ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

จ.นครพนม ชวนเที่ยว "งานมหกรรมไหลเรือไฟโลกและงานกาชาดจังหวัดนครพนม ประจำปี 2568"

จ.นครพนม ชวนเที่ยว "งานมหกรรมไหลเรือไฟโลกและงานกาชาดจังหวัดนครพนม ประจำปี 2568"

ระหว่าง 27 ก.ย. - 8 ต.ค. 68 ณ บริเวณศาลากลาง จ.นครพนม

     นายปราชญา อุ่นเพชรวรากร ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม เป็นประธาน พร้อมด้วย นางธนวัน อุ่นเพชรวรากร นายกเหล่ากาชาดจังหวัดนครพนม แถลงข่าว การจัดงานประเพณีไหลเรือไฟและงานกาชาดจังหวัดนครพนม ประจำปี 2568  โดยยมี นางยุวดี มีบุญ วัฒนธรรมจังหวัดนครพนม, นางสาวเสาวนีย์ คนกล้า ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานนครพนม, นายอนุชิต หงษาดี นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครพนม, นายนิวัต เจียวิริยบุญญา นายกเทศมนตรีเมืองนครพนม และ พ.ต.อ.อนุสรณ์ มั่งมี รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม ร่วมแถลงข่าว ณ บริเวณซุ้มวิถีคนทำเรือไฟอำเภอเมืองนครพนม ริมฝั่งโขง ตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม ในการเตรียมความพร้อมการจัดงานประเพณีไหลเรือไฟและงานกาชาดจังหวัดนครพนม ประจำปี 2568 ในช่วงวันออกพรรษา ระหว่างวันที่ 27 กันยายน - 8 ตุลาคม 2568 ด้านการจัดกิจกรรม, การรักษาความปลอดภัย, การจราจร, สถานที่พัก และการอำนวยความสะดวกในด้านต่างๆ ที่จะมีขึ้น เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาเยือนจังหวัดนครพนม

     นายปราชญา อุ่นเพชรวรากร ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม กล่าวว่า ประเพณีไหลเรือไฟ เป็นประเพณีที่ชาวนครพนมภาคภูมิใจ เพราะบรรพบุรุษได้ยึดถือปฏิบัติมานานตั้งแต่โบราณ โดยมีความเชื่อในประเพณีที่เกี่ยวเนื่องมาจากการบูชารอยพระพุทธบาท, การสักการะท้าวพกาพรหม, การบวงสรวงพระธาตุจุฬามณี และการระลึกถึงพระคุณของพระแม่คงคา, การขอฝน, การเอาไฟเผาความทุกข์ และการบูชารอยพระพุทธบาทขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า งานประเพณีไหลเรือไฟจัดขึ้นในช่วงเทศกาลออกพรรษา ในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 สื่อถึงความเชื่อที่ยึดถือกันมาอย่างยาวนาน เป็นงานประเพณีที่ยิ่งใหญ่ของภาคอีสาน และในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง เป็นหมุดหมายการท่องเที่ยวงานเทศกาลวัฒนธรรมที่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศต้องมาเยือน

      จังหวัดนครพนม ร่วมกับทุกภาคส่วน กำหนดจัดงานประเพณีไหลเรือไฟและงานกาชาดจังหวัดนครพนม ประจำปี 2568 ขึ้น ระหว่างวันที่ 27 กันยายน - 8 ตุลาคม 2568 (12 วัน 12 คืน) ณ บริเวณศาลากลางจังหวัดนครพนม และบริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขงเขตเมืองนครพนม โดยในปี 2568 คณะรัฐมนตรีอนุมัติงบประมาณให้กระทรวงวัฒนธรรม บูรณาการร่วมกับจังหวัดนครพนม จัดงานยกระดับเทศกาลเรือไฟไทยสู่เรือไฟโลก เพื่อยกระดับเมืองและกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น ขับเคลื่อนนครพนมให้เป็น Restination เมืองท่องเที่ยวหลักแห่งการพักผ่อน โดยมีกลยุทธ์ “สร้างโลก” ยกระดับเทศกาลระดับประเทศให้เป็นระดับโลก สร้างการรับรู้เอกลักษณ์ของชุมชนในระดับสากล และดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศให้มาเที่ยวชมประเพณีวัฒนธรรม ที่เป็นเอกลักษณ์อันเก่าแก่ล้ำค่าของจังหวัดนครพนม สร้างภาพลักษณ์ที่ดี โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ข้อมูลเพิ่มเติม ดังนี้

1. การจัดงานมหกรรมไหลเรือไฟโลก จังหวัดนครพนม ประจำปี 2568 เป็นการยกระดับเทศกาลเรือไฟไทย สู่เรือไฟโลก โดยจัดให้มีกิจกรรมที่หลากหลายกระจายตามริมฝั่งแม่น้ำโขง ถนนสุนทรวิจิตร จากบริเวณโรงเรียน แซนโยแซฟ นครพนม จนถึงบริเวณหน้าวัดพระอินทร์แปลง ชมขบวนเรือไฟบก Nakhon Phanom Illuminated Boat Carnival พร้อมศิลปินดาราคนดังร่วมขบวนอีกมากมายกว่า 900 ชีวิต การแสดงแสง สี เสียง สื่อผสมประกอบม่านน้ำ พลุรักษ์โลก งานประเพณีไหลเรือไฟนครพนม 1 เดียวในโลก “แสงไฟแห่งศรัทธา” แสดงนำโดยศิลปินที่มีชื่อเสียงและนักแสดงกว่า 100 คน, งานมหกรรมไม้ไผ่ “จากลำไม้สู่เรือไฟ 1 เดียวในโลก” ณ สำนักงานเหล่ากาชาดนครพนม พร้อมซุ้มแสดงวิถีชีวิตของ 12 อำเภอ พบการแสดงและจำหน่ายอาหารถิ่น อาหารฟิวชั่นและผลิตภัณฑ์จากไม้ไผ่ ผลิตภัณฑ์ชุมชนอื่นๆ กว่า 40 บูธ พร้อมรับชมการแสดงศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย “ดนตรีไม้ไผ่” กิจกรรมไหลเรือไฟโบราณ สักการะพระธาตุพนม พิธีรำบูชาพระธาตุพนม นางรำกว่า 600 คน ชมการไหลเรือไฟโบราณจากประเทศไทย สปป.ลาว กว่า 15 ลำ การลอยกะลา (กะโบ๋) กว่า 10,000 ดวง กลางน้ำโขง วันที่ 7 - 8 ตุลาคม 2568 ณ วัดพระธาตุพนม วรมหาวิหาร

2. การแข่งขันเรือยาวชิงถ้วยพระราชทาน วันที่ 3 –6  ตุลาคม 2568 แบ่ง 4 รุ่น ชิงเงินรางวัลกว่า 570,000 บาท ได้แก่ รุ่น 12 ฝีพาย รุ่น 35 ฝีพาย รุ่น 40 ฝีผาย และรุ่น 55 ฝีพาย โดยมีใน 2568 มีเรือจากทั่วประเทศ และ สปป.ลาว เข้าร่วมแข่งขัน 

3. ขบวนอัญเชิญไฟพระฤกษ์ ขบวนแห่ปราสาทผึ้งกว่า 10 ขบวน 7 ตุลาคม 2568

4. กิจกรรมร้านมัจฉากาชาด ตลาดมหาดไทยชวนชิม จุดเช็คอินสวนดอกไม้และประติมากรรมโคมไฟ ชม ช้อป ชิม ผลิตภัณฑ์ชุมชน OTOP อาหารอร่อยจากร้านดังกว่า 100 บูธ และชมฟรีการแสดงคอนเสิร์ตหมอลำวงใหญ่ทั้ง 12 วัน ณ บริเวณศาลากลางจังหวัดนครพนม

5. กิจกรรมเรือไฟโบราณ จำนวน 13 ลำ โดยมีชุมชนต่างๆ มาสาธิตและจำหน่ายเรือไฟโบราณ ให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้ร่วมอธิฐานขอพร และปล่อยทุกข์ปล่อยโศก สิ่งไม่ดีให้ไหลไปกับสายน้ำ 

และการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน ณ เวทีสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 6 สาขานครพนมตลอดการจัดงาน 12 วัน โดยในวันที่ 6 ตุลาคม 2568  จัดให้มีการประกวดธิดาเรือไหลเรือไฟ

     จังหวัดนครพนม ร่วมกับทุกภาคส่วน เตรียมความพร้อมในการต้อนรับนักท่องเที่ยวโดยจัดให้มีสถานที่จอดรถ พร้อมรถรับส่งผู้โดยสาร เจ้าหน้าที่ดูแลอำนวยความสะดวก ความปลอดภัยทุกจุด ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถตรวจสอบสถานที่จอดรถผ่าน www.เรือไฟ.com ที่สามารถเช็คได้ว่าจุดจอดรถแต่ละที่มีที่ว่างจอดรถได้กี่คัน ซึ่งสามารถเช็คได้แบบเรียลไทม์ และในปีนี้ได้เพิ่มที่จอดรถหลายจุด จังหวัดนครพนมเองได้จัดสถานที่พักชั่วคราวสำหรับนักท่องเที่ยวกางเต็นท์ นอกจากนี้ ได้ร่วมกับสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จัดกิจกรรม Media Fam Trip นำสื่อมวลชนทั้งในและต่างประเทศ สื่อมวลชน อินฟลูเอ็นเซอร์ ลงพื้นที่ดูกระบวนการสร้างเรือไฟนครพนม เพื่อสร้างภาพลักษณ์ สร้างการรับรู้สู่ระดับโลก ภายใต้แนวคิด งานประเพณีไหลเรือไฟนครพนม “แสงไฟแห่งศรัทธา” 1 เดียวในโลก

     พิเศษ! ไฮไลท์คือการไหลโชว์เรือไฟเฉลิมพระเกียรติ ๗๐ พรรษา สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ความยาวกว่า 70 เมตร และเรือไฟรักษ์โลก 7 ลำ ความยาวกว่า 20 เมตรจากกลุ่มอำเภอ และเรือแสดงเอกลักษณ์ประเทศจีน ลาว เวียดนาม และเรือไฟจากหน่วยงานทุกวันๆ ละ 9 ลำ โดยจัดให้พิธีเปิดงานมหกรรมไหลเรือไฟโลก 7 ตุลาคม 2568 (คืนวันออกพรรษา) ชมการแสดงบินโดรนแปลอักษรกว่า 300 และการประกวดเรือไฟขนาดไม่น้อยกว่า 80 เมตร 12 ลำ จาก 12 อำเภอ ชิงเงินรางวัลพร้อมถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี 

      ในโอกาสนี้ จึงอยากจะเชิญชวนทั้งชาวจังหวัดนครพนม, จังหวัดใกล้เคียง รวมถึง นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ เข้าร่วมชมงานมหกรรมไหลเรือไฟโลกและงานกาชาดจังหวัดนครพนม ประจำปี 2568 ในระหว่างวันที่ 27 กันยายน - 8 ตุลาคม 2568 (12 วัน 12 คืน) ณ บริเวณศาลากลางจังหวัดนครพนม และบริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขงเขตเมืองนครพนม และอำเภอธาตุพนม จากพลังความเชื่อความศรัทธาสู่ประเพณีอันล้ำค่า 1 เดียวในโลก...จังหวัดนครพนมยินดีต้อนรับทุกท่านที่มาเยือนเมือง 3 ที่สุด สู่สุขที่สุด

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

งาน “วันสันติภาพสากล 2025” มจร จัดอย่างใหญ่ พร้อมมอบรางวัล “ลมหายใจแห่งสันติภาพ”

งาน “วันสันติภาพสากล 2025” มจร จัดอย่างใหญ่  พร้อมมอบรางวัล “ลมหายใจแห่ง สันติภาพ”  แด่ผู้นำศาสนาและผู้นำประเทศ       หลักสูตรสตินวัตกรรมและสันติศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) โดยการนำของ พระเมธีวัชรบัณฑิต, ศ.ดร. ผู้อำนวยการหลักสูตร ร่วมกับภาคีเครือข่าย จัดงาน "วันสันติภาพสากล ประจำปี 2568" ภายใต้แนวคิด “สังคมตื่นรู้ สู่การพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียว” (Mindful Society for Green Economy Development) โดยมีพระสงฆ์ แขกผู้มีเกียรติ อาทิ คุณศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมงพาณิชย์, ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย, นายวรเกียรติ สุจิวโรดม เจ้าของโครงการ ชาวนา มหานคร, ดร.สุเทพ อารมณ์รักษ์ นายกสมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไทย (สธทท.), คุณกุลพรภัสร์ วงศ์มาจารภิญญา บริษัทไทยสมาย บัส จำกัด, คุณญาธิภา สิงห์สุวรรณ ผู้อำนวยการส่วนการท่องเที่ยว กรุงเทพมหานคร, ดร.ชวิศ ชื่นเจริญ (อ.มุ่ย หูทิพย์), คุณกชนันท์ ซิดดิค Mrs. Thailand World 2025, คุณพิมพ์ลภัส ชื่อมณีสวรรค์ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2023  ฉะเชิงเทรา,...

สวพส. จัดการน้ำบนพื้นที่สูง เปลี่ยนชีวิตชุมชน สู่ความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน

สวพส. จัดการน้ำบนพื้นที่สูง เปลี่ยนชีวิตชุมชน สู่ความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน      แม้ฤดูฝนปีนี้จะมีปริมาณน้ำฝนมากกว่าค่าเฉลี่ยถึงร้อยละ 5 - 10 (ข้อมูลกรมอุตุนิยมวิทยา 13 พ.ค. 2568) แต่ใช่ว่าทุกพื้นที่จะได้ประโยชน์จากฝนที่ตกมากขึ้นโดยเฉพาะชุมชนบนพื้นที่สูง ที่บริบทพื้นที่ทำกินส่วนใหญ่อยู่สูงกว่าแหล่งน้ำธรรมชาติ ซึ่งยังคงต้องพึ่งพาน้ำฝนเป็นแหล่งน้ำหลัก ทั้งเพื่อการอุปโภค บริโภค และการเกษตร ชุมชนเหล่านี้มักเผชิญกับปัญหาฝนทิ้งช่วงและภัยแล้งซ้ำซาก ซึ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นจากความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศหรือสภาวะโลกเดือด       สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) หรือ สวพส. ได้ริเริ่มโครงการพัฒนาแหล่งน้ำและระบบกระจายน้ำขนาดเล็กมาตั้งแต่ปี 2563 เพื่อเพิ่มศักยภาพในการกักเก็บน้ำในช่วงฤดูฝน และกระจายน้ำให้เพียงพอในช่วงหน้าแล้ง ไม่เพียงเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้า แต่ยังมุ่งสร้างระบบจัดการน้ำที่ยั่งยืนโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน รวมไปถึงการฟื้นฟูดูแลรักษาป่ารอบๆ แหล่งน้ำ        ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ทำให้เกษตรกรกว่า 24,000 ราย ในพื้นที่สูง ...

PMCU จุฬาฯ เนรมิตสยามสแควร์ให้เป็น ‘เวทีแจ้งเกิดของทุกคน’ จัดงาน​“Bangkok Street Performer Festival 2026”

PMCU จุฬาฯ  เนรมิตสยามสแควร์ให้เป็น ‘เวทีแจ้งเกิดของทุกคน’  จัดงาน ​ “Bangkok Street Performer Festival 2026” โชว์ศั กยภาพคนรุ่นใหม่ ใจกลางเมือง       เพราะเชื่อว่าความคิดสร้างสรรค์ไม่มีขีดจำกัด จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยสำนักงานทรัพย์สินจุฬาฯ​ หรือ​ PMCU ตั้งใจสร้าง Siam Square Walking Street ให้เป็นมากกว่าแค่แหล่งช้อปปิ้ง หรือจุดนัดพบ แต่เป็น "Platform แห่งโอกาส" ที่เปิดกว้างให้คนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ ได้เข้ามาสร้างสรรค์กิจกรรมที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็นดนตรีเปิดหมวก​ ที่เปิดโอกาสให้นักเรียน และนักศึกษา มาแสดงความสามารถด้านดนตรีจนกลายเป็นพื้นที่สำหรับศิลปินหรือวงดนตรีหน้าใหม่ได้สร้างฐานแฟนคลับใจกลางเมืองที่มาเปิดการแสดงแล้วกว่า 2,000 วง โดยมีนักดนตรีแสดงแล้วกว่า 15,000 คน และ​ Art & Performance Street Show การแสดงที่ใช้ทักษะพิเศษ เช่น มายากล, ละครใบ้ (Mime), การเต้น Cover Dance ไปจนถึงศิลปะการแสดงร่วมสมัย, Live Painting & Graffiti บางช่วงเวลาจะมีการเปิดพื้นที่ให้ศิลปินมาสร้างสรรค์งานทัศนศิลป์สดๆ ให้คนเดินผ่านไปมาได้ชม, Art & Craft Market ตลาดนัดงา...