ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ เผยผลการศึกษาวิจัยและพัฒนาสื่อสำหรับเด็กปฐมวัย (อายุ 3-6 ปี) ระยะที่ 2

กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ เผย

ผลการศึกษาวิจัยและพัฒนาสื่อสำหรับเด็ก

ปฐมวัย (อายุ 3-6 ปี) ระยะที่ 2

กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ร่วมกับวิทยาลัยนวัตกรรม ม.ธรรมศาสตร์ และสถานีโทรทัศน์ Thai PBS เผยแพร่ผลการศึกษาวิจัยและพัฒนาสื่อสำหรับเด็กปฐมวัย (อายุ 3-6 ปี) ในระยะที่ 2 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาวิจัย ทดลองและพัฒนาการผลิตสื่อสำหรับเด็กปฐมวัยช่วงอายุ 3-6 ปี ที่มุ่งเน้นให้มีความเหมาะสมกับพัฒนาการ ซึ่งเป็นการต่อยอดกระบวนการศึกษาวิจัยและพัฒนาจากระยะที่ 1 ในปีที่ผ่านมา

นายธนกร ศรีสุขใส ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ กล่าวว่า “เป็นที่ทราบกันดีว่าช่วงเด็กปฐมวัยเป็นช่วงวัยที่สำคัญอย่างยิ่ง กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์จึงมีแนวทางในการศึกษาและพัฒนาสื่อสำหรับเด็กปฐมวัย ซึ่งในช่วงอายุ 3-6 ปี เป็นช่วงวัยที่เริ่มเปิดรับสื่อประเภทจอ (Screen Media) ได้ในความยาวที่เหมาะสม และจากองค์ความรู้ด้านพัฒนาการเด็กช่วงวัยดังกล่าวและสถานการณ์สื่อสำหรับเด็กปฐมวัยในปัจจุบัน จึงร่วมมือกับวิทยาลัยนวัตกรรม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ทำงานต่อเนื่องพัฒนาต่อยอด โดยมุ่งสร้างองค์ความรู้ด้านการผลิตสื่อสำหรับเด็กปฐมวัย อายุ 3-6 ปี ที่สามารถนำไปเผยแพร่และประยุกต์ใช้ได้ต่อไป

เนื้อหาสำหรับเด็กที่จะต้องรู้ผ่านสื่อช่วงอายุ 3-4 ปี ควรจะเป็นอีกกลุ่มหนึ่ง ซึ่งอาจจะเป็นดนตรี เด็ก 5-6 ปีก็เป็นอีกกลุ่มหนึ่ง อันนี้คือช่วงแรกที่เราเริ่มในการศึกษาวิจัยนี้ ขั้นตอนที่ 2 ที่ปรึกษาที่รับงานไปทำจะต้องรู้ว่าเป็นงานที่ซับซ้อน นักวิชาการที่ไปทำงานก็คือคนที่ต้องเกี่ยวข้องกับการพัฒนาการของเด็ก สหวิชาชีพการบูรณาการด้านจิตวิทยาเด็ก รวมถึงต้องไปทำงานกับคนที่เข้าใจเรื่องสื่อด้วย ในขั้นตอนที่ 2 ก็มีรายละเอียดเพิ่มมากขึ้น เด็ก 5-6 ปี เนื้อหาก็จะเป็นอีกแบบนึง นำเสนอแล้วช่วงเวลาก็ไม่ยาวจนเกินไป ถ้าเป็นมีเดียสกรีนหรือสกรีนมีเดียก็ไม่ควรเกิน 5 นาที และที่สำคัญอาจจะเป็นเรื่องเล่าที่ไม่มีความซับซ้อนมากมายนัก พอได้ตัวนี้ขึ้นมา เราก็เริ่มที่จะเห็นองค์ความรู้แล้ว พอได้มาแล้วเราก็เอาไปคิดดูรูปแบบรูปแบบไหนที่เหมาะกับเด็กจริงๆ

การพัฒนาครั้งนี้ได้ต่อยอดให้เกิดเป็นสื่อนำร่องหรือสื่อต้นแบบสำหรับการพัฒนาแนวทางการผลิตสื่อสำหรับเด็กอายุ 3-6 ปี ในอนาคตมา 2 รายการ คือ


รายการจังหวะคิดส์ สำหรับเด็กอายุ 3-4 ปี คิดส์ในที่นี่คือ KID (เคไอดี) คิดส์ที่แปลว่าเด็ก จังหวะก็เหมือนสเต็ป เช่นว่าในการศึกษาหาความรู้ ในการศึกษาทางวิชาการ การแสวงหาความรู้พบว่า เด็ก 3-4 ปี การนำเสนอเรื่องราวของดนตรี มิวสิ๕ เหมาะสำหรับเด็กในวัยนี้ แล้วก็ดนตรีมันจะมีจังหวะเต้น นักพัฒนาการของเด็กนี่ก็สามารถที่จะระบุลงไปในรายละเอียดด้วยว่า จังหวะเต้นของเท้า ของเสียงดนตรี ต้องไปแม็ทชิ่งกันพอดีกับการเต้นของหัวใจอย่างนี้เป็นต้น ซึ่งมันจะส่งผลให้การพัฒนาการเด็กเป็นไปอย่างสมบูรณ์

รายการที่ 2  คือรายการ Flowers Power สำหรับเด็กอายุ 5-6 ปี Flowers Power ก็คือพลังแห่งดอกไม้ เนื้อหาต้องการสร้างทักษะทางสังคม ให้เด็กรู้ว่าต้องอยู่ในสังคมอย่างไร  เจอเหตุการณ์แบบนี้ต้องปรับตัวยังไง หรือมีปัญหาแบบนี่จะแก้ยังไง

เพราะหลายต่อหลายครั้งที่เราไปดูสื่อ แล้วเขาบอกว่าสื่อสำหรับเด็ก ดูไปดูมา มันเป็นสื่อสำหรับผู้ใหญ่ สื่อสำหรับผู้ปกครองที่มีลูกเล็กๆ เพราะฉะนั้นการทำสื่อเด็ก ให้เด็กดู เด็กเป็นกลุ่มเป้าหมาย อันนี้มันยากจริงๆ เพราะว่าเราไม่สามารถให้เด็กเล็กทำสื่อสำหรับตัวเขาเอง การผลิตนี่มันเป็นผู้ใหญ่ผลิต การที่ผู้ใหญ่ผลิตแล้วจะให้ไปสอดคล้องกับในเชิงหลักวิชาการ แล้วไปตอบโจทย์ความสนใจของเด็ก ได้ประโยชน์ด้วย เด็กได้เติบโตทั้งร่างกายและจิตใจด้วยนี่ยาก แต่กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์จะพยายาม

                “การพัฒนาสื่อเพื่อเด็กปฐมวัยมีความสำคัญมาก โดยเฉพาะในประเทศไทยยังต้องการพัฒนาองค์ความรู้อย่างจริงจังและต่อเนื่อง อีกทั้งกระบวนการผลิตสื่อสำหรับเด็กปฐมวัยนั้นมีรายละเอียดที่ต้องใช้ความละเอียดอ่อนและใส่ใจในทุกขั้นตอน และต้องมีการบูรณาการองค์ความรู้หลากหลายสาขา ทั้งทางด้านสื่อและด้านพัฒนาการเด็ก ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะจึงจำเป็นจะต้องดำเนินการศึกษาวิจัยพัฒนาเพื่อให้เกิดผลผลิตที่เป็นสื่อที่ปลอดภัยและสร้างสรรค์สำหรับเด็กอย่างต่อเนื่อง และเป็นประโยชน์สอดคล้องกับพัฒนาการเด็กอย่างแท้จริง”

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

Miss Universe 6 จังหวัด​ มาแสดงความขอบคุณ​ "สุวรรณี" ผู้บริหาร​ DOD Cafe & Bistro​

Miss Universe 6 จังหวัด​ มาแสดงความขอบคุณ​ "สุวรรณี" ผู้บริหาร​ DOD Cafe & Bistro​  หนึ่งในผู้สนับสนุนการประกวด​ Miss Universe 6 จังหวัด​         สาวงามผู้ครองตำแหน่ง​ Miss Universe 6 จังหวัด​ ได้แก่​ จังหวัดนครปฐม,​ หนองบัวลำภู, สุรินทร์, พระนครศรีอยุธยา, สมุทรปราการ​ ​และสมุทรสาคร​ เดินทางมาแสดงความขอบคุณ​ ​คุณสุวรรณี​ อิทธิวิบูลย์​ ผู้บริหาร บริษัท เพอโกล่าร์ จำกัด/บริษัท แกรชซี่ เดสติเนชั่น จำกัด, ผู้บริหาร​ DOD Cafe & Bistro​" และ อ.ดอส-ปณัฐ สุมาลย์โรจน์​ อาจารย์พิเศษ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และกรรมการผู้บริหารบริษัท เพอโกล่าร์ จำกัด​ ​ในฐานะเป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนการประกวด​ Miss Universe 6 จังหวัด​ ณ​ DOD Cafe & Bistro​ " ตำบลบางช้าง อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม​ เมื่อวันที่​ 11 มิถุนายน​ 2569       ในโอกาสอันดีนี้​ยังได้รับเกียรติจาก คุณสุขุม เชิดชื่น อดีตสมาชิกวุฒิสภา, คุณสุวลัย อมตะวณิชย์ เจ้าของร้านอาหารครัวอัปสร​ ตลาด​ อตก., คุณภารากรณ์ เชิดชื่น​ ผู้บริหารและเจ้าของหาดช้างเผือก​ และ​ ดร.ทิพวรรณ นาคละมัย​ กรรมการสมาคมสตรีนคร...

PMCU จุฬาฯ เนรมิตสยามสแควร์ให้เป็น ‘เวทีแจ้งเกิดของทุกคน’ จัดงาน​“Bangkok Street Performer Festival 2026”

PMCU จุฬาฯ  เนรมิตสยามสแควร์ให้เป็น ‘เวทีแจ้งเกิดของทุกคน’  จัดงาน ​ “Bangkok Street Performer Festival 2026” โชว์ศั กยภาพคนรุ่นใหม่ ใจกลางเมือง       เพราะเชื่อว่าความคิดสร้างสรรค์ไม่มีขีดจำกัด จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยสำนักงานทรัพย์สินจุฬาฯ​ หรือ​ PMCU ตั้งใจสร้าง Siam Square Walking Street ให้เป็นมากกว่าแค่แหล่งช้อปปิ้ง หรือจุดนัดพบ แต่เป็น "Platform แห่งโอกาส" ที่เปิดกว้างให้คนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ ได้เข้ามาสร้างสรรค์กิจกรรมที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็นดนตรีเปิดหมวก​ ที่เปิดโอกาสให้นักเรียน และนักศึกษา มาแสดงความสามารถด้านดนตรีจนกลายเป็นพื้นที่สำหรับศิลปินหรือวงดนตรีหน้าใหม่ได้สร้างฐานแฟนคลับใจกลางเมืองที่มาเปิดการแสดงแล้วกว่า 2,000 วง โดยมีนักดนตรีแสดงแล้วกว่า 15,000 คน และ​ Art & Performance Street Show การแสดงที่ใช้ทักษะพิเศษ เช่น มายากล, ละครใบ้ (Mime), การเต้น Cover Dance ไปจนถึงศิลปะการแสดงร่วมสมัย, Live Painting & Graffiti บางช่วงเวลาจะมีการเปิดพื้นที่ให้ศิลปินมาสร้างสรรค์งานทัศนศิลป์สดๆ ให้คนเดินผ่านไปมาได้ชม, Art & Craft Market ตลาดนัดงา...

สวพส. จัดการน้ำบนพื้นที่สูง เปลี่ยนชีวิตชุมชน สู่ความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน

สวพส. จัดการน้ำบนพื้นที่สูง เปลี่ยนชีวิตชุมชน สู่ความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน      แม้ฤดูฝนปีนี้จะมีปริมาณน้ำฝนมากกว่าค่าเฉลี่ยถึงร้อยละ 5 - 10 (ข้อมูลกรมอุตุนิยมวิทยา 13 พ.ค. 2568) แต่ใช่ว่าทุกพื้นที่จะได้ประโยชน์จากฝนที่ตกมากขึ้นโดยเฉพาะชุมชนบนพื้นที่สูง ที่บริบทพื้นที่ทำกินส่วนใหญ่อยู่สูงกว่าแหล่งน้ำธรรมชาติ ซึ่งยังคงต้องพึ่งพาน้ำฝนเป็นแหล่งน้ำหลัก ทั้งเพื่อการอุปโภค บริโภค และการเกษตร ชุมชนเหล่านี้มักเผชิญกับปัญหาฝนทิ้งช่วงและภัยแล้งซ้ำซาก ซึ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นจากความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศหรือสภาวะโลกเดือด       สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) หรือ สวพส. ได้ริเริ่มโครงการพัฒนาแหล่งน้ำและระบบกระจายน้ำขนาดเล็กมาตั้งแต่ปี 2563 เพื่อเพิ่มศักยภาพในการกักเก็บน้ำในช่วงฤดูฝน และกระจายน้ำให้เพียงพอในช่วงหน้าแล้ง ไม่เพียงเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้า แต่ยังมุ่งสร้างระบบจัดการน้ำที่ยั่งยืนโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน รวมไปถึงการฟื้นฟูดูแลรักษาป่ารอบๆ แหล่งน้ำ        ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ทำให้เกษตรกรกว่า 24,000 ราย ในพื้นที่สูง ...