ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

แฮนด์เมดไทยมาแรง เพราะทำขึ้นด้วยใจ คาดทำเงินกว่า 150 ล้านในงานแสดงสินค้า Phuket Gems & Jewelry Fest

แฮนด์เมดไทยมาแรง เพราะทำขึ้นด้วยใจ คาดทำเงินกว่า 150 ล้านในงานแสดงสินค้า Phuket Gems & Jewelry Fest

                  กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ จัดงานแสดงสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับ Phuket Gems & Jewelry Fest by Bangkok Gems and Jewelry Fair ระหว่างวันที่ 8-12 ธันวาคม 2564 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ภูเก็ต เฟสติวัล จังหวัดภูเก็ต ตามนโยบายของนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในการสร้างกิจกรรมเพื่อเสริมความเชื่อมั่น กระตุ้นยอดส่งออกและเสริมการท่องเที่ยวโครงการภูเก็ตและอันดามันแซนด์บ็อกซ์ โดยคาดว่าจะมีการสั่งซื้อและทำสัญญาทันที และมีการส่งมอบภายในระยะเวลาอันใกล้ไม่น้อยกว่า 150 ล้านบาท

                  นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า การจัดงานในครั้งนี้ ถือเป็นความสำเร็จในการทำงานร่วมกันระหว่างกระทรวงพาณิชย์และภาคเอกชน ในการสร้างความเชื่อมั่นว่า สินค้าอัญมณีและเครื่องประดับจะยังไปได้อีกไกล โดยมีงานดังกล่าวเป็นเป็นส่วนผลักดันสู่การบรรลุเป้าหมายให้ประเทศไทยเป็นฮับของการค้าอัญมณีและเครื่องประดับของโลกต่อไป

                    Fatima Al Khoori หนึ่งในบายเออร์จากประเทศดูไบ เดินทางมายังภูเก็ตเป็นเวลา 5 วันเพื่อมาร่วมงานนี้โดยเฉพาะ กล่าวว่า เป็นครั้งแรกที่ได้เข้าร่วมงานแสดงสินค้าอัญมณีในไทยครั้งแรกที่ Phuket Gems & Jewelry Fest ที่ภูเก็ต และรู้สึกตื่นตาตื่นใจมากกับการได้พบปะผู้ผลิตไทย เมื่อได้เห็นฝีมือของช่างไทยทำให้เข้าใจถึงเอกลักษณ์และเทคนิคการผลิตของไทยมากขึ้น ส่วนตัวชื่นชมกับการตกแต่ง และรายละเอียดของสินค้าเครื่องประดับไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานแฮนด์เมดต่างๆ ที่มีความเป็นเอกลักษณ์เป็นอย่างมาก โดยระบุว่า “สัมผัสได้ว่าสินค้าของไทยนั้นทำขึ้นด้วยใจรักจริงๆ” อีกทั้งตนยังมีแผนที่จะกลับ มาที่ประเทศไทยอีกครั้งเพื่อพบปะผู้ผลิตไทยอีกจำนวนหลายราย

                     ฐิติรัตน์ สิริภัทรวณิช จากบริษัท Iris Gold Co., Ltd กล่าวว่า ในวันแรก ได้มีการเจรจาธุรกิจกับบายเออร์จากหลายประเทศ อาทิ ซาอุดิอาระเบีย ดูไบ และอินเดีย โดยผู้ซื้อจากกลุ่มดังกล่าวให้ความสนใจเป็นพิเศษ กับงานเครื่องประดับทอง 24k 99.9 รังสรรค์โดยช่างฝีมือไทยขึ้นรูปด้วยมือ อาทิ ชุดเครื่องประดับทองชุดดอกไม้ ที่มีการขึ้นกลีบอย่างประณีตทีละชิ้น ตัวเส้นเป็นงานสาน สะท้อนได้ดีถึงเสน่ห์ความเป็นไทย และจำลองความงดงามของธรรมชาติได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งนี้ บริษัทฯ ผลิตผลงานฝีมือช่างที่ได้รับการถ่ายทอดมาอย่างยาวนานรุ่นสู่รุ่นจากสกุลช่างเพชรบุรี และมีประสบการณ์การทำธุรกิจมากว่า 80 ปี


     ส่วน นายสมหวัง อ่อนแสง ผู้ประกอบการเจ้าของ Somwang Jewelry จากจังหวัดจันทบุรี ดำเนินธุรกิจออกแบบและผลิตเครื่องประดับมากว่า 40 ปี และเข้าร่วมจัดแสดงในงานครั้งนี้โดยได้นำเครื่องประดับที่เป็นที่สนใจของกลุ่มลูกค้าต่างชาติมาจัดแสดง อาทิ สร้อยเพชรระย้า และสร้อยห่วงเพชรที่มีฟังก์ชั่นพิเศษ ซึ่งสามารถเปลี่ยนสลับห่วงจี้ได้ ไม่ว่าจะเป็นจี้พระหรือพลอย อีกทั้งยังระบุว่า ปัจจุบันกลุ่มลูกค้าโดยเฉพาะอย่างยิ่งตลาดอินโดนีเซียให้ความสนใจเครื่องประดับกลุ่มพลอยนพเก้า เนื่องจากมีความแฟนซีในขณะที่มีการใช้พลอยหลากสี ซึ่งหาซื้อได้ยาก เหล่านี้นับเป็นบางตัวอย่างของ ภาพรวมผู้ส่งออก ไทยซึ่งได้รับความสนใจจากผู้ซื้อชาวต่างชาติ โดยการดึงดูดผู้ซื้อด้วยฝีมือการผลิตที่ใส่ใจในรายละเอียดและความประณีตในการผลิตแต่ละชิ้นงานเครื่องประดับ ตลอดจนการเผยเอกลักษณ์และเสน่ห์ของงานออกแบบไทยที่ไม่แพ้แหล่งอื่นในโลก อันจะส่งผลต่อการกระตุ้นการส่งออกสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับไทยสู่ตลาดโลกต่อไป                    

                     Phuket Gems & Jewelry Fest เป็นงานแสดงสินค้าในรูปแบบของ Mini Exhibition ที่รวบรวมสินค้า อัญมณีและเครื่องประดับจากผู้ผลิตและส่งออกไทยชั้นนำ 50 รายมาจัดแสดงสินค้าครอบคลุมหลากหลายประเภท ทั้งเครื่องประดับ Costume และ Fashion Jewelry เครื่องประดับ Fine Jewelry เครื่องประดับเงิน เครื่องประดับทอง เพชร พลอยสี มุก พลอย และอัญมณีสังเคราะห์ รวมถึงอุปกรณ์และเครื่องมือต่างๆ และยังอัดแน่นด้วยกิจกรรมพิเศษมากมาย โดยตั้งเป้ากระตุ้นเศรษฐกิจ และบรรลุเป้าหมายในการส่งเสริมประเทศไทยให้เป็นฮับการค้าอัญมณีและเครื่องประดับของโลก และนับว่าประสบผลสำเร็จในการจัด แสดง และได้รับความสนใจเป็นอย่างดีเยี่ยมจากผู้เข้าร่วมงานทั้งไทยและต่างชาติ


                                                                                                        

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

งาน “วันสันติภาพสากล 2025” มจร จัดอย่างใหญ่ พร้อมมอบรางวัล “ลมหายใจแห่งสันติภาพ”

งาน “วันสันติภาพสากล 2025” มจร จัดอย่างใหญ่  พร้อมมอบรางวัล “ลมหายใจแห่ง สันติภาพ”  แด่ผู้นำศาสนาและผู้นำประเทศ       หลักสูตรสตินวัตกรรมและสันติศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) โดยการนำของ พระเมธีวัชรบัณฑิต, ศ.ดร. ผู้อำนวยการหลักสูตร ร่วมกับภาคีเครือข่าย จัดงาน "วันสันติภาพสากล ประจำปี 2568" ภายใต้แนวคิด “สังคมตื่นรู้ สู่การพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียว” (Mindful Society for Green Economy Development) โดยมีพระสงฆ์ แขกผู้มีเกียรติ อาทิ คุณศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมงพาณิชย์, ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย, นายวรเกียรติ สุจิวโรดม เจ้าของโครงการ ชาวนา มหานคร, ดร.สุเทพ อารมณ์รักษ์ นายกสมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไทย (สธทท.), คุณกุลพรภัสร์ วงศ์มาจารภิญญา บริษัทไทยสมาย บัส จำกัด, คุณญาธิภา สิงห์สุวรรณ ผู้อำนวยการส่วนการท่องเที่ยว กรุงเทพมหานคร, ดร.ชวิศ ชื่นเจริญ (อ.มุ่ย หูทิพย์), คุณกชนันท์ ซิดดิค Mrs. Thailand World 2025, คุณพิมพ์ลภัส ชื่อมณีสวรรค์ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2023  ฉะเชิงเทรา,...

สวพส. จัดการน้ำบนพื้นที่สูง เปลี่ยนชีวิตชุมชน สู่ความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน

สวพส. จัดการน้ำบนพื้นที่สูง เปลี่ยนชีวิตชุมชน สู่ความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน      แม้ฤดูฝนปีนี้จะมีปริมาณน้ำฝนมากกว่าค่าเฉลี่ยถึงร้อยละ 5 - 10 (ข้อมูลกรมอุตุนิยมวิทยา 13 พ.ค. 2568) แต่ใช่ว่าทุกพื้นที่จะได้ประโยชน์จากฝนที่ตกมากขึ้นโดยเฉพาะชุมชนบนพื้นที่สูง ที่บริบทพื้นที่ทำกินส่วนใหญ่อยู่สูงกว่าแหล่งน้ำธรรมชาติ ซึ่งยังคงต้องพึ่งพาน้ำฝนเป็นแหล่งน้ำหลัก ทั้งเพื่อการอุปโภค บริโภค และการเกษตร ชุมชนเหล่านี้มักเผชิญกับปัญหาฝนทิ้งช่วงและภัยแล้งซ้ำซาก ซึ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นจากความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศหรือสภาวะโลกเดือด       สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) หรือ สวพส. ได้ริเริ่มโครงการพัฒนาแหล่งน้ำและระบบกระจายน้ำขนาดเล็กมาตั้งแต่ปี 2563 เพื่อเพิ่มศักยภาพในการกักเก็บน้ำในช่วงฤดูฝน และกระจายน้ำให้เพียงพอในช่วงหน้าแล้ง ไม่เพียงเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้า แต่ยังมุ่งสร้างระบบจัดการน้ำที่ยั่งยืนโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน รวมไปถึงการฟื้นฟูดูแลรักษาป่ารอบๆ แหล่งน้ำ        ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ทำให้เกษตรกรกว่า 24,000 ราย ในพื้นที่สูง ...

Miss Universe 6 จังหวัด​ มาแสดงความขอบคุณ​ "สุวรรณี" ผู้บริหาร​ DOD Cafe & Bistro​

Miss Universe 6 จังหวัด​ มาแสดงความขอบคุณ​ "สุวรรณี" ผู้บริหาร​ DOD Cafe & Bistro​  หนึ่งในผู้สนับสนุนการประกวด​ Miss Universe 6 จังหวัด​         สาวงามผู้ครองตำแหน่ง​ Miss Universe 6 จังหวัด​ ได้แก่​ จังหวัดนครปฐม,​ หนองบัวลำภู, สุรินทร์, พระนครศรีอยุธยา, สมุทรปราการ​ ​และสมุทรสาคร​ เดินทางมาแสดงความขอบคุณ​ ​คุณสุวรรณี​ อิทธิวิบูลย์​ ผู้บริหาร บริษัท เพอโกล่าร์ จำกัด/บริษัท แกรชซี่ เดสติเนชั่น จำกัด, ผู้บริหาร​ DOD Cafe & Bistro​" และ อ.ดอส-ปณัฐ สุมาลย์โรจน์​ อาจารย์พิเศษ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และกรรมการผู้บริหารบริษัท เพอโกล่าร์ จำกัด​ ​ในฐานะเป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนการประกวด​ Miss Universe 6 จังหวัด​ ณ​ DOD Cafe & Bistro​ " ตำบลบางช้าง อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม​ เมื่อวันที่​ 11 มิถุนายน​ 2569       ในโอกาสอันดีนี้​ยังได้รับเกียรติจาก คุณสุขุม เชิดชื่น อดีตสมาชิกวุฒิสภา, คุณสุวลัย อมตะวณิชย์ เจ้าของร้านอาหารครัวอัปสร​ ตลาด​ อตก., คุณภารากรณ์ เชิดชื่น​ ผู้บริหารและเจ้าของหาดช้างเผือก​ และ​ ดร.ทิพวรรณ นาคละมัย​ กรรมการสมาคมสตรีนคร...