ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

แอมเวย์ ไชน่า เลือกไทยจัดประชุมองค์กรใหญ่สุดในอาเซียน

แอมเวย์ ไชน่า เลือกไทยจัดประชุมองค์กรใหญ่สุดในอาเซียน

ผู้ร่วมงานจากจีนกว่าหมื่นคน 

ทีเส็บจัด Slow Living Experience ต้อนรับ

     สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ เปิดแถลงข่าวในงาน IT&CM Asia and CTW Asia-Pacific 2025 ประกาศแอมเวย์ ไชน่า จะนำตัวแทนกว่า 10,000 คน เดินทางมาจัดการประชุมสัมมนาผู้นำประจำปี Amway Leadership Seminar – Bangkok ณ กรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 4 มีนาคม – 13 เมษายน 2569 ถือเป็นงานประชุมองค์กรของแอมเวย์ ไชน่าขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมขานรับแนวคิดทีเส็บจัด “Slow Living” Travel Experience ผสมผสานการประชุมทางธุรกิจกับประสบการณ์เชิงวัฒนธรรม วิถีริมฝั่งน้ำและไลฟ์สไตล์ที่ลึกซึ้งใจกลางกรุงเทพฯ

     การจัดงานครั้งนี้ยังตรงกับโอกาสครบรอบ 50 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–จีน โดยกรุงเทพฯ ในฐานะ “สะพานแห่งมิตรภาพ” ของสองประเทศจะเป็นเจ้าภาพในการต้อนรับงานครั้งสำคัญของแอมเวย์ ไชน่า ที่เชื่อมโยงประชาชนทั้งสองประเทศอย่างแน่นแฟ้น

      การประชุมสัมมนาผู้นำประจำปี Amway Leadership Seminar – Bangkok เป็นผลลัพธ์ของความร่วมมือที่ดำเนินต่อเนื่องยาวนานกว่า 2 ปี ระหว่างทีเส็บ แอมเวย์ ไชน่า และหน่วยงานพันธมิตรไทย   ทั้งนี้ ทีเส็บเคยสนับสนุนการสัมมนาผู้นำในต่างประเทศครั้งแรกของแอมเวย์ ไชน่า ที่กรุงเทพฯ เมื่อปี 2540 สำหรับงานปี 2569 ทีเส็บยังมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาและนำเสนอแนวคิด “Slow Living” ชูประสบการณ์วิถีวัฒนธรรมท้องถิ่นให้กับผู้ร่วมงาน อำนวยความสะดวกด้านการประสานงานหน่วยงานรัฐ การให้บริการตรวจคนเข้าเมืองผ่าน MICE Lane Service สำหรับแขกวีไอพี พร้อมสนับสนุนงานการแสดงทางวัฒนธรรม มอบสิทธิพิเศษจากพันธมิตรภาคธุรกิจ และดูแลมาตรการด้านการต้อนรับ ความปลอดภัย และการท่องเที่ยวทั่วประเทศ ตอกย้ำบทบาททีเส็บในการผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางไมซ์ชั้นนำของเอเชีย

      ดร. ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ กล่าวว่า “เรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ภายใต้แนวคิดทีมไทยแลนด์ เพื่อต้อนรับแอมเวย์ ไชน่า กลับสู่ประเทศไทย การจัดงานที่มีผู้เข้าร่วมกว่า 10,000 คน ไม่เพียงสะท้อนถึงความสัมพันธ์ไทย–จีนที่แน่นแฟ้น แต่ยังแสดงถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพเชิงสร้างสรรค์ของไทยในการมอบประสบการณ์ไมซ์ที่มีคุณค่าและแปลกใหม่นอกกรอบความคิดเดิมๆ เพื่อตอบโจทย์ธุรกิจยุคใหม่ นับเป็นอีกก้าวสำคัญในอุตสาหกรรมไมซ์และการท่องเที่ยวไทย และเป็นกลยุทธ์ที่ทำให้ประเทศไทยโดดเด่นในฐานะจุดหมายปลายทางระดับพรีเมียม”

      ด้าน นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า “ประเทศไทยรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่จะได้ต้อนรับตัวแทนกว่า 10,000 คน จากแอมเวย์ ไชน่า สู่กรุงเทพฯ เมืองศูนย์กลางแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เต็มไปด้วยพลัง และเป็นเมืองที่หลอมรวมระหว่างความเป็นเอกลักษณ์ดั้งเดิมกับความก้าวหน้าสมัยใหม่ ภายใต้โครงการ ‘Vibrant Bangkok City’ เราขอเชิญชวนให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาได้ดื่มด่ำไปกับวิถีชีวิตท้องถิ่น ตั้งแต่การลิ้มรสอาหารริมทางที่สืบทอดสูตรมาหลายชั่วอายุคน การค้นพบวัดวาอารามที่ซ่อนตัวท่ามกลางตึกสูง ไปจนถึงการมีส่วนร่วมกับช่างฝีมือที่สืบสานมรดกทางวัฒนธรรมของไทย นี่คือการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ในความหมายที่แท้จริง ซึ่งเปี่ยมด้วยความเป็นต้นตำรับและรังสรรค์ด้วยความใส่ใจ

     การสัมมนาครั้งนี้ สะท้อนถึงความพร้อมของประเทศไทยในการมอบประสบการณ์ไมซ์ระดับโลก ที่มีเอกลักษณ์แบบไทยแท้ พร้อมกันนี้ ยังถือเป็นโอกาสอันดีในการเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์ไทย–จีน เราขอยืนยันถึงความมุ่งมั่นในการส่งเสริมการท่องเที่ยวที่เปี่ยมด้วยคุณค่า ทุกการเดินทางจะได้รับการเติมเต็มด้วยการเชื่อมโยงที่แท้จริง และทุกช่วงเวลาจะสร้างความประทับใจที่ยั่งยืน อันเกิดจากความร่วมมือระหว่างการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ ประเทศไทยพร้อมแล้วที่จะสร้างแรงบันดาลใจ เชื่อมโยง และต้อนรับทุกท่านด้วยใจที่เปิดกว้าง”

     ในส่วนของมาตรการด้านความปลอดภัยและความมั่นใจ เพื่อสร้างความมั่นใจแก่ผู้เข้าร่วมงาน ทีเส็บได้ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ จัดเตรียมมาตรการอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยในการเดินทางระหว่างสนามบิน โรงแรม และสถานที่จัดงาน พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ดูแลอย่างใกล้ชิดด้วยบริการ MICE Lane ณ สนามบินสุวรรณภูมิ เพื่ออำนวยความสะดวกในการตรวจคนเข้าเมืองแบบรวดเร็วสำหรับวีไอพี ตอกย้ำความมุ่งมั่นของไทยในการมอบประสบการณ์ไมซ์ระดับโลก ภายใต้สภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและเป็นมิตรตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินทางมาถึง

      ความร่วมมือยาวนานกว่า 3 ทศวรรษ แอมเวย์ ไชน่า มีความสัมพันธ์อันยาวนานกับประเทศไทย นับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทในปี 2538 และเลือกกรุงเทพฯ เป็นสถานที่จัดสัมมนาผู้นำในต่างประเทศครั้งแรกเมื่อปี 2540 การกลับมาจัดงานในปี 2569 จึงถือเป็นการหวนคืนครั้งสำคัญ สะท้อนถึงมิตรภาพอันยั่งยืน และสอดคล้องกับการเฉลิมฉลอง 50 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–จีน อีกทั้งการประชุมครั้งนี้ยังเป็นงานองค์กรที่ใหญ่ที่สุดของแอมเวย์ ไชน่าในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นับตั้งแต่ปี 2559

      การเปิดประสบการณ์ “Bangkok Slow Living” Amway Leadership Seminar – Bangkok จะมอบประสบการณ์ที่แตกต่างจากการท่องเที่ยวแบบดั้งเดิม ผ่านการนำเสนอวิถีชีวิตริมแม่น้ำเจ้าพระยา ผู้ร่วมงานจะได้สัมผัส “Riverfront Living Circuit” หรือโปรแกรม “Bangkok Slow Living” เพื่อค้นพบกรุงเทพฯ ในมุมมองใหม่ ทั้งกิจกรรมทำสมาธิริมแม่น้ำ การฝึกสติสะท้อนมิติทางวัฒนธรรม การลิ้มรสอาหารท้องถิ่นชื่อดัง ตลอดจนพักผ่อนในโรงแรมหรูชั้นนำที่นำเสนอกิจกรรมผสมผสานการบำบัดแบบสปาไทย โยคะ และกิจกรรมเชิงวัฒนธรรมเข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน

     ดร. ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการสร้าง กล่าวทิ้งท้ายว่า การจัดงานครั้งนี้ของแอมเวย์ ไชน่า คาดว่าจะสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนอย่างมหาศาลแก่ธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร การขนส่ง และอุตสาหกรรมเชิงวัฒนธรรม อีกทั้งยังสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การท่องเที่ยว “The New Thailand” ที่ผสานมรดกทางวัฒนธรรม สุขภาพ และวิถีชีวิตสมัยใหม่เพื่อดึงดูดนักเดินทางกลุ่มไมซ์ งานนี้ไม่เพียงช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไทย แต่ยังสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้เข้าร่วมงานได้ค้นพบประเทศไทยในมุมมองใหม่ อีกทั้งยังเป็นการสานสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นกับจีน และต้อนรับตัวแทนแอมเวย์ สู่ประสบการณ์ที่น่าจดจำในกรุงเทพฯ

     “Amway Leadership Seminar – Bangkok คาดว่าจะสร้างรายได้กว่า 858 ล้านบาท (ประมาณ 26 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ให้กับอุตสาหกรรมไมซ์และบริการด้านการท่องเที่ยวของประเทศไทย และสร้างงานกว่า 860 ตำแหน่งในภาคการบริการ การจัดเลี้ยง การขนส่ง และบริการด้านอีเวนต์ อีกทั้งยังคาดว่าจะสร้างรายได้จากการจัดเก็บภาษีประมาณ 38 ล้านบาท (1.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ผ่านภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีเงินได้นิติบุคคล และภาษีที่เกี่ยวข้อง ซึ่งตอกย้ำบทบาทเชิงกลยุทธ์ของไมซ์ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทย” 


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

งาน “วันสันติภาพสากล 2025” มจร จัดอย่างใหญ่ พร้อมมอบรางวัล “ลมหายใจแห่งสันติภาพ”

งาน “วันสันติภาพสากล 2025” มจร จัดอย่างใหญ่  พร้อมมอบรางวัล “ลมหายใจแห่ง สันติภาพ”  แด่ผู้นำศาสนาและผู้นำประเทศ       หลักสูตรสตินวัตกรรมและสันติศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) โดยการนำของ พระเมธีวัชรบัณฑิต, ศ.ดร. ผู้อำนวยการหลักสูตร ร่วมกับภาคีเครือข่าย จัดงาน "วันสันติภาพสากล ประจำปี 2568" ภายใต้แนวคิด “สังคมตื่นรู้ สู่การพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียว” (Mindful Society for Green Economy Development) โดยมีพระสงฆ์ แขกผู้มีเกียรติ อาทิ คุณศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมงพาณิชย์, ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย, นายวรเกียรติ สุจิวโรดม เจ้าของโครงการ ชาวนา มหานคร, ดร.สุเทพ อารมณ์รักษ์ นายกสมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไทย (สธทท.), คุณกุลพรภัสร์ วงศ์มาจารภิญญา บริษัทไทยสมาย บัส จำกัด, คุณญาธิภา สิงห์สุวรรณ ผู้อำนวยการส่วนการท่องเที่ยว กรุงเทพมหานคร, ดร.ชวิศ ชื่นเจริญ (อ.มุ่ย หูทิพย์), คุณกชนันท์ ซิดดิค Mrs. Thailand World 2025, คุณพิมพ์ลภัส ชื่อมณีสวรรค์ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2023  ฉะเชิงเทรา,...

สวพส. จัดการน้ำบนพื้นที่สูง เปลี่ยนชีวิตชุมชน สู่ความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน

สวพส. จัดการน้ำบนพื้นที่สูง เปลี่ยนชีวิตชุมชน สู่ความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน      แม้ฤดูฝนปีนี้จะมีปริมาณน้ำฝนมากกว่าค่าเฉลี่ยถึงร้อยละ 5 - 10 (ข้อมูลกรมอุตุนิยมวิทยา 13 พ.ค. 2568) แต่ใช่ว่าทุกพื้นที่จะได้ประโยชน์จากฝนที่ตกมากขึ้นโดยเฉพาะชุมชนบนพื้นที่สูง ที่บริบทพื้นที่ทำกินส่วนใหญ่อยู่สูงกว่าแหล่งน้ำธรรมชาติ ซึ่งยังคงต้องพึ่งพาน้ำฝนเป็นแหล่งน้ำหลัก ทั้งเพื่อการอุปโภค บริโภค และการเกษตร ชุมชนเหล่านี้มักเผชิญกับปัญหาฝนทิ้งช่วงและภัยแล้งซ้ำซาก ซึ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นจากความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศหรือสภาวะโลกเดือด       สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) หรือ สวพส. ได้ริเริ่มโครงการพัฒนาแหล่งน้ำและระบบกระจายน้ำขนาดเล็กมาตั้งแต่ปี 2563 เพื่อเพิ่มศักยภาพในการกักเก็บน้ำในช่วงฤดูฝน และกระจายน้ำให้เพียงพอในช่วงหน้าแล้ง ไม่เพียงเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้า แต่ยังมุ่งสร้างระบบจัดการน้ำที่ยั่งยืนโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน รวมไปถึงการฟื้นฟูดูแลรักษาป่ารอบๆ แหล่งน้ำ        ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ทำให้เกษตรกรกว่า 24,000 ราย ในพื้นที่สูง ...

PMCU จุฬาฯ เนรมิตสยามสแควร์ให้เป็น ‘เวทีแจ้งเกิดของทุกคน’ จัดงาน​“Bangkok Street Performer Festival 2026”

PMCU จุฬาฯ  เนรมิตสยามสแควร์ให้เป็น ‘เวทีแจ้งเกิดของทุกคน’  จัดงาน ​ “Bangkok Street Performer Festival 2026” โชว์ศั กยภาพคนรุ่นใหม่ ใจกลางเมือง       เพราะเชื่อว่าความคิดสร้างสรรค์ไม่มีขีดจำกัด จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยสำนักงานทรัพย์สินจุฬาฯ​ หรือ​ PMCU ตั้งใจสร้าง Siam Square Walking Street ให้เป็นมากกว่าแค่แหล่งช้อปปิ้ง หรือจุดนัดพบ แต่เป็น "Platform แห่งโอกาส" ที่เปิดกว้างให้คนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ ได้เข้ามาสร้างสรรค์กิจกรรมที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็นดนตรีเปิดหมวก​ ที่เปิดโอกาสให้นักเรียน และนักศึกษา มาแสดงความสามารถด้านดนตรีจนกลายเป็นพื้นที่สำหรับศิลปินหรือวงดนตรีหน้าใหม่ได้สร้างฐานแฟนคลับใจกลางเมืองที่มาเปิดการแสดงแล้วกว่า 2,000 วง โดยมีนักดนตรีแสดงแล้วกว่า 15,000 คน และ​ Art & Performance Street Show การแสดงที่ใช้ทักษะพิเศษ เช่น มายากล, ละครใบ้ (Mime), การเต้น Cover Dance ไปจนถึงศิลปะการแสดงร่วมสมัย, Live Painting & Graffiti บางช่วงเวลาจะมีการเปิดพื้นที่ให้ศิลปินมาสร้างสรรค์งานทัศนศิลป์สดๆ ให้คนเดินผ่านไปมาได้ชม, Art & Craft Market ตลาดนัดงา...