ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

กลุ่มผู้ประกอบการรถทัวร์ท่องเที่ยวทั่วไทย (รถบัสรับจ้างไม่ประจำทาง) ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อนายกรัฐมนตรี ในความเดือดร้อนที่ได้รับจากผลกระทบต่อธุรกิจจากเชื้อไวรัสโควิด-19

กลุ่มผู้ประกอบการรถทัวร์ท่องเที่ยวทั่วไทย (รถบัสรับจ้างไม่ประจำทาง)

ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อนายกรัฐมนตรี

ในความเดือดร้อนที่ได้รับจากผลกระทบต่อธุรกิจจากเชื้อไวรัสโควิด-19


จากสถานการณ์เชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้นักท่องเที่ยวไม่สามารถไปท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ ในประเทศ การท่องเที่ยวจึงต้องหยุดชะงักลง จึงมีผลกระทบต่อธุรกิจท่องเที่ยวต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น โรงแรม ร้านอาหาร ร้านชายชองที่ระลึก สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ รวมทั้งรถทัวร์ท่องเที่ยวทั่วไทย (รถบัสรับจ้างไม่ประจำทาง) ไม่มีนักท่องเที่ยวมาจ้างเหมารถทัวร์ท่องเที่ยว ทำให้รถทัวร์ท่องเที่ยวทั่วไทย (รถบัสรับจ้างไม่ประจำทาง) ขาดการจ้างงาน ขาดรายได้ ซึ่งเป็นรายได้หลักของรถทัวร์ท่องเที่ยวทั่วไทย (รถบัสรับจ้างไม่ประจำทาง)


วันนี้ (วันที่ 29 พฤษภาคม 2563) นายไกรพิทักษ์ ศิริพล ประธานกลุ่มผู้ประกอบการรถทัวร์ท่องเที่ยวทั่วไทย และเจ้าของรถทัวร์ท่องเที่ยวทั่วไทย (รถบัสไม่ประจำทาง) จึงได้นำกลุ่มผู้ประกอบการและเจ้าของรถทัวร์ท่องเที่ยวทั่วไทย (รถบัสรับจ้างไม่ประจำทาง) มายื่นหนังสือร้องเรียนต่อ ฯพณฯ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี  ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล 1111 สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี โดยมีนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรี ประจำนายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับหนังสือร้องเรียน เพื่อให้รัฐบาลได้รับทราบถึงปัญหาและอุปสรรคต่างๆ ของรถทัวร์ท่องเที่ยวทั่วไทย (รถบัสรับจ้างไม่ประจำทาง) เพื่อหาหนทางช่วยเหลือเยียวยา และแก้ไข พิจารณาหาวิธีลดหย่อนผ่อนผันในบางเรื่องบางกรณีในสภาวะเศรษฐกิจในช่วงนี้และความเป็นอยู่อย่างไม่มีรายได้จริงๆ มาแล้วหลายเดือน และไม่รู้ว่ากลุ่มรถทัวร์ท่องเที่ยวทั่วไทย (รถบัสรับจ้างไม่ประจำทาง) จะฟื้นตัวหรือมีงานมาจ้างเหมาเช่ารถทัวร์ฯ ไปท่องเที่ยวอีกเมื่อไหร่


นายไกรพิทักษ์ ศิริพล ประธานกลุ่มผู้ประกอบการรถทัวร์ท่องเที่ยวทั่วไทย และเจ้าของรถทัวร์ท่องเที่ยวทั่วไทย (รถบัสไม่ประจำทาง) กล่าวว่า หนังสือร้องเรียนที่ทางกลุ่มผู้ผู้ประกอบการและเจ้าของรถทัวร์ท่องเที่ยวทั่วไทย (รถบัสรับจ้างไม่ประจำทาง) มายื่นนั้น เพื่อให้รัฐบาลหาหนทางช่วยเหลือเยียวยา และแก้ไข พิจารณาหาวิธีลดหย่อนผ่อนผันในบางเรื่องนั้น มีใจความดังต่อไปนี้ คือ


1. อยากให้รัฐบาลช่วยปรึกษาหารือกับธนาคารหรือสถาบันการเงินของรัฐ ให้ช่วยเหลือเยียวยา โดยการปล่อยเงินกู้ให้กับสมาชิกกลุ่มผู้ประกอบการรถทัวร์ท่องเที่ยวทั่วไทย  ได้กู้ยืมเงินในอัตราดอกเบี้ยต่ำ / ส่งคืนเงินต้น-ดอกเบี้ยระยะยาว / ในระยะ 3-6 เดือนแรก หลังจากได้รับเงินกู้มาแล้ว ให้ปลอดส่งเงินต้นและดอกเบี้ย เพื่อจะได้นำเงินที่ขอกู้ยืมมาซ่อมแซม บำรุง ปรับปรุง รักษาสภาพรถทัวร์ฯ ให้ดีพร้อมใช้บริการรับจ้างงานทัวร์ และเป็นเงินทุนหมุนเวียนใช้จ่ายอีกด้วย


2. ขอให้รัฐบาลช่วยเหลือเยียวยา และช่วยปรึกษาหารือ หรือเจรจาหาทางออกให้กับสมาชิกกลุ่มผู้ประกอบการรถทัวร์ท่องเที่ยวทั่วไทยที่ค้างและยังไม่ได้ผ่อนชำระเงินค่างวดรถทัวร์ฯ มาแล้ว 2-3 งวด กับบริษัทจัดเงินไฟแนนซ์รถทัวร์ของสมาชิกกลุ่มผู้ประกอบการรถทัวร์ท่องเที่ยวทั่วไทยให้ด้วย


3. ขอให้รัฐบาลช่วยเหลือเยียวยา โดยการลดหย่อนผ่อนผันเงินค่าต่อภาษีฯ พรบ. ประกันภัยต่างๆ และจีพีเอส ในระหว่างช่วงเดือนมีนาคม 2563 ไปจนถึงหมดเชื้อไวรัสโควิด-19 เข้าสู่สภาวะปกติ หรือแล้วแต่จะเห็นสมควรต่อเหตุการณ์นั้นๆ ซึ่งสมาชิกกลุ่มผู้ประกอบการรถทัวร์ท่องเที่ยวทั่วไทย  ไม่ได้วิ่งรถทัวร์ ไม่มีงานทำ ไม่มีใครมาจ้างเหมาเช่ารถทัวร์ไปท่องเที่ยว รถทัวร์ท่องเที่ยวฯ จอดสนิทมาแล้วเกือบ 3 เดือนเต็มๆ และคงจอดอีกต่อไปไม่น้อยกว่า 3 เดือน กว่าที่รถทัวร์ท่องเที่ยวฯ จะพอมีงานวิ่งรับจ้างได้บ้างนิดๆ หน่อยๆ ก็เป็นเพราะว่าเศรษฐกิจจะยังคงไม่ค่อยดีขึ้นเท่าไหร่ ประชาชนส่วนมากก็ยังไม่มีเงินไปกินไปเที่ยวกัน ทุกคนก็คงต้องเก็บเงินไว้ใช้จ่าย ซื้อของเท่าที่จำเป็นไว้ใช้ในครอบครัวก่อน นี่คือเหตุและผล ในช่วงระยะแรกๆ นั้น รถทัวร์ท่องเที่ยวฯ จะคงยังไม่มีรายได้


4. ขอให้รัฐบาลช่วยเหลือเยียวยา โดยสั่งยกเลิกเพิกถอนใบสั่งต่างๆ ที่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และกล้องจับฯ เช่น ใบสั่งจับรถวิ่งความเร็วเกินบ้าง จับรถควันดำเกินบ้าง จับรถวิ่งขวา และใบสั่งจับกรณีอื่นๆ ที่ไม่ใช่เหตุร้ายแรง เป็นเพียงเหตุลหุโทษ เพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระและบรรเทาทุกข์ให้กับเจ้าของรถทัวร์ฯ ในช่วงระยะนี้ที่ไม่มีงาน ไม่มีเงิน และไม่มีรายได้ด้วย


และสุดท้ายนี้ ทางกลุ่มผู้ประกอบการรถทัวร์ท่องเที่ยวทั่วไทย (รถบัสรับจ้างไม่ประจำทาง) ก็หวังว่าคงได้รับความกรุณา เมตตา ในการให้ความช่วยเหลือและเยียวยาจาก ฯพณฯ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีกระทรวงต่างๆ ที่กำกับดูแล


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

งาน “วันสันติภาพสากล 2025” มจร จัดอย่างใหญ่ พร้อมมอบรางวัล “ลมหายใจแห่งสันติภาพ”

งาน “วันสันติภาพสากล 2025” มจร จัดอย่างใหญ่  พร้อมมอบรางวัล “ลมหายใจแห่ง สันติภาพ”  แด่ผู้นำศาสนาและผู้นำประเทศ       หลักสูตรสตินวัตกรรมและสันติศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) โดยการนำของ พระเมธีวัชรบัณฑิต, ศ.ดร. ผู้อำนวยการหลักสูตร ร่วมกับภาคีเครือข่าย จัดงาน "วันสันติภาพสากล ประจำปี 2568" ภายใต้แนวคิด “สังคมตื่นรู้ สู่การพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียว” (Mindful Society for Green Economy Development) โดยมีพระสงฆ์ แขกผู้มีเกียรติ อาทิ คุณศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมงพาณิชย์, ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย, นายวรเกียรติ สุจิวโรดม เจ้าของโครงการ ชาวนา มหานคร, ดร.สุเทพ อารมณ์รักษ์ นายกสมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไทย (สธทท.), คุณกุลพรภัสร์ วงศ์มาจารภิญญา บริษัทไทยสมาย บัส จำกัด, คุณญาธิภา สิงห์สุวรรณ ผู้อำนวยการส่วนการท่องเที่ยว กรุงเทพมหานคร, ดร.ชวิศ ชื่นเจริญ (อ.มุ่ย หูทิพย์), คุณกชนันท์ ซิดดิค Mrs. Thailand World 2025, คุณพิมพ์ลภัส ชื่อมณีสวรรค์ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2023  ฉะเชิงเทรา,...

สวพส. จัดการน้ำบนพื้นที่สูง เปลี่ยนชีวิตชุมชน สู่ความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน

สวพส. จัดการน้ำบนพื้นที่สูง เปลี่ยนชีวิตชุมชน สู่ความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน      แม้ฤดูฝนปีนี้จะมีปริมาณน้ำฝนมากกว่าค่าเฉลี่ยถึงร้อยละ 5 - 10 (ข้อมูลกรมอุตุนิยมวิทยา 13 พ.ค. 2568) แต่ใช่ว่าทุกพื้นที่จะได้ประโยชน์จากฝนที่ตกมากขึ้นโดยเฉพาะชุมชนบนพื้นที่สูง ที่บริบทพื้นที่ทำกินส่วนใหญ่อยู่สูงกว่าแหล่งน้ำธรรมชาติ ซึ่งยังคงต้องพึ่งพาน้ำฝนเป็นแหล่งน้ำหลัก ทั้งเพื่อการอุปโภค บริโภค และการเกษตร ชุมชนเหล่านี้มักเผชิญกับปัญหาฝนทิ้งช่วงและภัยแล้งซ้ำซาก ซึ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นจากความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศหรือสภาวะโลกเดือด       สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) หรือ สวพส. ได้ริเริ่มโครงการพัฒนาแหล่งน้ำและระบบกระจายน้ำขนาดเล็กมาตั้งแต่ปี 2563 เพื่อเพิ่มศักยภาพในการกักเก็บน้ำในช่วงฤดูฝน และกระจายน้ำให้เพียงพอในช่วงหน้าแล้ง ไม่เพียงเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้า แต่ยังมุ่งสร้างระบบจัดการน้ำที่ยั่งยืนโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน รวมไปถึงการฟื้นฟูดูแลรักษาป่ารอบๆ แหล่งน้ำ        ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ทำให้เกษตรกรกว่า 24,000 ราย ในพื้นที่สูง ...

PMCU จุฬาฯ เนรมิตสยามสแควร์ให้เป็น ‘เวทีแจ้งเกิดของทุกคน’ จัดงาน​“Bangkok Street Performer Festival 2026”

PMCU จุฬาฯ  เนรมิตสยามสแควร์ให้เป็น ‘เวทีแจ้งเกิดของทุกคน’  จัดงาน ​ “Bangkok Street Performer Festival 2026” โชว์ศั กยภาพคนรุ่นใหม่ ใจกลางเมือง       เพราะเชื่อว่าความคิดสร้างสรรค์ไม่มีขีดจำกัด จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยสำนักงานทรัพย์สินจุฬาฯ​ หรือ​ PMCU ตั้งใจสร้าง Siam Square Walking Street ให้เป็นมากกว่าแค่แหล่งช้อปปิ้ง หรือจุดนัดพบ แต่เป็น "Platform แห่งโอกาส" ที่เปิดกว้างให้คนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ ได้เข้ามาสร้างสรรค์กิจกรรมที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็นดนตรีเปิดหมวก​ ที่เปิดโอกาสให้นักเรียน และนักศึกษา มาแสดงความสามารถด้านดนตรีจนกลายเป็นพื้นที่สำหรับศิลปินหรือวงดนตรีหน้าใหม่ได้สร้างฐานแฟนคลับใจกลางเมืองที่มาเปิดการแสดงแล้วกว่า 2,000 วง โดยมีนักดนตรีแสดงแล้วกว่า 15,000 คน และ​ Art & Performance Street Show การแสดงที่ใช้ทักษะพิเศษ เช่น มายากล, ละครใบ้ (Mime), การเต้น Cover Dance ไปจนถึงศิลปะการแสดงร่วมสมัย, Live Painting & Graffiti บางช่วงเวลาจะมีการเปิดพื้นที่ให้ศิลปินมาสร้างสรรค์งานทัศนศิลป์สดๆ ให้คนเดินผ่านไปมาได้ชม, Art & Craft Market ตลาดนัดงา...