ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ทีเส็บเปิดแผนขับเคลื่อนไมซ์รองรับการเปิดประเทศ 4 แผนงานหลัก หวังกระตุ้นการจัดงาน สร้างรายได้กระจายสู่ภูมิภาค

ทีเส็บเปิดแผนขับเคลื่อนไมซ์รองรับการเปิด

ประเทศ 4 แผนงานหลัก หวังกระตุ้นการจัดงาน

สร้างรายได้กระจายสู่ภูมิภาค

ทีเส็บเปิดโครงการกระตุ้นการตลาด Thailand MICE Back เดินหน้าส่งเสริมอุตสาหกรรมไมซ์รองรับการเปิดประเทศผ่าน 4 แผนงานหลัก หวังกระตุ้นการจัดงาน สร้างรายได้กระจายสู่ภูมิภาค ดันเป้าหมายนักเดินทางไมซ์รวม 6,130,000 คน สร้างรายได้รวม 28,400 ล้านบาท

                นายจิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ กล่าวว่า ทีเส็บเร่งกระตุ้นการจัดงานและการเดินทางของนักเดินทางไมซ์ ขานรับนโยบายรัฐบาลรองรับการเปิดประเทศเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ด้วยโครงการกระตุ้นการตลาด “Thailand MICE Back” เดินหน้าสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักเดินทางไมซ์ทั้งในและต่างประเทศ เร่งกระตุ้นให้เกิดการจัดงานและกิจกรรมไมซ์ในประเทศอย่างต่อเนื่อง พร้อมดึงงานไมซ์ระดับโลกเข้ามาจัดในประเทศไทย โดยร่วมบูรณาการความร่วมมือกับพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน ภายใต้ 4 แผนหลัก ตามกลยุทธ์ B-A-C-K ประกอบด้วย

                1. แผนการสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจให้กับอุตสาหกรรมไมซ์ (กลยุทธ์ B: Build Confidences & Trust) เร่งส่งเสริมการสร้างมาตรฐานอุตสาหกรรมไมซ์ เจาะกลุ่มผู้ประกอบการไมซ์ ทั้งสถานที่จัดงานและผู้จัดงาน ได้แก่ มาตรฐานสถานที่จัดงานประเทศไทย (TMVS) มาตรฐานสถานที่จัดงานอาเซียน (AMVS) มาตรฐานการบริหารการจัดงานอย่างยั่งยืน (TSEMS) และการจัดงานไมซ์ที่ปลอดภัยด้วยแนวปฏิบัติด้านสุขอนามัยสำหรับอุตสาหกรรมไมซ์ (MICE Hygiene Guidelines) แนวปฏิบัติการจัดประชุมและงานนิทรรศการที่เป็นมิตรกับมุสลิม (Practices for Muslim Friendly Meetings and Exhibitions) รวมถึงการพัฒนาด้านการใช้นวัตกรรมส่งเสริมธุรกิจไมซ์ ได้แก่ การใช้แอปพลิเคชัน BIZ Connect และแพลตฟอร์มออนไลน์แบบครบวงจรอย่าง Thai MICE Connect และ MICE Innovation Catalogue ที่สนับสนุนให้ผู้ประกอบการไมซ์นำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาใช้ในการจัดงานอย่างมีประสิทธิภาพ

ล่าสุด เพื่อสอดรับกับการเร่งเพิ่มขีดความสามารถในการพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมไมซ์ไทย ทีเส็บในฐานะหน่วยงานหลักของรัฐที่ส่งเสริมอุตสาหกรรมไมซ์ ได้รับการประกาศให้เป็นองค์กรรับรองสมรรถนะของบุคคลตามมาตรฐานอาชีพ สาขาวิชาชีพการจัดประชุมนิทรรศการ โดยเพิ่มบทบาทเป็นศูนย์กลางการทดสอบฝีมือแรงงาน และให้การรับรองสมรรถนะการปฏิบัติงานตามมาตรฐานอาชีพของบุคลากรไมซ์ ซึ่งบุคลากรสามารถเข้ามาประเมินความรู้ ความเชี่ยวชาญ และทักษะด้านวิชาชีพไมซ์ตามหลักเกณฑ์การประเมิน โดยทีเส็บมีเป้าหมายยกระดับองค์กรสู่การเป็นหน่วยงานรับรองมาตรฐานคุณวุฒิวิชาชีพในระดับอาเซียนอีกด้วย

นอกจากนี้ ทีเส็บเตรียมแผนการเข้าสู่การเป็นสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุม (CVB- Convention and Visitors Bureau) ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสากลในการรับรองสมรรถนะบุคคลในวิชาชีพ ISO 17024 รวมถึงการขับเคลื่อนด้านการพัฒนาและยกระดับความสามารถบุคคลากรไมซ์ในสายงานสาขาการจัดกิจกรรม (Event Professionals) เพื่อส่งเสริมสนับสนุน และเพิ่มความมั่นคงในอาชีพแก่บุคลากรด้านอีเวนต์ (Event) และบุคลากรด้านการเดินทางเพื่อเป็นรางวัล (Incentive) ตามข้อตกลงร่วมว่าด้วยการยอมรับคุณสมบัติบุคลากรด้านการท่องเที่ยวอาเซียน (ASEAN Mutual Recognition Arrangement on Tourism Professionals: ASEAN MRA - TP)

                2. แผนกระตุ้นการจัดงานไมซ์ในประเทศ (กลยุทธ์ A: Accelerate Dream MICE Activity) จากมติคณะรัฐมนตรีเห็นชอบมาตรการทางภาษีในการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลจำนวน 2 เท่าของที่จ่ายจริง ซึ่งบริษัทสามารถนำค่าใช้จ่ายจริงในการจัดอบรมสัมมนาและการจัดนิทรรศการงานแสดงสินค้าภายในประเทศไปลดหย่อนภาษีได้ โดยบริษัทต้องมีการจ่ายจริงตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม 2565 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2565 นั้น

ทีเส็บเร่งดำเนินการกระตุ้นให้เกิดการจัดงานไมซ์ในประเทศอย่างต่อเนื่องในไตรมาสสุดท้าย ด้วยการสนับสนุนผ่านแพ็กเกจกระตุ้นการจัดงานไมซ์ทุกประเภท ได้แก่ แพ็กเกจสำหรับงานประชุมและการเดินทางเพื่อเป็นรางวัลในประเทศ แพ็กเกจสำหรับงานประชุมวิชาการในประเทศ และแพ็กเกจสำหรับงานแสดงสินค้าภายในประเทศ แบ่งเป็น งานแสดงสินค้าใหม่ (New Show) งานแสดงสินค้าที่มีการยกระดับ (Upgrade Show) และงานแสดงสินค้าระดับภูมิภาคโครงการ Empower Thailand Exhibition (EMTEX) โดยมีเงื่อนไขและเกณฑ์การสนับสนุนตามที่ทีเส็บกำหนด

                  3. แผนส่งเสริมภาพลักษณ์และการสื่อสารอุตสาหกรรมไมซ์ (กลยุทธ์ C: Communication and Inspire the World) สร้างการรับรู้อุตสาหกรรมไมซ์ผ่านแบรนด์ “THAILAND MICE” ทั้งการสื่อสารในและต่างประเทศ โดยมุ่งเจาะตลาดจังหวัด 10 เมืองไมซ์ และภูมิภาคเอเซียและตะวันออกกลาง เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์อุตสาหกรรมไมซ์ไทยให้เป็นที่รู้จักในเวทีโลก สอดรับกับแผนประชาสัมพันธ์แห่งชาติด้านต่างประเทศที่ขับเคลื่อนผ่านแนวคิด New Chapter of Thailand ก้าวใหม่ไทยในช่วงหลังโควิด โดยแบรนด์อุตสาหกรรมไมซ์ไทยจะเน้นสื่อสารโอกาสทางธุรกิจใหม่ (New Opportunity) และนวัตกรรมใหม่ (New Innovation) สู่การเปิดมิติใหม่ของไมซ์ไทยสำหรับสื่อสารต่างประเทศภายใต้แบรนด์ “Thailand MICE: Meet the Magic” และสื่อสารในประเทศภายใต้แบรนด์ “ไมซ์ไทย มนต์เสน่ห์สู่ความสำเร็จ” ด้วยการค้นพบมนต์เสน่ห์แห่งอุตสาหกรรมไมซ์ของประเทศไทย

ทั้งนี้ การสื่อสารอุตสาหกรรมไมซ์ทั้งในและต่างประเทศ ใช้การบูรณาการสื่อทุกช่องทางแบบ 360 องศา มุ่งเน้นสื่อออนไลน์ เพื่อเข้าถึงพฤติกรรมกลุ่มเป้าหมายในยุคนิวนอร์มัล และครอบคลุมสื่อออฟไลน์ ทั้งสื่อโทรทัศน์ วิทยุ สื่อสิ่งพิมพ์ และสื่อป้ายโฆษณากลางแจ้ง (Out of Home) รวมถึงผู้มีอิทธิพลทางความคิด หรือ KOLs (Key Opinion Leader) ร่วมสื่อสารถ่ายทอดประสบการณ์ไมซ์ เพื่อเข้าถึงจำนวนคนรับรู้ทั้งในและต่างประเทศ รวมไม่ต่ำกว่า 75 ล้านคน/ครั้ง

ล่าสุด ทีเส็บเปิดตัวแบรนด์อุตสาหกรรมไมซ์ไทยสำหรับสื่อสารในประเทศ “ไมซ์ไทย มนต์เสน่ห์สู่ความสำเร็จ” ผ่านภาพยนตร์โฆษณาในรูปแบบ “Music Marketing” ภายใต้แนวคิด “วันนี้ห้องประชุมเปิดกว้างทั่วเมืองไทย” เพื่อกระตุ้นให้ทุกภาคส่วนร่วมออกมาจัดประชุม อบรม สัมมนาในที่ใหม่ๆ และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้กับพนักงานในองค์กร สร้างความสามัคคี นำพาองค์กรสู่ความสำเร็จ และเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมขับเคลื่อนและฟื้นฟูเศรษฐกิจไทยไปด้วยกัน มุ่งเน้นกลุ่มเป้าหมายหลัก 3 กลุ่ม ได้แก่ ภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน

4. แผนการดึงงานระดับโลกและการเพิ่มจำนวนงานไมซ์ต่างประเทศ (กลยุทธ์ K: Kick off World Events Bidding) ประเทศไทยได้รับคัดเลือกให้เป็นเจ้าภาพการจัดงานระดับโลก เช่น งาน The International Conference on Family Planning 2022 (ICFP 2022) การประชุมวิชาการวางแผนครอบครัวนานาชาติ เพื่อหารือด้านสุขภาพอนามัย และการเจริญพันธุ์เพื่อคุณภาพชีวิตของประชากรโลก วันที่ 14 – 17 พฤศจิกายน 2565,  งาน 62nd ICCA Congress (ICCA Congress 2023) การประชุมสมาคมการประชุมนานาชาติ ครั้งที่ 62 วันที่ 12 – 15 พฤศจิกายน 2566, งาน Udon Thani International Horticultural Expo 2026 หรืองานมหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี พ.ศ. 2569 วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 – 14 มีนาคม 2570 และงาน Thailand International Air Show ซึ่งมีกำหนดจัดงานประกาศตัวในปี 2566 โดยงานจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในปี 2568 และมีการจัดงานอย่างเต็มรูปแบบในปี 2570

นอกจากนี้ ยังมีงานที่อยู่ในขั้นตอนการประมูลสิทธิ์ ได้แก่ งานเอ็กซ์โป 2028 ภูเก็ต ประเทศไทย มีกำหนดจัดวันที่ 20 มีนาคม – 17 มิถุนายน 2571 และ งาน Nakhon Ratchasima International Horticultural Expo 2029 หรือ งานมหกรรมพืชสวนโลกนครราชสีมา พ.ศ. 2572 กำหนดจัดวันที่ 10 พฤศจิกายน 2572 – 28 กุมภาพันธ์ 2573

สำหรับไตรมาสสุดท้ายปีงบประมาณ 2565 ยังมีงานไมซ์อีกมากมายจัดขึ้นทั่วประเทศ เช่น งาน Maintenance, Industrial Automation, and Robotics (MiRA) และ SUBCON EEC 2022 งานแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรม โซลูชันอุตสาหกรรมการผลิตชั้นสูงด้านการบำรุงรักษา เทคโนโลยีหุ่นยนต์ และงานแสดงชิ้นส่วนอุตสาหกรรมแห่งภาคตะวันออก วันที่ 24 – 26 สิงหาคม 2565 พัทยา, งาน Defense & Security 2022 งานแสดงเทคโนโลยียุทโธปกรณ์ 3 เหล่าทัพและเทคโนโลยีทางด้านการรักษาความปลอดภัย วันที่ 29 สิงหาคม – 1 กันยายน 2565 กรุงเทพฯ, งาน Health Living and Innovation Expo 2022 งานแสดงสินค้า บริการ และนวัตกรรมเพื่อผู้รักสุขภาพ วันที่ 8 – 11 กันยายน 2565 สงขลา และงาน Korat FooDEx โคราชฟู้ดเด๊กซ์ ทีเด็ดอาหารทั่วไทย วันที่ 14 – 18 กันยายน 2565 นครราชสีมา

จากผลการดำเนินงานไตรมาส 1-3 (ตุลาคม 2564 – มิถุนายน 2565) มีจำนวนนักเดินทางไมซ์ในและต่างประเทศรวมทั้งสิ้น 3,446,102 คน สร้างรายได้ 16,344 ล้านบาท โดยทีเส็บคาดการณ์ภายในปีงบประมาณ 2565 (ตุลาคม 2564 – กันยายน 2565) จะมีจำนวนนักเดินทางไมซ์ทั้งในและต่างประเทศรวมทั้งสิ้น 6,130,000 คน คิดเป็นรายได้ 28,400 ล้านบาท

 

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

Miss Universe 6 จังหวัด​ มาแสดงความขอบคุณ​ "สุวรรณี" ผู้บริหาร​ DOD Cafe & Bistro​

Miss Universe 6 จังหวัด​ มาแสดงความขอบคุณ​ "สุวรรณี" ผู้บริหาร​ DOD Cafe & Bistro​  หนึ่งในผู้สนับสนุนการประกวด​ Miss Universe 6 จังหวัด​         สาวงามผู้ครองตำแหน่ง​ Miss Universe 6 จังหวัด​ ได้แก่​ จังหวัดนครปฐม,​ หนองบัวลำภู, สุรินทร์, พระนครศรีอยุธยา, สมุทรปราการ​ ​และสมุทรสาคร​ เดินทางมาแสดงความขอบคุณ​ ​คุณสุวรรณี​ อิทธิวิบูลย์​ ผู้บริหาร บริษัท เพอโกล่าร์ จำกัด/บริษัท แกรชซี่ เดสติเนชั่น จำกัด, ผู้บริหาร​ DOD Cafe & Bistro​" และ อ.ดอส-ปณัฐ สุมาลย์โรจน์​ อาจารย์พิเศษ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และกรรมการผู้บริหารบริษัท เพอโกล่าร์ จำกัด​ ​ในฐานะเป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนการประกวด​ Miss Universe 6 จังหวัด​ ณ​ DOD Cafe & Bistro​ " ตำบลบางช้าง อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม​ เมื่อวันที่​ 11 มิถุนายน​ 2569       ในโอกาสอันดีนี้​ยังได้รับเกียรติจาก คุณสุขุม เชิดชื่น อดีตสมาชิกวุฒิสภา, คุณสุวลัย อมตะวณิชย์ เจ้าของร้านอาหารครัวอัปสร​ ตลาด​ อตก., คุณภารากรณ์ เชิดชื่น​ ผู้บริหารและเจ้าของหาดช้างเผือก​ และ​ ดร.ทิพวรรณ นาคละมัย​ กรรมการสมาคมสตรีนคร...

PMCU จุฬาฯ เนรมิตสยามสแควร์ให้เป็น ‘เวทีแจ้งเกิดของทุกคน’ จัดงาน​“Bangkok Street Performer Festival 2026”

PMCU จุฬาฯ  เนรมิตสยามสแควร์ให้เป็น ‘เวทีแจ้งเกิดของทุกคน’  จัดงาน ​ “Bangkok Street Performer Festival 2026” โชว์ศั กยภาพคนรุ่นใหม่ ใจกลางเมือง       เพราะเชื่อว่าความคิดสร้างสรรค์ไม่มีขีดจำกัด จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยสำนักงานทรัพย์สินจุฬาฯ​ หรือ​ PMCU ตั้งใจสร้าง Siam Square Walking Street ให้เป็นมากกว่าแค่แหล่งช้อปปิ้ง หรือจุดนัดพบ แต่เป็น "Platform แห่งโอกาส" ที่เปิดกว้างให้คนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ ได้เข้ามาสร้างสรรค์กิจกรรมที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็นดนตรีเปิดหมวก​ ที่เปิดโอกาสให้นักเรียน และนักศึกษา มาแสดงความสามารถด้านดนตรีจนกลายเป็นพื้นที่สำหรับศิลปินหรือวงดนตรีหน้าใหม่ได้สร้างฐานแฟนคลับใจกลางเมืองที่มาเปิดการแสดงแล้วกว่า 2,000 วง โดยมีนักดนตรีแสดงแล้วกว่า 15,000 คน และ​ Art & Performance Street Show การแสดงที่ใช้ทักษะพิเศษ เช่น มายากล, ละครใบ้ (Mime), การเต้น Cover Dance ไปจนถึงศิลปะการแสดงร่วมสมัย, Live Painting & Graffiti บางช่วงเวลาจะมีการเปิดพื้นที่ให้ศิลปินมาสร้างสรรค์งานทัศนศิลป์สดๆ ให้คนเดินผ่านไปมาได้ชม, Art & Craft Market ตลาดนัดงา...

สวพส. จัดการน้ำบนพื้นที่สูง เปลี่ยนชีวิตชุมชน สู่ความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน

สวพส. จัดการน้ำบนพื้นที่สูง เปลี่ยนชีวิตชุมชน สู่ความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน      แม้ฤดูฝนปีนี้จะมีปริมาณน้ำฝนมากกว่าค่าเฉลี่ยถึงร้อยละ 5 - 10 (ข้อมูลกรมอุตุนิยมวิทยา 13 พ.ค. 2568) แต่ใช่ว่าทุกพื้นที่จะได้ประโยชน์จากฝนที่ตกมากขึ้นโดยเฉพาะชุมชนบนพื้นที่สูง ที่บริบทพื้นที่ทำกินส่วนใหญ่อยู่สูงกว่าแหล่งน้ำธรรมชาติ ซึ่งยังคงต้องพึ่งพาน้ำฝนเป็นแหล่งน้ำหลัก ทั้งเพื่อการอุปโภค บริโภค และการเกษตร ชุมชนเหล่านี้มักเผชิญกับปัญหาฝนทิ้งช่วงและภัยแล้งซ้ำซาก ซึ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นจากความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศหรือสภาวะโลกเดือด       สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) หรือ สวพส. ได้ริเริ่มโครงการพัฒนาแหล่งน้ำและระบบกระจายน้ำขนาดเล็กมาตั้งแต่ปี 2563 เพื่อเพิ่มศักยภาพในการกักเก็บน้ำในช่วงฤดูฝน และกระจายน้ำให้เพียงพอในช่วงหน้าแล้ง ไม่เพียงเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้า แต่ยังมุ่งสร้างระบบจัดการน้ำที่ยั่งยืนโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน รวมไปถึงการฟื้นฟูดูแลรักษาป่ารอบๆ แหล่งน้ำ        ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ทำให้เกษตรกรกว่า 24,000 ราย ในพื้นที่สูง ...