ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

จุฬาฯ ผนึกกำลัง TOA ลงนามความร่วมมือทางวิชาการ บูรณาการองค์ความรู้ข้ามศาสตร์กับภาคธุรกิจ

จุฬาฯ ผนึกกำลัง TOA ลงนามความร่วมมือทางวิชาการ

บูรณาการองค์ความรู้ข้ามศาสตร์กับภาคธุรกิจ ต่อยอดงานวิจัยสู่การใช้งานจริง

    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัญ​และบริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือด้านวิชาการ งานวิจัยเชิงประยุกต์ และการพัฒนาบุคลากรร่วมกันอย่างเป็นระบบและยั่งยืน เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 ณ เรือน จุฬานฤมิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยมี ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และนาย จตุภัทร์ ตั้งคารวคุณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ร่วมลงนามความร่วมมือและแสดงวิสัยทัศน์เกี่ยวกับประโยชน์จากความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษากับองค์กรภาคธุรกิจ

     ความร่วมมือทางวิชาการระหว่างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและ บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อบูรณาการองค์ความรู้ข้ามศาสตร์ระหว่างมหาวิทยาลัยและภาคธุรกิจ ครอบคลุมการสนับสนุนข้อมูล การพัฒนางานวิจัยเชิงประยุกต์ การถ่ายทอดองค์ความรู้ และการต่อยอดสู่การใช้งานจริงหรือเชิงพาณิชย์ โดยเชื่อมโยงความเชี่ยวชาญจากหลายคณะของจุฬาฯ ทั้งด้านวัสดุและการออกแบบ ด้านการสื่อสาร ตลอดจนด้านกลยุทธ์ธุรกิจและการตลาด เข้ากับโจทย์อุตสาหกรรมของ TOA อย่างเป็นรูปธรรม

     ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาฯ กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและบริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ในครั้งนี้ สะท้อนแนวทางการขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยสู่การเป็น “มหาวิทยาลัยแห่งการสร้างผลกระทบ (Impact) ต่อสังคม” ที่เชื่อมโยงองค์ความรู้กับโลกความเป็นจริงอย่างเป็นรูปธรรม โดยจุฬาฯ เชื่อมั่นว่าการบูรณาการความเชี่ยวชาญข้ามศาสตร์ ทั้งด้านการออกแบบ วัสดุศาสตร์ การสื่อสาร และธุรกิจ เข้ากับประสบการณ์และศักยภาพของภาคอุตสาหกรรม จะก่อให้เกิดงานวิจัยและนวัตกรรมที่ตอบโจทย์สังคม พร้อมเปิดโอกาสให้นิสิตได้เรียนรู้จากการลงมือทำจริง พัฒนาทักษะที่จำเป็นต่ออนาคต และเติบโตเป็นบุคลากรคุณภาพที่สามารถสร้างคุณค่าให้ประเทศได้อย่างยั่งยืน

      นายจตุภัทร์ ตั้งคารวคุณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า TOA ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ผสานความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนกับสถาบันการศึกษาชั้นนำของประเทศไทย พร้อมสะท้อนวิสัยทัศน์ว่าในโลกที่หมุนเร็ว นิยามของธุรกิจและการเรียนรู้ไม่อาจจำกัดอยู่ในกรอบเดิมอีกต่อไป TOA ไม่ได้เป็นเพียงผู้ผลิตสี แต่ยกระดับสู่การ Total Solution ที่ตอบโจทย์การสร้างความสวยงาม การป้องกัน และการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยอย่างครบวงจร เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน รวมทั้งยังเชื่อมั่นในพลังของคนรุ่นใหม่ หรือ “Power of New Gen” ที่จะเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนอนาคต พร้อมย้ำว่าการลงนามความร่วมมือในครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการสนับสนุนงบประมาณ แต่เป็นการเปิดพื้นที่ให้นิสิตได้ลงมือทำจริง ผ่านโครงการต่าง ๆ อาทิ การจัด Thesis Exhibition ในสาย Design & Architecture การบูรณาการงานด้านสถาปัตยกรรม นิเทศศาสตร์ และบัญชี บริหาร กิจกรรมด้านกีฬาและไลฟ์สไตล์เพื่อเข้าถึงคนรุ่นใหม่ ตลอดจนการเรียนรู้แบบบูรณาการจาก มืออาชีพในสายงานต่าง ๆ โดยตรง ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างผลกระทบเชิงบวก (Impact) ต่อสังคมและการพัฒนาบุคลากรคุณภาพในระยะยาว

     ความร่วมมือดังกล่าวจะส่งเสริมให้นิสิตจุฬาฯ ได้รับประสบการณ์จากสถานการณ์จริงของภาคธุรกิจ ผ่านโครงการวิจัยร่วม การฝึกงาน และการทำงานแบบสหกิจศึกษา ซึ่งจะช่วยพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา การสื่อสาร และความเข้าใจบริบทอุตสาหกรรมอย่างรอบด้าน ขณะเดียวกันยังเป็นการยกระดับคุณภาพงานวิจัยของมหาวิทยาลัย และต่อยอดสู่นวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง

     พิธีลงนามความร่วมมือในครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญของการเชื่อมโยงองค์ความรู้ทางวิชาการกับศักยภาพของภาคอุตสาหกรรม สะท้อนบทบาทของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในฐานะมหาวิทยาลัยเพื่อสังคม และบทบาทของ TOA ในฐานะองค์กรธุรกิจที่มุ่งสร้างคุณค่าให้ประเทศ ผ่านการลงทุนในทุนมนุษย์และการเปิดพื้นที่แห่งโอกาสให้ คนรุ่นใหม่ได้เติบโตอย่างเต็มศักยภาพ






ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

งาน “วันสันติภาพสากล 2025” มจร จัดอย่างใหญ่ พร้อมมอบรางวัล “ลมหายใจแห่งสันติภาพ”

งาน “วันสันติภาพสากล 2025” มจร จัดอย่างใหญ่  พร้อมมอบรางวัล “ลมหายใจแห่ง สันติภาพ”  แด่ผู้นำศาสนาและผู้นำประเทศ       หลักสูตรสตินวัตกรรมและสันติศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) โดยการนำของ พระเมธีวัชรบัณฑิต, ศ.ดร. ผู้อำนวยการหลักสูตร ร่วมกับภาคีเครือข่าย จัดงาน "วันสันติภาพสากล ประจำปี 2568" ภายใต้แนวคิด “สังคมตื่นรู้ สู่การพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียว” (Mindful Society for Green Economy Development) โดยมีพระสงฆ์ แขกผู้มีเกียรติ อาทิ คุณศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมงพาณิชย์, ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย, นายวรเกียรติ สุจิวโรดม เจ้าของโครงการ ชาวนา มหานคร, ดร.สุเทพ อารมณ์รักษ์ นายกสมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไทย (สธทท.), คุณกุลพรภัสร์ วงศ์มาจารภิญญา บริษัทไทยสมาย บัส จำกัด, คุณญาธิภา สิงห์สุวรรณ ผู้อำนวยการส่วนการท่องเที่ยว กรุงเทพมหานคร, ดร.ชวิศ ชื่นเจริญ (อ.มุ่ย หูทิพย์), คุณกชนันท์ ซิดดิค Mrs. Thailand World 2025, คุณพิมพ์ลภัส ชื่อมณีสวรรค์ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2023  ฉะเชิงเทรา,...

Miss Universe 6 จังหวัด​ มาแสดงความขอบคุณ​ "สุวรรณี" ผู้บริหาร​ DOD Cafe & Bistro​

Miss Universe 6 จังหวัด​ มาแสดงความขอบคุณ​ "สุวรรณี" ผู้บริหาร​ DOD Cafe & Bistro​  หนึ่งในผู้สนับสนุนการประกวด​ Miss Universe 6 จังหวัด​         สาวงามผู้ครองตำแหน่ง​ Miss Universe 6 จังหวัด​ ได้แก่​ จังหวัดนครปฐม,​ หนองบัวลำภู, สุรินทร์, พระนครศรีอยุธยา, สมุทรปราการ​ ​และสมุทรสาคร​ เดินทางมาแสดงความขอบคุณ​ ​คุณสุวรรณี​ อิทธิวิบูลย์​ ผู้บริหาร บริษัท เพอโกล่าร์ จำกัด/บริษัท แกรชซี่ เดสติเนชั่น จำกัด, ผู้บริหาร​ DOD Cafe & Bistro​" และ อ.ดอส-ปณัฐ สุมาลย์โรจน์​ อาจารย์พิเศษ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และกรรมการผู้บริหารบริษัท เพอโกล่าร์ จำกัด​ ​ในฐานะเป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนการประกวด​ Miss Universe 6 จังหวัด​ ณ​ DOD Cafe & Bistro​ " ตำบลบางช้าง อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม​ เมื่อวันที่​ 11 มิถุนายน​ 2569       ในโอกาสอันดีนี้​ยังได้รับเกียรติจาก คุณสุขุม เชิดชื่น อดีตสมาชิกวุฒิสภา, คุณสุวลัย อมตะวณิชย์ เจ้าของร้านอาหารครัวอัปสร​ ตลาด​ อตก., คุณภารากรณ์ เชิดชื่น​ ผู้บริหารและเจ้าของหาดช้างเผือก​ และ​ ดร.ทิพวรรณ นาคละมัย​ กรรมการสมาคมสตรีนคร...

สวพส. จัดการน้ำบนพื้นที่สูง เปลี่ยนชีวิตชุมชน สู่ความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน

สวพส. จัดการน้ำบนพื้นที่สูง เปลี่ยนชีวิตชุมชน สู่ความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน      แม้ฤดูฝนปีนี้จะมีปริมาณน้ำฝนมากกว่าค่าเฉลี่ยถึงร้อยละ 5 - 10 (ข้อมูลกรมอุตุนิยมวิทยา 13 พ.ค. 2568) แต่ใช่ว่าทุกพื้นที่จะได้ประโยชน์จากฝนที่ตกมากขึ้นโดยเฉพาะชุมชนบนพื้นที่สูง ที่บริบทพื้นที่ทำกินส่วนใหญ่อยู่สูงกว่าแหล่งน้ำธรรมชาติ ซึ่งยังคงต้องพึ่งพาน้ำฝนเป็นแหล่งน้ำหลัก ทั้งเพื่อการอุปโภค บริโภค และการเกษตร ชุมชนเหล่านี้มักเผชิญกับปัญหาฝนทิ้งช่วงและภัยแล้งซ้ำซาก ซึ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นจากความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศหรือสภาวะโลกเดือด       สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) หรือ สวพส. ได้ริเริ่มโครงการพัฒนาแหล่งน้ำและระบบกระจายน้ำขนาดเล็กมาตั้งแต่ปี 2563 เพื่อเพิ่มศักยภาพในการกักเก็บน้ำในช่วงฤดูฝน และกระจายน้ำให้เพียงพอในช่วงหน้าแล้ง ไม่เพียงเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้า แต่ยังมุ่งสร้างระบบจัดการน้ำที่ยั่งยืนโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน รวมไปถึงการฟื้นฟูดูแลรักษาป่ารอบๆ แหล่งน้ำ        ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ทำให้เกษตรกรกว่า 24,000 ราย ในพื้นที่สูง ...