การสนับสนุนการให้ยารักษาในกลุ่มโรคหายากนี้โดยรัฐช่วยจ่ายในค่ายาบางส่วนและบริษัทยาบริจาคบางส่วน เป้าหมายที่ท้าทายในอนาคตคือการพัฒนาระบบให้มีความยั่งยืนต่อไปได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเราตรวจพบผู้ป่วยจำนวนมากขึ้น นอกจากนี้ สปสช. และหน่วยการที่เกี่ยวข้องเช่น HITAP ได้พยายามที่จะปรับกระบวนการพิจารณาสิทธิประโยชน์และขั้นตอนการวิจัยความคุ้มค่าและภาระงบประมาณ ให้มีขึ้นตอบที่รวดเร็วขึ้น องค์การอาหารและยา (อย.) ก็พยายามช่วยพัฒนาการขึ้นทะเบียนยาให้รวดเร็วขึ้น เพื่อเพิ่มการเข้าถึงการรักษาแก่ผู้ป่วย 

             ทั้งนี้ภาครัฐเองก็ต้องการให้ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนทำงานร่วมกับภาครัฐ โดยการเสนอความคิดเห็น การปรับปรุงนโยบาย และกระบวนการการเข้าถึงการเข้าถึงการรักษา เพื่อการพัฒนาระบบสุขภาพให้ดีขึ้นสำหรับผู้ป่วยกลุ่มโรคหายากนี้ อีกทั้งความร่วมมือจากฝั่งแพทย์และผู้เชี่ยวชาญ และฝ่ายวิจัย ซึ่งสามารถให้ข้อมูล สร้างฐานข้อมูลที่สำคัญ และจำเป็นต่อการวางแผนงบประมาณและร่างนโยบายได้ง่ายขึ้นต่อไป


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

Miss Universe 6 จังหวัด​ มาแสดงความขอบคุณ​ "สุวรรณี" ผู้บริหาร​ DOD Cafe & Bistro​

Miss Universe 6 จังหวัด​ มาแสดงความขอบคุณ​ "สุวรรณี" ผู้บริหาร​ DOD Cafe & Bistro​  หนึ่งในผู้สนับสนุนการประกวด​ Miss Universe 6 จังหวัด​         สาวงามผู้ครองตำแหน่ง​ Miss Universe 6 จังหวัด​ ได้แก่​ จังหวัดนครปฐม,​ หนองบัวลำภู, สุรินทร์, พระนครศรีอยุธยา, สมุทรปราการ​ ​และสมุทรสาคร​ เดินทางมาแสดงความขอบคุณ​ ​คุณสุวรรณี​ อิทธิวิบูลย์​ ผู้บริหาร บริษัท เพอโกล่าร์ จำกัด/บริษัท แกรชซี่ เดสติเนชั่น จำกัด, ผู้บริหาร​ DOD Cafe & Bistro​" และ อ.ดอส-ปณัฐ สุมาลย์โรจน์​ อาจารย์พิเศษ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และกรรมการผู้บริหารบริษัท เพอโกล่าร์ จำกัด​ ​ในฐานะเป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนการประกวด​ Miss Universe 6 จังหวัด​ ณ​ DOD Cafe & Bistro​ " ตำบลบางช้าง อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม​ เมื่อวันที่​ 11 มิถุนายน​ 2569       ในโอกาสอันดีนี้​ยังได้รับเกียรติจาก คุณสุขุม เชิดชื่น อดีตสมาชิกวุฒิสภา, คุณสุวลัย อมตะวณิชย์ เจ้าของร้านอาหารครัวอัปสร​ ตลาด​ อตก., คุณภารากรณ์ เชิดชื่น​ ผู้บริหารและเจ้าของหาดช้างเผือก​ และ​ ดร.ทิพวรรณ นาคละมัย​ กรรมการสมาคมสตรีนคร...

PMCU จุฬาฯ เนรมิตสยามสแควร์ให้เป็น ‘เวทีแจ้งเกิดของทุกคน’ จัดงาน​“Bangkok Street Performer Festival 2026”

PMCU จุฬาฯ  เนรมิตสยามสแควร์ให้เป็น ‘เวทีแจ้งเกิดของทุกคน’  จัดงาน ​ “Bangkok Street Performer Festival 2026” โชว์ศั กยภาพคนรุ่นใหม่ ใจกลางเมือง       เพราะเชื่อว่าความคิดสร้างสรรค์ไม่มีขีดจำกัด จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยสำนักงานทรัพย์สินจุฬาฯ​ หรือ​ PMCU ตั้งใจสร้าง Siam Square Walking Street ให้เป็นมากกว่าแค่แหล่งช้อปปิ้ง หรือจุดนัดพบ แต่เป็น "Platform แห่งโอกาส" ที่เปิดกว้างให้คนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ ได้เข้ามาสร้างสรรค์กิจกรรมที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็นดนตรีเปิดหมวก​ ที่เปิดโอกาสให้นักเรียน และนักศึกษา มาแสดงความสามารถด้านดนตรีจนกลายเป็นพื้นที่สำหรับศิลปินหรือวงดนตรีหน้าใหม่ได้สร้างฐานแฟนคลับใจกลางเมืองที่มาเปิดการแสดงแล้วกว่า 2,000 วง โดยมีนักดนตรีแสดงแล้วกว่า 15,000 คน และ​ Art & Performance Street Show การแสดงที่ใช้ทักษะพิเศษ เช่น มายากล, ละครใบ้ (Mime), การเต้น Cover Dance ไปจนถึงศิลปะการแสดงร่วมสมัย, Live Painting & Graffiti บางช่วงเวลาจะมีการเปิดพื้นที่ให้ศิลปินมาสร้างสรรค์งานทัศนศิลป์สดๆ ให้คนเดินผ่านไปมาได้ชม, Art & Craft Market ตลาดนัดงา...

สวพส. จัดการน้ำบนพื้นที่สูง เปลี่ยนชีวิตชุมชน สู่ความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน

สวพส. จัดการน้ำบนพื้นที่สูง เปลี่ยนชีวิตชุมชน สู่ความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน      แม้ฤดูฝนปีนี้จะมีปริมาณน้ำฝนมากกว่าค่าเฉลี่ยถึงร้อยละ 5 - 10 (ข้อมูลกรมอุตุนิยมวิทยา 13 พ.ค. 2568) แต่ใช่ว่าทุกพื้นที่จะได้ประโยชน์จากฝนที่ตกมากขึ้นโดยเฉพาะชุมชนบนพื้นที่สูง ที่บริบทพื้นที่ทำกินส่วนใหญ่อยู่สูงกว่าแหล่งน้ำธรรมชาติ ซึ่งยังคงต้องพึ่งพาน้ำฝนเป็นแหล่งน้ำหลัก ทั้งเพื่อการอุปโภค บริโภค และการเกษตร ชุมชนเหล่านี้มักเผชิญกับปัญหาฝนทิ้งช่วงและภัยแล้งซ้ำซาก ซึ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นจากความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศหรือสภาวะโลกเดือด       สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) หรือ สวพส. ได้ริเริ่มโครงการพัฒนาแหล่งน้ำและระบบกระจายน้ำขนาดเล็กมาตั้งแต่ปี 2563 เพื่อเพิ่มศักยภาพในการกักเก็บน้ำในช่วงฤดูฝน และกระจายน้ำให้เพียงพอในช่วงหน้าแล้ง ไม่เพียงเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้า แต่ยังมุ่งสร้างระบบจัดการน้ำที่ยั่งยืนโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน รวมไปถึงการฟื้นฟูดูแลรักษาป่ารอบๆ แหล่งน้ำ        ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ทำให้เกษตรกรกว่า 24,000 ราย ในพื้นที่สูง ...