ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

สทท. แถลงข่าว “มั่นใจ 2022 ปีทองท่องเที่ยวไทย ชู Tourism Clinic หัวใจการพลิกฟื้น พร้อมเปิดเกมรุกตลาดต่างประเทศ”

สทท. แถลงข่าว มั่นใจ 2022 ปีทองท่องเที่ยวไทย ชู Tourism Clinic หัวใจการพลิกฟื้น พร้อมเปิดเกมรุกตลาดต่างประเทศ


การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) และ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย แถลงดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบธุรกิจการท่องเที่ยวในประเทศไทย ไตรมาส 4/2564 โดยมี นายชำนาญ ศรีสวัสดิ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.)  เป็นประธาน พร้อมด้วย นางมาริสา สุโกศล หนุนภักดี รองประธาน สทท. และนายกสมาคมโรงแรมไทย (THA) นายวิชิต ประกอบโกศล รองประธาน สทท. ด้านการตลาด และ รศ.ผกากรอง เทพรักษ์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย ร่วมแถลงข่าว ท่ามกลางคณะกรรมการ สทท. และสื่อมวลชนจำนวนมาก  การแถลงข่าวในครั้งนี้มีการถ่ายทอดสดผ่านระบบ ZOOM ด้วย ณ ห้องประชุมจารุวัสตร์ ชั้น 10 อาคารการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย


สถานการการณ์ท่องเที่ยวในไตรมาส 1/2565 เท่ากับ 63 สะท้อนให้เห็นว่าผู้ประกอบการคาดว่าในไตรมาส 1/2565 สถานการณ์ท่องเที่ยวน่าจะดีกว่าไตรมาส 4/2564 ขึ้นมาอีกเล็กน้อย จํานวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในไตรมาส 4/2564 อยู่ที่ 342,024 คน รวมทั้งปี 2564 เป็นจำนวน  427,869 คน โดยมีรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งปีประมาณ 37,739.44 ล้านบาท


         

           นายชำนาญ ศรีสวัสดิ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) กล่าวว่า สทท. ขอขอบคุณรัฐบาลที่พยายามสร้างสมดุลทั้งด้านความปลอดภัยและการเดินหน้าเศรษฐกิจ เห็นได้ชัดว่าเมื่อตัวเลขความรุนแรงของ Omicron ลดลง ศบค. ได้มีการประกาศเปิด Test & Go ทันที อย่างมีระบบ สทท. มั่นใจว่าปี 2022 นี้จะเป็นปีทอง ที่พลิกฟื้นให้การท่องเที่ยวไทยกลับมาเดินหน้า และเป็นผู้นำของโลกได้อีกครั้ง เราพร้อมเดินหน้าตามนโยบาย Amazing Thailand New Chapter ของท่านนายกรัฐมนตรีและการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย โดยสิ่งที่ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ร้องขอมามี 2 เรื่องหลักคือ ความมั่นคงทางนโยบาย และการสนับสนุนในการ Restart ธุรกิจ โดยปัจจุบันประเทศไทยมีมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด 19 ที่เข้มแข็งมากและดีมากแล้วใน 3 ด้านได้แก่ การคัดกรองนักท่องเที่ยวต่างชาติ การจัดการในสถานประกอบการ และการฉีดวัคซีนให้ประชาชน ภาครัฐจึงควรมั่นใจในมาตรการเหล่านี้และให้ความสนใจกับการบังคับใช้มากกว่าการที่จะเปลี่ยนแปลงมาตรการบ่อยๆ เพราะการท่องเที่ยวต้องการความต่อเนื่องเพราะต้องมีการวางแผนในระยะยาวทั้งด้านกำลังคน การลงทุนและการตลาด และในการกลับมา Restart ธุรกิจใหม่อีกครั้ง สิ่งที่ผู้ประกอบการต้องการที่สุดคือเงินทุนและองค์ความรู้ในการปรับธุรกิจเพื่อรองรับการท่องเที่ยวยุคใหม่ที่เปลี่ยนไปจากเดิมมาก


ด้าน นางมาริสา สุโกศล หนุนภักดี รอง สทท. กล่าวว่า คนท่องเที่ยวเปรียบเสมือนคนหนุ่มที่เคยแข็งแรง ทำงานได้ดีเยี่ยมหาเงินเลี้ยงครอบครัวมาโดยตลอด แต่ต้องเจออุบัติเหตุเข้าไปอยู่โรงพยาบาล 2 ปี วันนี้คนหนุ่มคนนี้หายดีแล้ว กำลังจะกลับมาทำงานเป็นกำลังสำคัญอีกครั้ง แต่ 2 ปีที่ผ่านมา โลกเปลี่ยนไปมาก เราจำเป็นต้องทำการ Reskill / Upskill ใหม่ จำเป็นต้องพัฒนา ทั้งด้านสินค้า การเงิน การตลาด เทคโนโลยี เราใช้คำว่า Tourism Clinic เพราะเราต้องการทีมคุณหมอ มีพยาบาลมาช่วยฟื้นฟูทั้งร่างกายและจิตใจ ให้ถูกโรค ให้ถูกปัญหา โดย สทท. เชื่อมั่นว่า Tourism Clinic จะเป็นหัวใจสำคัญในการพลิกฟื้นให้ท่องเที่ยวไทยกลับมาแข็งแรงอีกครั้ง โดยเราจะทำตั้งแต่ การรวบรวมปัญหาช่วยเยียวยา เร่งพัฒนา ออกแบบแผนการฟื้นฟู ให้เหมาะสมกับผู้ประกอบการแต่ละกลุ่มอาชีพ แต่ละพื้นที่ แต่ละราย ที่มีปัญหาแตกต่างกัน โดยใช้ผู้เชี่ยวชาญ ทั้งภาควิชาการและภาคประสบการณ์เข้ามาช่วยให้ถูกจุด เพื่อให้ทุกคนกลับมาเข้มแข็ง โดยปัจจุบันเราได้เริ่มทำโครงการนำร่องที่ภูเก็ต กระบี่ พังงา และกำลังจะมีการดำเนินการต่อเนื่องทั่วประเทศ


ส่วน คุณวิชิต ประกอบโกศล รองประธาน สทท. ด้านการตลาด ชี้แจงว่าในปีนี้เราจะต้องเน้นการขยายตลาดเชิงรุกทั้งแบบ G2G  คือการสร้าง Travel Bubble และเปิดน่านฟ้ากับประเทศต่างๆ มากขึ้น สัปดาห์ที่ผ่านมา เรามีข่าวดีเรื่องการกลับมากระชับความสัมพันธ์กับประเทศซาอุดิอาราเบีย ซึ่งผู้ประกอบการก็ให้ความสนใจอย่างมากทั้งในเรื่องการพัฒนาการท่องเที่ยวแบบ Halal และ Medical & Wellness โดย สทท. จะเร่งส่งเสริมการสร้าง B2B Partner – Roadshow ผ่านสมาคม / เครือข่ายผู้ประกอบการ รวมไปจนถึงการพัฒนาและนำเสนอสินค้าเพื่อเจาะตลาดกลุ่มใหม่ ที่มีมูลค่าสูงขึ้น เช่น Gastronomy / สายมู / GLBT / Wedding / Responsible / Workation และใช้ช่องทางการตลาดและสื่อการตลาดแบบใหม่ผสมผสาน Offline – Online  และ Metaverse  โดยเราจะมีการตั้งคณะทำงานทูตการท่องเที่ยวเจาะตลาดเชิงรุกร่วมกัน ของ ททท. และ สทท. เพื่อเจรจาสร้างโอกาส ลดอุปสรรค และเดินหน้าเปิดเกมรุกก่อนใครกับประเทศกลุ่มเป้าหมาย ทั้งผ่าน ททท. / Travel Agency / Influencer / และ Digital Media

นายชำนาญ ศรีสวัสดิ์ ประธาน สทท. กล่าวเพิ่มเติมว่า กองทุนเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยหรือที่เรียกกันว่า “ค่าเหยียบแผ่นดิน” นั้น สทท. เห็นว่าเป็นเรื่องที่ดี นอกเหนือจากเรื่องการประกันภัยแล้ว ก็มีเป้าประสงค์ในการยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทั้งระบบ ทั้งคน ทั้งแหล่งท่องเที่ยว สิ่งสำคัญคือการนำกองทุนนี้มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด นอกเหนือจากการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวและบุคลากรแล้ว เราควรนำทุนส่วนหนึ่งมาพัฒนาผู้ประกอบการให้ Smart ขึ้น ให้กลับมามีขีดความสามารถในการแข่งขันมากขึ้น และนำมาพัฒนาแพลทฟอร์มท่องเที่ยวทั้ง eCommerce / BIG DATA / และ Metaverse แบบครบวงจร  และเก็บทุนสำรองส่วนหนึ่งไว้สำหรับการเยียวยาผู้ประกอบการท่องเที่ยวในกรณีฉุกเฉิน แบบที่กองทุนประกันสังคมได้ทำสำเร็จมาแล้วในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา โดยกองทุนนี้ควรให้ความสำคัญกับการให้ผู้แทนภาคเอกชนมีส่วนร่วมในการจัดการกองทุนให้เกิดประโยชน์สูงสุดด้วย ในภาพรวม สทท. มั่นใจว่าช่วงเวลานี้เป็นเวลาที่ดีที่เราจะ Restart วงการท่องเที่ยวให้เป็นกำลังสำคัญในการฟื้นฟูเศรษฐกิจประเทศ เพราะการท่องเที่ยวคือเครื่องมือสำคัญที่จะสร้างการกระจายรายได้สู่ประชาชนได้มากที่สุด และเร็วที่สุด



      หลังจากการแถลงข่าวเสร็จสิ้น ทาง สทท. ยังได้มีการประชุมใหญ่กับสมาชิก สทท. ทั่วประเทศ ผ่านระบบ ZOOM เพื่อให้ได้รับข้อมูลข่าวสารในการแถลงข่าว มั่นใจ 2022 ปีทองท่องเที่ยวไทย ชู Tourism Clinic หัวใจการพลิกฟื้น พร้อมเปิดเกมรุกตลาดต่างประเทศในครั้งนี้ พร้อมทั้งตอบข้อซักถามต่างๆ ที่สมาชิก สทท. สนใจ สงสัย หรืออยากทราบข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อความกระจ่างชัดเจน 





 

 

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

งาน “วันสันติภาพสากล 2025” มจร จัดอย่างใหญ่ พร้อมมอบรางวัล “ลมหายใจแห่งสันติภาพ”

งาน “วันสันติภาพสากล 2025” มจร จัดอย่างใหญ่  พร้อมมอบรางวัล “ลมหายใจแห่ง สันติภาพ”  แด่ผู้นำศาสนาและผู้นำประเทศ       หลักสูตรสตินวัตกรรมและสันติศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) โดยการนำของ พระเมธีวัชรบัณฑิต, ศ.ดร. ผู้อำนวยการหลักสูตร ร่วมกับภาคีเครือข่าย จัดงาน "วันสันติภาพสากล ประจำปี 2568" ภายใต้แนวคิด “สังคมตื่นรู้ สู่การพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียว” (Mindful Society for Green Economy Development) โดยมีพระสงฆ์ แขกผู้มีเกียรติ อาทิ คุณศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมงพาณิชย์, ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย, นายวรเกียรติ สุจิวโรดม เจ้าของโครงการ ชาวนา มหานคร, ดร.สุเทพ อารมณ์รักษ์ นายกสมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไทย (สธทท.), คุณกุลพรภัสร์ วงศ์มาจารภิญญา บริษัทไทยสมาย บัส จำกัด, คุณญาธิภา สิงห์สุวรรณ ผู้อำนวยการส่วนการท่องเที่ยว กรุงเทพมหานคร, ดร.ชวิศ ชื่นเจริญ (อ.มุ่ย หูทิพย์), คุณกชนันท์ ซิดดิค Mrs. Thailand World 2025, คุณพิมพ์ลภัส ชื่อมณีสวรรค์ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2023  ฉะเชิงเทรา,...

สวพส. จัดการน้ำบนพื้นที่สูง เปลี่ยนชีวิตชุมชน สู่ความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน

สวพส. จัดการน้ำบนพื้นที่สูง เปลี่ยนชีวิตชุมชน สู่ความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน      แม้ฤดูฝนปีนี้จะมีปริมาณน้ำฝนมากกว่าค่าเฉลี่ยถึงร้อยละ 5 - 10 (ข้อมูลกรมอุตุนิยมวิทยา 13 พ.ค. 2568) แต่ใช่ว่าทุกพื้นที่จะได้ประโยชน์จากฝนที่ตกมากขึ้นโดยเฉพาะชุมชนบนพื้นที่สูง ที่บริบทพื้นที่ทำกินส่วนใหญ่อยู่สูงกว่าแหล่งน้ำธรรมชาติ ซึ่งยังคงต้องพึ่งพาน้ำฝนเป็นแหล่งน้ำหลัก ทั้งเพื่อการอุปโภค บริโภค และการเกษตร ชุมชนเหล่านี้มักเผชิญกับปัญหาฝนทิ้งช่วงและภัยแล้งซ้ำซาก ซึ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นจากความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศหรือสภาวะโลกเดือด       สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) หรือ สวพส. ได้ริเริ่มโครงการพัฒนาแหล่งน้ำและระบบกระจายน้ำขนาดเล็กมาตั้งแต่ปี 2563 เพื่อเพิ่มศักยภาพในการกักเก็บน้ำในช่วงฤดูฝน และกระจายน้ำให้เพียงพอในช่วงหน้าแล้ง ไม่เพียงเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้า แต่ยังมุ่งสร้างระบบจัดการน้ำที่ยั่งยืนโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน รวมไปถึงการฟื้นฟูดูแลรักษาป่ารอบๆ แหล่งน้ำ        ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ทำให้เกษตรกรกว่า 24,000 ราย ในพื้นที่สูง ...

PMCU จุฬาฯ เนรมิตสยามสแควร์ให้เป็น ‘เวทีแจ้งเกิดของทุกคน’ จัดงาน​“Bangkok Street Performer Festival 2026”

PMCU จุฬาฯ  เนรมิตสยามสแควร์ให้เป็น ‘เวทีแจ้งเกิดของทุกคน’  จัดงาน ​ “Bangkok Street Performer Festival 2026” โชว์ศั กยภาพคนรุ่นใหม่ ใจกลางเมือง       เพราะเชื่อว่าความคิดสร้างสรรค์ไม่มีขีดจำกัด จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยสำนักงานทรัพย์สินจุฬาฯ​ หรือ​ PMCU ตั้งใจสร้าง Siam Square Walking Street ให้เป็นมากกว่าแค่แหล่งช้อปปิ้ง หรือจุดนัดพบ แต่เป็น "Platform แห่งโอกาส" ที่เปิดกว้างให้คนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ ได้เข้ามาสร้างสรรค์กิจกรรมที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็นดนตรีเปิดหมวก​ ที่เปิดโอกาสให้นักเรียน และนักศึกษา มาแสดงความสามารถด้านดนตรีจนกลายเป็นพื้นที่สำหรับศิลปินหรือวงดนตรีหน้าใหม่ได้สร้างฐานแฟนคลับใจกลางเมืองที่มาเปิดการแสดงแล้วกว่า 2,000 วง โดยมีนักดนตรีแสดงแล้วกว่า 15,000 คน และ​ Art & Performance Street Show การแสดงที่ใช้ทักษะพิเศษ เช่น มายากล, ละครใบ้ (Mime), การเต้น Cover Dance ไปจนถึงศิลปะการแสดงร่วมสมัย, Live Painting & Graffiti บางช่วงเวลาจะมีการเปิดพื้นที่ให้ศิลปินมาสร้างสรรค์งานทัศนศิลป์สดๆ ให้คนเดินผ่านไปมาได้ชม, Art & Craft Market ตลาดนัดงา...