ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ททท. เปิดตัวตราสัญลักษณ์ “Trusted Thailand” เร่งเสริมความเชื่อมั่นการเดินทางท่องเที่ยวไทย

ททท. เปิดตัวตราสัญลักษณ์ “Trusted Thailand”

เร่งเสริมความเชื่อมั่นการเดินทางท่องเที่ยวไทย 

พร้อมยกระดับมาตรฐานเสริมความมั่นใจนักท่องเที่ยวทุกย่างก้าว 

เตรียมนำร่องประเมินโรงแรมที่พัก เริ่มภายในกันยายนนี้

       กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดกิจกรรมฟื้นฟูความเชื่อมั่นในการเดินทางท่องเที่ยว พร้อมเปิดตัวตราสัญลักษณ์ “Trusted Thailand” ชี้ความปลอดภัยเป็นหัวใจสำคัญของการเดินทาง เตรียมยกระดับผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว ผ่าน 4 เกณฑ์ประเมินหลัก ประกอบด้วย มาตรการรักษาความปลอดภัยทั่วไป การชำระเงิน การสื่อสารภาษาต่างประเทศ การเดินทางเข้าถึงและเชื่อมต่อระบบขนส่งสาธารณะ โดยจะเริ่มนำร่องโครงการกับผู้ประกอบการกลุ่มโรงแรมที่พัก ตราสัญลักษณ์นี้จะเป็นเครื่องหมายแห่งความเชื่อมั่น ช่วยให้นักท่องเที่ยวเลือกใช้บริการได้อย่างมั่นใจ พร้อมสัมผัสประสบการณ์ท่องเที่ยวไทยอย่างอุ่นใจและประทับใจในทุกมิติ โดยจะเริ่มให้ผู้ประกอบการสมัครเข้าร่วมขอรับตราสัญลักษณ์ฯ ตั้งแต่เดือนกันยายน 2568 นี้



     นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วย นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกันเปิดตัวตราสัญลักษณ์ “Trusted Thailand” เที่ยวไทยอุ่นใจได้ ฟื้นฟูความเชื่อมั่นในการเดินทางท่องเที่ยว และร่วมรับฟังการเสวนาในหัวข้อ "การส่งเสริมภาพลักษณ์ประเทศไทยให้เป็นจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวที่ปลอดภัยและประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ทั่วประเทศไทยและในระดับนานาชาติ โดย นายบุญเสริม ขันแก้ว รองอธิบดีกรมการท่องเที่ยว, นายวินัย โตเจริญ รองอธิบดีกรมการปกครอง, พลตำรวจตรี นรเศรษฐ์ สุวรรณนิกขะ ผู้บังคับการตำรวจท่องเที่ยว 1, นางสาวเอิบลาภ ศรีภิรมย์ ผู้อำนวยการฝ่ายสินค้าการท่องเที่ยว ททท., นายเทียนประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์ นายกสมาคมโรงแรมไทย, นายปริญญา วรธำรง ผู้อำนวยการสำนักสวัสดิภาพกรมการขนส่งทางบก และนางสาวเมธิณี อนวัชกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานธุรกิจการเดินทางและบริหารคนขับ แกร็บ ประเทศไทย ท่ามกลางบุคคลในแวดวงการท่องเที่ยว รวมทั้งสมาคมท่องเที่ยวต่างๆ หลายสมาคม ได้แก่ องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.), นายสุเทพ อารมณ์รักษ์ นายกสมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไทย (สธทท.), นายวิทวัส เมฆสุต นายกสมาคมผู้ประกอบการนำเที่ยวไทย (สนท.), นายวัสน์พล อรรถพรธนเสฐ นายกสมาคมมัคคุเทศก์อาชีพแห่งประเทศไทย, นายสุรัตน์ ศรีเบญจโชติ รองเลขาธิการ สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งเทศไทย (สทท.), คุณวัลย์ณัฐ บุญประเสริฐ เลขาสมาคมไทยท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และผจญภัย (TEATA), นายทองอยู่ สุภวิทยากรณ์ กรรมการสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) และสื่อมวลชน ที่มาร่วมงาน ณ ห้องลุมพินี 3  โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ลุมพินี เมื่อวันพุธที่ 27 ส.ค. 2568


     นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า รัฐบาลไทยตระหนักดีว่า “ความปลอดภัย” คือหัวใจสำคัญของการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน และถือเป็นนโยบายลำดับแรกที่รัฐบาลมุ่งมั่นผลักดันอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับนักท่องเที่ยวจากสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งถือเป็นกลุ่มเป้าหมายสำคัญที่ยังคงมีฐานตลาดขนาดใหญ่ ทั้งนี้ เพื่อเสริมความเชื่อมั่นในการเดินทางท่องเที่ยวประเทศไทย รัฐบาลจึงได้ดำเนินมาตรการด้านความปลอดภัยควบคู่กับการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการยกระดับมาตรฐานสถานที่ท่องเที่ยว การประสานความร่วมมือกับหน่วยงานด้านความมั่นคงในการดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยว การสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้อง รวมถึงการอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวในทุกมิติ ซึ่งจะมาช่วยสนับสนุนการเติบโตของการท่องเที่ยว และสะท้อนถึงความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อให้ประเทศไทยยังคงเป็นจุดหมายปลายทางอันดับต้นๆ ในใจของนักท่องเที่ยว



     ด้าน นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า การขับเคลื่อนสู่การท่องเที่ยวคุณภาพนั้น เป็นหัวใจสำคัญที่ ททท. ยึดถือมาโดยตลอด โดยปัจจุบัน “ความปลอดภัย” กลายเป็นปัจจัยลำดับต้นในการตัดสินใจเดินทางของนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะกลุ่มนักเดินทางรุ่นใหม่ที่นิยมท่องเที่ยวอย่างอิสระ (FIT) ประกอบกับสัดส่วนของกลุ่มนักท่องเที่ยวผู้หญิงและกลุ่มครอบครัวที่เพิ่มสูงขึ้น รวมทั้งความคาดหวังจากกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพในตลาดหลัก อาทิ สาธารณรัฐประชาชนจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร และสหภาพยุโรปที่ต่างให้ความสำคัญต่อมาตรการด้านความปลอดภัยที่รัดกุม มีระบบ และเชื่อถือได้ ดังนั้น การยกระดับห่วงโซ่อุปทานด้านการท่องเที่ยวของผู้ประกอบการ โดยเฉพาะด้านความปลอดภัย จึงเป็นภารกิจเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการ เพื่อสร้างการยอมรับในระดับนานาชาติ ฟื้นฟูภาพลักษณ์ และเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยว ตลอดจนยืนยันความมั่นใจของประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางที่ปลอดภัย เชื่อถือได้ และเป็นมิตรต่อนักท่องเที่ยว



    เพื่อให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวที่มี “คุณภาพ และความเชื่อมั่นในบริการ” ที่เป็นรูปธรรม และสามารถสื่อสารได้อย่างชัดเจนทั้งในระดับประเทศและระดับสากล ททท.จึงผลักดันตราสัญลักษณ์ “Trusted Thailand” ให้เป็นตราสัญลักษณ์แห่งความเชื่อมั่น โดยจะนำร่องในสถานประกอบการโรงแรม ที่พัก ช่วงเดือนกันยายน 2568 ก่อนขยายสู่สถานประกอบการอื่น ๆ อาทิ ร้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยว และห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้า

    สำหรับการจัดกิจกรรมฟื้นฟูความเชื่อมั่นในการเดินทางท่องเที่ยวและเปิดตัวตราสัญลักษณ์ “Trusted Thailand” ประกอบด้วย เวทีเสวนามาตรการดูแลรักษาความปลอดภัยนักท่องเที่ยว โดยมี ททท. พร้อมผู้แทนจากหน่วยงานพันธมิตร อาทิ กรมการปกครอง กรมการท่องเที่ยว กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว กรมการขนส่งทางบก และแกร็บ ประเทศไทย ร่วมนำเสนอแนวทางการดูแลและเสริมสร้างมาตรการความปลอดภัย ครอบคลุมทั้งด้านการบริหารจัดการ การกำกับดูแล และการบริการนักท่องเที่ยว พร้อมกันนี้ยังมีการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) ด้านความปลอดภัยในการให้บริการรถโดยสารสาธารณะ ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของระบบขนส่งนักท่องเที่ยว เพื่อยกระดับมาตรฐานบริการ และส่งมอบประสบการณ์ท่องเที่ยวไทยที่มั่นใจและน่าประทับใจแก่นักท่องเที่ยวจากทั่วโลก


     โครงการ Trusted Thailand จะเปิดรับลงทะเบียนผู้ประกอบการในเดือนกันยายนนี้ บนเว็บไซต์ www.tourismthailand.org/trustedthailand และจะเผยแพร่รายชื่อสถานประกอบการที่ได้รับตราสัญลักษณ์ให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าถึงได้อย่างสะดวก โดยตราสัญลักษณ์ “Trusted Thailand” จะมอบให้กับสถานประกอบการที่ให้ความสำคัญกับ 4 มิติหลัก ได้แก่ 

1) มาตรการรักษาความปลอดภัยทั่วไปสำหรับนักท่องเที่ยว เช่น การติดตั้งกล้องวงจรปิด ระบบแจ้งเหตุฉุกเฉิน การวางแผนการจัดการพื้นที่อย่างปลอดภัย 

2) มาตรการในการควบคุมความปลอดภัยในการชำระเงิน การเชื่อมต่อกับแพลตฟอร์มการเงินที่ปลอดภัยและเป็นที่ยอมรับในตลาดหลัก เช่น Alipay, WeChat Pay 

3) การสื่อสารภาษาต่างประเทศ ความพร้อมของผู้ประกอบการต่อการดูแลนักท่องเที่ยวด้วยความเอาใจใส่และเป็นมืออาชีพ 

และ 4) ความปลอดภัยในการเดินทางเข้าถึง เส้นทางที่ปลอดภัยมีจุดที่ตั้งที่ชัดเจนสำหรับนักท่องเที่ยว การติดตั้งป้ายหรือจุดให้ข้อมูล การเชื่อมต่อกับระบบขนส่งสาธารณะอย่างปลอดภัย รวมถึงข้อมูลของสถานประกอบการที่ได้รับตราสัญลักษณ์ในรูปแบบ QR Code 

ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจสามารถติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ 1672 Travel Buddy 


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

งาน “วันสันติภาพสากล 2025” มจร จัดอย่างใหญ่ พร้อมมอบรางวัล “ลมหายใจแห่งสันติภาพ”

งาน “วันสันติภาพสากล 2025” มจร จัดอย่างใหญ่  พร้อมมอบรางวัล “ลมหายใจแห่ง สันติภาพ”  แด่ผู้นำศาสนาและผู้นำประเทศ       หลักสูตรสตินวัตกรรมและสันติศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) โดยการนำของ พระเมธีวัชรบัณฑิต, ศ.ดร. ผู้อำนวยการหลักสูตร ร่วมกับภาคีเครือข่าย จัดงาน "วันสันติภาพสากล ประจำปี 2568" ภายใต้แนวคิด “สังคมตื่นรู้ สู่การพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียว” (Mindful Society for Green Economy Development) โดยมีพระสงฆ์ แขกผู้มีเกียรติ อาทิ คุณศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมงพาณิชย์, ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย, นายวรเกียรติ สุจิวโรดม เจ้าของโครงการ ชาวนา มหานคร, ดร.สุเทพ อารมณ์รักษ์ นายกสมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไทย (สธทท.), คุณกุลพรภัสร์ วงศ์มาจารภิญญา บริษัทไทยสมาย บัส จำกัด, คุณญาธิภา สิงห์สุวรรณ ผู้อำนวยการส่วนการท่องเที่ยว กรุงเทพมหานคร, ดร.ชวิศ ชื่นเจริญ (อ.มุ่ย หูทิพย์), คุณกชนันท์ ซิดดิค Mrs. Thailand World 2025, คุณพิมพ์ลภัส ชื่อมณีสวรรค์ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2023  ฉะเชิงเทรา,...

สวพส. จัดการน้ำบนพื้นที่สูง เปลี่ยนชีวิตชุมชน สู่ความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน

สวพส. จัดการน้ำบนพื้นที่สูง เปลี่ยนชีวิตชุมชน สู่ความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน      แม้ฤดูฝนปีนี้จะมีปริมาณน้ำฝนมากกว่าค่าเฉลี่ยถึงร้อยละ 5 - 10 (ข้อมูลกรมอุตุนิยมวิทยา 13 พ.ค. 2568) แต่ใช่ว่าทุกพื้นที่จะได้ประโยชน์จากฝนที่ตกมากขึ้นโดยเฉพาะชุมชนบนพื้นที่สูง ที่บริบทพื้นที่ทำกินส่วนใหญ่อยู่สูงกว่าแหล่งน้ำธรรมชาติ ซึ่งยังคงต้องพึ่งพาน้ำฝนเป็นแหล่งน้ำหลัก ทั้งเพื่อการอุปโภค บริโภค และการเกษตร ชุมชนเหล่านี้มักเผชิญกับปัญหาฝนทิ้งช่วงและภัยแล้งซ้ำซาก ซึ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นจากความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศหรือสภาวะโลกเดือด       สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) หรือ สวพส. ได้ริเริ่มโครงการพัฒนาแหล่งน้ำและระบบกระจายน้ำขนาดเล็กมาตั้งแต่ปี 2563 เพื่อเพิ่มศักยภาพในการกักเก็บน้ำในช่วงฤดูฝน และกระจายน้ำให้เพียงพอในช่วงหน้าแล้ง ไม่เพียงเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้า แต่ยังมุ่งสร้างระบบจัดการน้ำที่ยั่งยืนโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน รวมไปถึงการฟื้นฟูดูแลรักษาป่ารอบๆ แหล่งน้ำ        ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ทำให้เกษตรกรกว่า 24,000 ราย ในพื้นที่สูง ...

PMCU จุฬาฯ เนรมิตสยามสแควร์ให้เป็น ‘เวทีแจ้งเกิดของทุกคน’ จัดงาน​“Bangkok Street Performer Festival 2026”

PMCU จุฬาฯ  เนรมิตสยามสแควร์ให้เป็น ‘เวทีแจ้งเกิดของทุกคน’  จัดงาน ​ “Bangkok Street Performer Festival 2026” โชว์ศั กยภาพคนรุ่นใหม่ ใจกลางเมือง       เพราะเชื่อว่าความคิดสร้างสรรค์ไม่มีขีดจำกัด จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยสำนักงานทรัพย์สินจุฬาฯ​ หรือ​ PMCU ตั้งใจสร้าง Siam Square Walking Street ให้เป็นมากกว่าแค่แหล่งช้อปปิ้ง หรือจุดนัดพบ แต่เป็น "Platform แห่งโอกาส" ที่เปิดกว้างให้คนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ ได้เข้ามาสร้างสรรค์กิจกรรมที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็นดนตรีเปิดหมวก​ ที่เปิดโอกาสให้นักเรียน และนักศึกษา มาแสดงความสามารถด้านดนตรีจนกลายเป็นพื้นที่สำหรับศิลปินหรือวงดนตรีหน้าใหม่ได้สร้างฐานแฟนคลับใจกลางเมืองที่มาเปิดการแสดงแล้วกว่า 2,000 วง โดยมีนักดนตรีแสดงแล้วกว่า 15,000 คน และ​ Art & Performance Street Show การแสดงที่ใช้ทักษะพิเศษ เช่น มายากล, ละครใบ้ (Mime), การเต้น Cover Dance ไปจนถึงศิลปะการแสดงร่วมสมัย, Live Painting & Graffiti บางช่วงเวลาจะมีการเปิดพื้นที่ให้ศิลปินมาสร้างสรรค์งานทัศนศิลป์สดๆ ให้คนเดินผ่านไปมาได้ชม, Art & Craft Market ตลาดนัดงา...