ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

งานกิจกรรมส่งเสริมการขายการท่องเที่ยวเขตพื้นที่วิถีชีวิตลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา (จังหวัดสงขลา จังหวัดพัทลุง และจังหวัดนครศรีธรรมราช) เชื่อมโยงภูมิภาค

งานกิจกรรมส่งเสริมการขายการท่องเที่ยวเขตพื้นที่วิถีชีวิตลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา (จังหวัดสงขลา จังหวัดพัทลุง และจังหวัดนครศรีธรรมราช) เชื่อมโยงภูมิภาค 

ภายใต้โครงการการพัฒนาและยกระดับการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ


       นายมงคล วิมลรัตน์ รองปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานเปิดงานกิจกรรมส่งเสริมการขายการท่องเที่ยวเขตพื้นที่วิถีชีวิตลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา (จังหวัดสงขลา จังหวัดพัทลุง และจังหวัดนครศรีธรรมราช) เชื่อมโยงภูมิภาค พร้อมด้วย นายสุรัตน์ จรณโยธิน ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดพัทลุง นางสาวจิราวดี อ่อนวงศ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสงขลา นายณัฐ รินทร์ วงศ์ภิรพัทธ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครศรีธรธรรมราช และหัวหน้าส่วนราชการ แขกผู้มีเกียรติ ได้แก่ นางสาวศิริวรรณ พรเลิศวิวัฒน์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนนทบุรี นายสุภาพล ศิริไกรวัฒนาวงศ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสมุทรสงคราม นายศศิน ดิศวนนท์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครปฐม นางสาวจรรยารักษ์ สาธิตกิจ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสมุทรปราการ นายดุลยภาค กรณท์แสง ตัวแทนท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสุพรรณบุรี นายชาญยุทธ เศวตสุวรรณ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานกรุงเทพมหานคร นายกันตพงษ์ ธนเนืองโรจน์ นายกสมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไทย (สธทท.) พร้อมด้วยคณะกรรมการ สธทท. อาทิ ดร.สุเทพ อารมณ์รักษ์ นางวชิระภรจาะกร แจ้งเอี่ยม ตัวแทนพัฒนาการจังหวัดนนทบุรี นางฐานิยา นิยมญาติ ประชาสัมพันธ์จังหวัดนนทบุรี นายอดิศักดิ์ ทิพสมัยตัวแทนจากสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดนนทบุรี นางรุ่งทิพย์ เกิดลาภ นางสาวรัตตรี ปรางมาศ ตัวแทนจากสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดนนทบุรี ดร.คนึงนิจต์ หนูเช็ก คณะผู้วิจัยโครงการสร้างความเข้มแข็งด้านการท่องเที่ยวพื้นที่ลุ่มน้ำทะเลสาบของประเทศไทย ด้วยการต่อยอดแพลตฟอร์มการจัดการโลจิสติกส์ท่องเที่ยว "มาตะ ลุ่มน้ำ" และนายอานนท์ ขำแก้ว ผู้ชำนาญการแผนงานยุทธศาสตร์ทะเลสาบสงขลา มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์ พัฒนาชีวิตชนบท ท่ามกลาง นักท่องเที่ยว ประชาชน สื่อมวลชน ที่มาร่วมงาน ณ ลานโปรโมชั่น ชั้น ๑ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลพลาซ่า เวสต์เภต อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี เมื่อวันศุกร์ที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๖๘



        งานกิจกรรมส่งเสริมการขายการท่องเที่ยวเขตพื้นที่วิถีชีวิตลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา (จังหวัดสงขลา จังหวัดพัทลุง และจังหวัดนครศรีธรรมราช) เชื่อมโยงภูมิภาค ภายใต้โครงการการพัฒนาและยกระดับการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ โดยชุมชนเชิงสร้างสรรค์บนฐานทุนวัฒนธรรมมรดกทางการเกษตรโลก (สงขลา พัทลุงนครศรีธรรมราช) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๘ จัดขึ้นระหว่างวันที่ ๓๑ มกราคม - ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ โดยภายในงานได้จัดให้มีกิจกรรมมากมาย อาทิ การฉายวิดีทัศน์ส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีชีวิตลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา (จังหวัดสงขลา พัทลุง นครศรีธรรมราช) พร้อมชมการแสดงอัตลักษณ์วิถีชีวิตลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา  และการออกบูธจำหน่ายสินค้าส่งออก



        นายสุรัตน์ จรณโยธิน ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดพัทลุง ในนามของคณะผู้ดำเนินการจัดงาน กล่าวว่า กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้อนุมัติโครงการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ให้สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดพัทลุง ดำเนินการจัดกิจกรรม ส่งเสริมการขายการท่องเที่ยวเขตพื้นที่วิถีชีวิตลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา (จังหวัดสงขลา จังหวัดพัทลุง และจังหวัดนครศรีธรรมราช) เชื่อมโยงภูมิภาค ภายใต้โครงการการพัฒนาและยกระดับการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ โดยชุมชนเชิงสร้างสรรค์บนฐานทุนวัฒนธรรมมรดกทางการเกษตรโลก (สงขลา พัทลุง นครศรีธรรมราช)



      การจัดงานในครั้งนึ้ มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างโอกาสและเพิ่มช่องทางการจำหน่าย ผลิตภัณฑ์ สินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวเชื่อมโยงตลาดท่องเที่ยวข้ามภูมิภาคและข้ามเขตพัฒนาการท่องเที่ยว ประชาสัมพันธ์และสร้างการรับรู้ กระตุ้นให้นักท่องเที่ยวคุณภาพสูงเดินทางมาท่องเที่ยว เพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวและสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการและประชาชนในเขตพัฒนาการท่องเที่ยววิถีชีวิตลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา โดยกำหนดจัดงานระหว่างวันที่ 31 มกราคม  - 3 กุมภาพันธ์ 2568 ณ ลานโปรโมชั่น ชั้น 1 ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลพลาซา เวสต์เกต อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี การจัดงานครั้งนี้มีผู้ประกอบการจากจังหวัดสงขลา พัทลุง และนครศรีธรรมราช จำนวนทั้งหมดกว่า 35 ราย ร่วมออกบูธภายในงาน อาทิ โรงแรม ที่พัก แหล่งท่องเที่ยว ท่องเที่ยวโดยชุมชน ผู้ประกอบการนำเที่ยว ผลิตภัณฑ์ของฝาก ของที่ระลึก และยังมีกิจกรรมต่างๆ ภายในงานอีกมากมาย อาทิ การแสดงนิทรรศการวิถีชีวิตลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา การแสดงศิลปวัฒนธรรม เป็นต้น



         ด้าน นายมงคล วิมลรัตน์ รองปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า ในวันนี้รัฐบาล โดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในหลายมิติ และการส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองน่าเที่ยวทั้ง 55 จังหวัด เพื่อแสดงให้เห็นถึงเสน่ห์ความเป็นไทยที่จะมัดใจนักท่องเที่ยว กระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดเมืองน่าเที่ยว เกิดการกระจายรายได้ให้กับประชาชนในท้องถิ่นได้อย่างทั่วถึง ซึ่งการส่งเสริมเมืองน่าเที่ยวแต่ละพื้นที่จะต้องมีความพร้อมในเรื่อง สถานที่ท่องเที่ยว ที่พัก อัตลักษณ์ท้องถิ่น การส่งมอบประสบการณ์ ร้านอาหาร รวมถึงการส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวแบบใหม่ที่จะช่วยสร้างเศรษฐกิจชุมชน นอกจากนี้ ยังเน้นการผลักดัน Soft Power ของประเทศไทย ซึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและเพิ่มรายได้มหาศาล ซึ่งกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเป็นหน่วยงานหลักที่จะต้องดำเนินการในเรื่องนี้ ขณะเดียวกัน เราได้เล็งเห็นศักยภาพของจังหวัดในเขตพัฒนาการท่องเที่ยววิถีชีวิตลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา ซึ่งประกอบด้วย 3 จังหวัด คือ จังหวัดสงขลา จังหวัดพัทลุง และจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่มีฐานทรัพยากรการท่องเที่ยวที่หลากหลายและมีศักยภาพสูง เป็นแหล่งอารยวัฒนธรรมที่สะท้อนให้เห็นจากวิถีชีวิต ศิลปะ รวมถึงสินค้าท้องถิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ ความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรทางธรรมชาติ ศิลปะ วัฒนธรรม ทำให้เขตพัฒนาการท่องเที่ยววิถีชีวิตลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา มีเสน่ห์ ดึงดูดนักท่องเที่ยว และน่าที่จะนำเสนอให้กับนักท่องเที่ยวได้รับรู้ มากยิ่งขึ้น




        การจัดงานในครั้งนี้จึงถือเป็นโอกาสสำคัญในการเพิ่มช่องทางการจำหน่าย สินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวของผู้ประกอบการและชุมชนท่องเที่ยวและส่งเสริมการตลาดและการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของจังหวัดในเขตพัฒนาการท่องเที่ยววิถีชีวิตลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา (จังหวัดสงขลา จังหวัดพัทลุง และจังหวัดนครศรีธรรมราช) ให้เป็นที่รู้จักแก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเพิ่มมากขึ้น รวมถึงการเชื่อมโยงเส้นทางการท่องเที่ยวจาก 3 จังหวัดมายังภูมิภาคอื่นๆ อีกด้วย



      

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

งาน “วันสันติภาพสากล 2025” มจร จัดอย่างใหญ่ พร้อมมอบรางวัล “ลมหายใจแห่งสันติภาพ”

งาน “วันสันติภาพสากล 2025” มจร จัดอย่างใหญ่  พร้อมมอบรางวัล “ลมหายใจแห่ง สันติภาพ”  แด่ผู้นำศาสนาและผู้นำประเทศ       หลักสูตรสตินวัตกรรมและสันติศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) โดยการนำของ พระเมธีวัชรบัณฑิต, ศ.ดร. ผู้อำนวยการหลักสูตร ร่วมกับภาคีเครือข่าย จัดงาน "วันสันติภาพสากล ประจำปี 2568" ภายใต้แนวคิด “สังคมตื่นรู้ สู่การพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียว” (Mindful Society for Green Economy Development) โดยมีพระสงฆ์ แขกผู้มีเกียรติ อาทิ คุณศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมงพาณิชย์, ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย, นายวรเกียรติ สุจิวโรดม เจ้าของโครงการ ชาวนา มหานคร, ดร.สุเทพ อารมณ์รักษ์ นายกสมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไทย (สธทท.), คุณกุลพรภัสร์ วงศ์มาจารภิญญา บริษัทไทยสมาย บัส จำกัด, คุณญาธิภา สิงห์สุวรรณ ผู้อำนวยการส่วนการท่องเที่ยว กรุงเทพมหานคร, ดร.ชวิศ ชื่นเจริญ (อ.มุ่ย หูทิพย์), คุณกชนันท์ ซิดดิค Mrs. Thailand World 2025, คุณพิมพ์ลภัส ชื่อมณีสวรรค์ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2023  ฉะเชิงเทรา,...

สวพส. จัดการน้ำบนพื้นที่สูง เปลี่ยนชีวิตชุมชน สู่ความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน

สวพส. จัดการน้ำบนพื้นที่สูง เปลี่ยนชีวิตชุมชน สู่ความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน      แม้ฤดูฝนปีนี้จะมีปริมาณน้ำฝนมากกว่าค่าเฉลี่ยถึงร้อยละ 5 - 10 (ข้อมูลกรมอุตุนิยมวิทยา 13 พ.ค. 2568) แต่ใช่ว่าทุกพื้นที่จะได้ประโยชน์จากฝนที่ตกมากขึ้นโดยเฉพาะชุมชนบนพื้นที่สูง ที่บริบทพื้นที่ทำกินส่วนใหญ่อยู่สูงกว่าแหล่งน้ำธรรมชาติ ซึ่งยังคงต้องพึ่งพาน้ำฝนเป็นแหล่งน้ำหลัก ทั้งเพื่อการอุปโภค บริโภค และการเกษตร ชุมชนเหล่านี้มักเผชิญกับปัญหาฝนทิ้งช่วงและภัยแล้งซ้ำซาก ซึ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นจากความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศหรือสภาวะโลกเดือด       สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) หรือ สวพส. ได้ริเริ่มโครงการพัฒนาแหล่งน้ำและระบบกระจายน้ำขนาดเล็กมาตั้งแต่ปี 2563 เพื่อเพิ่มศักยภาพในการกักเก็บน้ำในช่วงฤดูฝน และกระจายน้ำให้เพียงพอในช่วงหน้าแล้ง ไม่เพียงเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้า แต่ยังมุ่งสร้างระบบจัดการน้ำที่ยั่งยืนโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน รวมไปถึงการฟื้นฟูดูแลรักษาป่ารอบๆ แหล่งน้ำ        ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ทำให้เกษตรกรกว่า 24,000 ราย ในพื้นที่สูง ...

PMCU จุฬาฯ เนรมิตสยามสแควร์ให้เป็น ‘เวทีแจ้งเกิดของทุกคน’ จัดงาน​“Bangkok Street Performer Festival 2026”

PMCU จุฬาฯ  เนรมิตสยามสแควร์ให้เป็น ‘เวทีแจ้งเกิดของทุกคน’  จัดงาน ​ “Bangkok Street Performer Festival 2026” โชว์ศั กยภาพคนรุ่นใหม่ ใจกลางเมือง       เพราะเชื่อว่าความคิดสร้างสรรค์ไม่มีขีดจำกัด จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยสำนักงานทรัพย์สินจุฬาฯ​ หรือ​ PMCU ตั้งใจสร้าง Siam Square Walking Street ให้เป็นมากกว่าแค่แหล่งช้อปปิ้ง หรือจุดนัดพบ แต่เป็น "Platform แห่งโอกาส" ที่เปิดกว้างให้คนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ ได้เข้ามาสร้างสรรค์กิจกรรมที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็นดนตรีเปิดหมวก​ ที่เปิดโอกาสให้นักเรียน และนักศึกษา มาแสดงความสามารถด้านดนตรีจนกลายเป็นพื้นที่สำหรับศิลปินหรือวงดนตรีหน้าใหม่ได้สร้างฐานแฟนคลับใจกลางเมืองที่มาเปิดการแสดงแล้วกว่า 2,000 วง โดยมีนักดนตรีแสดงแล้วกว่า 15,000 คน และ​ Art & Performance Street Show การแสดงที่ใช้ทักษะพิเศษ เช่น มายากล, ละครใบ้ (Mime), การเต้น Cover Dance ไปจนถึงศิลปะการแสดงร่วมสมัย, Live Painting & Graffiti บางช่วงเวลาจะมีการเปิดพื้นที่ให้ศิลปินมาสร้างสรรค์งานทัศนศิลป์สดๆ ให้คนเดินผ่านไปมาได้ชม, Art & Craft Market ตลาดนัดงา...