ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ททท. มอบรางวัล “สุดยอดนวัตกรรมสื่อการเรียนรู้การตลาดท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ” มุ่งเผยแพร่เป็นเครื่องมือเสริมความยั่งยืนให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยหลังวิกฤตโควิด-19

ททท. มอบรางวัล “สุดยอดนวัตกรรมสื่อการเรียนรู้การตลาดท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ” มุ่งเผยแพร่เป็นเครื่องมือเสริมความยั่งยืนให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยหลังวิกฤตโควิด-19

          การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เดินหน้าสู่ความยั่งยืน สร้างหลักสูตรการตลาดท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ (Responsible Tourism) พร้อมต่อยอดให้น่าสนใจและทันสมัยด้วยสื่อการเรียนรู้แบบใหม่ มุ่งยกระดับขีดความสามารถของบุคลากรในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย เพื่อมุ่งสู่การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (Sustainable Tourism)

        นายอภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ รองผู้ว่าการด้านดิจิทัล วิจัย และพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เป็นประธานในพิธีมอบรางวัล “สุดยอดนวัตกรรมสื่อการเรียนรู้การตลาดท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ” ภายใต้โครงการนวัตกรรมการเรียนรู้ด้านการตลาดท่องเที่ยว ผ่านระบบออนไลน Live Streaming เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2564                 


      
             นายอภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ รองผู้ว่าการด้านดิจิทัล วิจัย และพัฒนา ททท. เปิดเผยว่า โครงการประกวดนวัตกรรมการเรียนรู้ด้านการตลาดท่องเที่ยว หรือ Learning Innovation Contest ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี โดยมีทีมผู้สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการกว่า 70 ทีม ผ่านกระบวนการคัดเลือก จำนวน 3 รอบ จนได้ 10 ทีมสุดท้ายที่ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศ ร่วมพัฒนานวัตกรรมสื่อการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นจริง เพื่อเฟ้นหา “สุดยอดนวัตกรรมสื่อการเรียนรู้การตลาดท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ” ตลอดระยะเวลาโครงการกว่า 2 เดือน ทีมที่ผ่านเข้ารอบได้ร่วมกระบวนการพัฒนาศักยภาพและยกระดับขีดความสามารถอย่างเข้มข้น จากการเพิ่มทักษะและองค์ความรู้ ผ่านการอบรมออนไลน์กับวิทยากรผู้เชี่ยวชาญตามหลักสูตรของโครงการ ประกอบด้วย การท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบที่ยั่งยืน ร่วมคิดร่วมสร้างนวัตกรรมการท่องเที่ยวที่มีส่วนร่วมสร้างความยั่งยืน และเทคนิคการสื่อสารเพื่อความยั่งยืน ซึ่งผลจากความทุ่มเทและความตั้งใจของทุกทีมก็ทำให้ได้ผลงานนวัตกรรมสื่อการเรียนรู้ที่เป็นรูปธรรม โดยผลงานสื่อการเรียนรู้ในโครงการนี้ถือเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยยกระดับขีดความสามารถของการท่องเที่ยวไทยบนพื้นฐานของการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบและการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน


               ทั้งนี้ ผลงานของทั้ง 10 ทีม ที่ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ ได้แก่ ผลงาน EAGLE.COM จากทีมสิงห์เหนือเสือใต้ แพลตฟอร์มออนไลน์ในรูปแบบ Weblog EAGLE.COM ผลงาน GREEN ISLAND 2030 จากทีม Hygienic Tourism Website ที่นำเสนอชุดเครื่องมือ Toolkit ระดมความคิดในการออกแบบการแก้ปัญหา ผลงาน Go in one จากทีม Powerpuffgirls แอปพลิเคชันที่ง่ายต่อการใช้งาน ผลงานตูนจะสอนก่อนหมดไป จากทีม Call we a winner นวัตกรรมสื่อการเรียนรู้ในรูปแบบของ Cartoon E-Book ผลงานนวัตกรรมด้านการตลาด #Hashtag for Responsibility จากทีม Ma-no นวัตกรรมด้านการตลาดผ่าน #hashtag บนแพลตฟอร์ม Social Media ผลงาน Tourist Response Ladder จากทีม RUTS : New Gen Innovation สื่อการเรียนรู้ในรูปแบบเกมบันไดงูออนไลน์ ผลงานใครจะรับผิดชอบ? The Series จากทีม FMSQUARE สื่อการเรียนรู้ในรูปแบบคลิปวิดีโอสั้น 3 ตอน ผลงานการท่องเที่ยวอย่างใส่ใจ จากทีม Mindfulness Journey แพลตฟอร์มห้องเรียนออนไลน์ Weblog ผลงาน La Learn เล่น จากทีม New Gen New Normal เกมออนไลน์ และวิดีโอตัวอย่างโปรโมทการท่องเที่ยวผ่านแอปพลิเคชัน Tik Tok และผลงาน TOURHYTHM Music Video จากทีม Work วิดีโอการเล่าเรื่องผ่านบทเพลงที่บอกเล่าเรื่องราวของการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ


        สำหรับทีมที่คว้ารางวัลชนะเลิศ “สุดยอดนวัตกรรมสื่อการเรียนรู้การตลาดท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ” และได้รับเงินรางวัลมูลค่า 100,000 บาท พร้อมโล่รางวัล ได้แก่ ทีม Hygienic Tourism ที่นำเสนอ Website และชุดเครื่องมือ Toolkit ที่ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยระดมความคิดในการแก้ปัญหา และกระตุ้นให้เกิดแนวคิดเรื่องความยั่งยืน รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 ได้แก่ ทีม WORK ได้รับเงินรางวัล 70,000 บาท พร้อมโล่รางวัล นำเสนอวิดีโอการเล่าเรื่องผ่านบทเพลง โดยมีภาพวาดประกอบ นับเป็นอีกหนึ่งสื่อการเรียนรู้ที่สร้างแรงบันดาลใจ และกระตุ้นให้เกิดความน่าติดตามได้อย่างดีเยี่ยม รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 2 ได้แก่ ทีม FMSQUARE ได้รับเงินรางวัล 50,000 บาท พร้อมโล่รางวัล นำเสนอแพลตฟอร์มสื่อการเรียนรู้ในรูปแบบคลิปวิดีโอสั้น 3 ตอน หลากหลายอารมณ์ ที่จะพาทุกท่านไปรู้จักกับการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ ด้วยประโยคที่คุ้นหูในยามที่มีปัญหาเกิดขึ้นว่า “ใครจะรับผิดชอบ?” 

          ผู้สนใจสามารถติดตามความเคลื่อนไหวของการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ และกิจกรรมต่างๆ ที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ทาง www.tatacademy.com และ Facebook page: TAT Academy


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

งาน “วันสันติภาพสากล 2025” มจร จัดอย่างใหญ่ พร้อมมอบรางวัล “ลมหายใจแห่งสันติภาพ”

งาน “วันสันติภาพสากล 2025” มจร จัดอย่างใหญ่  พร้อมมอบรางวัล “ลมหายใจแห่ง สันติภาพ”  แด่ผู้นำศาสนาและผู้นำประเทศ       หลักสูตรสตินวัตกรรมและสันติศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) โดยการนำของ พระเมธีวัชรบัณฑิต, ศ.ดร. ผู้อำนวยการหลักสูตร ร่วมกับภาคีเครือข่าย จัดงาน "วันสันติภาพสากล ประจำปี 2568" ภายใต้แนวคิด “สังคมตื่นรู้ สู่การพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียว” (Mindful Society for Green Economy Development) โดยมีพระสงฆ์ แขกผู้มีเกียรติ อาทิ คุณศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมงพาณิชย์, ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย, นายวรเกียรติ สุจิวโรดม เจ้าของโครงการ ชาวนา มหานคร, ดร.สุเทพ อารมณ์รักษ์ นายกสมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไทย (สธทท.), คุณกุลพรภัสร์ วงศ์มาจารภิญญา บริษัทไทยสมาย บัส จำกัด, คุณญาธิภา สิงห์สุวรรณ ผู้อำนวยการส่วนการท่องเที่ยว กรุงเทพมหานคร, ดร.ชวิศ ชื่นเจริญ (อ.มุ่ย หูทิพย์), คุณกชนันท์ ซิดดิค Mrs. Thailand World 2025, คุณพิมพ์ลภัส ชื่อมณีสวรรค์ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2023  ฉะเชิงเทรา,...

สวพส. จัดการน้ำบนพื้นที่สูง เปลี่ยนชีวิตชุมชน สู่ความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน

สวพส. จัดการน้ำบนพื้นที่สูง เปลี่ยนชีวิตชุมชน สู่ความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน      แม้ฤดูฝนปีนี้จะมีปริมาณน้ำฝนมากกว่าค่าเฉลี่ยถึงร้อยละ 5 - 10 (ข้อมูลกรมอุตุนิยมวิทยา 13 พ.ค. 2568) แต่ใช่ว่าทุกพื้นที่จะได้ประโยชน์จากฝนที่ตกมากขึ้นโดยเฉพาะชุมชนบนพื้นที่สูง ที่บริบทพื้นที่ทำกินส่วนใหญ่อยู่สูงกว่าแหล่งน้ำธรรมชาติ ซึ่งยังคงต้องพึ่งพาน้ำฝนเป็นแหล่งน้ำหลัก ทั้งเพื่อการอุปโภค บริโภค และการเกษตร ชุมชนเหล่านี้มักเผชิญกับปัญหาฝนทิ้งช่วงและภัยแล้งซ้ำซาก ซึ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นจากความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศหรือสภาวะโลกเดือด       สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) หรือ สวพส. ได้ริเริ่มโครงการพัฒนาแหล่งน้ำและระบบกระจายน้ำขนาดเล็กมาตั้งแต่ปี 2563 เพื่อเพิ่มศักยภาพในการกักเก็บน้ำในช่วงฤดูฝน และกระจายน้ำให้เพียงพอในช่วงหน้าแล้ง ไม่เพียงเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้า แต่ยังมุ่งสร้างระบบจัดการน้ำที่ยั่งยืนโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน รวมไปถึงการฟื้นฟูดูแลรักษาป่ารอบๆ แหล่งน้ำ        ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ทำให้เกษตรกรกว่า 24,000 ราย ในพื้นที่สูง ...

PMCU จุฬาฯ เนรมิตสยามสแควร์ให้เป็น ‘เวทีแจ้งเกิดของทุกคน’ จัดงาน​“Bangkok Street Performer Festival 2026”

PMCU จุฬาฯ  เนรมิตสยามสแควร์ให้เป็น ‘เวทีแจ้งเกิดของทุกคน’  จัดงาน ​ “Bangkok Street Performer Festival 2026” โชว์ศั กยภาพคนรุ่นใหม่ ใจกลางเมือง       เพราะเชื่อว่าความคิดสร้างสรรค์ไม่มีขีดจำกัด จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยสำนักงานทรัพย์สินจุฬาฯ​ หรือ​ PMCU ตั้งใจสร้าง Siam Square Walking Street ให้เป็นมากกว่าแค่แหล่งช้อปปิ้ง หรือจุดนัดพบ แต่เป็น "Platform แห่งโอกาส" ที่เปิดกว้างให้คนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ ได้เข้ามาสร้างสรรค์กิจกรรมที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็นดนตรีเปิดหมวก​ ที่เปิดโอกาสให้นักเรียน และนักศึกษา มาแสดงความสามารถด้านดนตรีจนกลายเป็นพื้นที่สำหรับศิลปินหรือวงดนตรีหน้าใหม่ได้สร้างฐานแฟนคลับใจกลางเมืองที่มาเปิดการแสดงแล้วกว่า 2,000 วง โดยมีนักดนตรีแสดงแล้วกว่า 15,000 คน และ​ Art & Performance Street Show การแสดงที่ใช้ทักษะพิเศษ เช่น มายากล, ละครใบ้ (Mime), การเต้น Cover Dance ไปจนถึงศิลปะการแสดงร่วมสมัย, Live Painting & Graffiti บางช่วงเวลาจะมีการเปิดพื้นที่ให้ศิลปินมาสร้างสรรค์งานทัศนศิลป์สดๆ ให้คนเดินผ่านไปมาได้ชม, Art & Craft Market ตลาดนัดงา...