ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

คณะกรรมาธิการแรงงาน สภาผู้แทนราษฎรและตำรวจ สภ.บางพลีบุกจับแรงงานต่างชาติชาวอินเดีย พบตั๋วคุ้มครองหลายหน่วยงาน

คณะกรรมาธิการแรงงาน สภาผู้แทนราษฎรและตำรวจ สภ.บางพลีบุกจับแรงงานต่างชาติชาวอินเดีย  พบตั๋วคุ้มครองหลายหน่วยงาน



     จากกรณีมีประชาชนร้องเรียนหลายช่องทางไปที่กรรมาธิการแรงงาน สำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ว่ามีแรงงานต่างชาติเข้ามาทำงานที่จังหวัดสมุทรปราการ และมีตั๋วเอกสิทธิ์คุ้มครองของหลายหน่วยงานเพื่อใช้แสดงป้องกันการถูกจับกุม 



      นายสุวรรณ บัวโรย เลขานุการคณะกรรมาธิการแรงงาน สำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยสื่อมวลชน จึงได้ลงพื้นที่ในซอยพรสว่าง ซึ่งเป็นเป้าหมายหนึ่งที่ได้รับแจ้ง เพื่อตรวจสอบ เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 27 มกราคม 2564 ปรากฎว่าได้พบแรงงานต่างชาติจริงที่บ้านเช่า เลขที่ 121/38 หมู่ 3 ภายในซอยพรสว่าง ตำบลบางพลีใหญ่ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ  โดยแรงงานต่างชาติได้มารวมตัวกันหลังจากที่ได้ขับมอเตอร์ไซด์พ่วงขายไอศครีมยี่ห้อดังยี่ห้อหนึ่ง จึงได้แจ้งไปยัง สภ.บางพลี สมุทรปราการ และได้ประสานงานกับ พ.ต.ต.ชนสิทธิ์ เด็ดดวง สวป.สภ.บางพลี เพื่อมาทำการจับกุม และเข้าตรวจค้นที่บ้านเช่าหลังดังกล่่าว โดยมี พ.ต.ท.อธิเทศร์ ไชยศรัญวิชญ์ รอง ผกก.ป.สภ.บางพลี ลงพื้นที่ด้วยตนเอง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ร่วมกันทำการเข้าตรวจค้น จากการตรวจสอบได้พบแรงงานชาวต่างชาติ สัญชาติอินเดีย จำนวน 5 คน นั่งเคลียเรื่องเงินที่ได้จากการขายไอศครีมโดยไม่มีการสวมกน้ากากอนามัย สักพักก็มีแรงงานต่างชาติขับรถมอเตอร์ไซด์ดลีบมาเพิ่มอีก 2 คน รวมเป็น 7 คน  ได้จากการสอบถามพบว่าทั้งหมดไม่มีหนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต) ติดตัว และอ้างว่าพาสปอร์ตอยู่ที่บ้าน โดยทั้งหมดได้เข้ามาขับมอเตอร์ไซด์พ่วงขายไอศครีมยี่ห้อดังยี่ห้อหนึ่ง ชึ่งการเร่ขายสินค้าสินค้าเป็นอาชีพสงวนสำหรับคนไทยเท่านั้น คนต่างด้าวห้ามทำเด็ดขาด  และที่ขับมอเตอร์ไซด์ไปเร่ขายไอศครีมทั้งวัน อาจเป็นการแพร่ระบาดของโรคไวรีสโควิด-19 และจากการตรวจค้นพบแรงงานต่างชาติครั้งนี้ ยังพบว่าทุกคนมีตั๋วอภิสิทธิ์คุ้มครองหลากหลายสีของหลายหน่วยงานต่างๆ โดยบอกว่าเป็นตั๋วซึ่งมีเจ้าหน้าที่บางหน่วยงานให้ไว้ เพื่อนำออกมาแสดงไม่ให้ถูกจับกุม เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดเอาไว้ตรวจสอบ จากนั้นก็คุมตัแรงงานต่างชาติวทั้งหมดมาทำการสอบสวนที่ สภ บางพลี ก่อนควบคุมตัวทั้งหมดมาทำการสอบสวนและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป และหลักจากที่จ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนแล้ว แจ้งว่า "ตั้งข้อหาได้เพียงไม่พกพาสปอร์ตเท่านั้น" เพราะไม่ได้ทำการจับกุมซึ่งหน้าขณะขายไอศครีม



         นายสุวรรณ บัวโรย เลขานุการคณะกรรมาธิการแรงงาน สำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรกล่าวว่า ก่อนหน้านี้ได้รับการร้องเรียนจากประชาชน ว่าในจังหวัดสมุทรปราการมีแรงงานต่างชาติ สัญชาติอินเดีย ประมาณ 800 คน ซึ่งบางคนเข้าข่ายทำงานผิดประเภทคือมาในลักษณ์พาสปอร์ตท่องเที่ยวแต่มาทำงานคือไม่มีเวิร์คเพอร์มิท และพาสปอร์ตหลายๆ คนก็ขาดอายุด้วย ซึ่งเราได้ทราบข้อมูลแล้ว และแรงงานประมาณ 800 คนชาวอินเดีย ที่อยู่ในหวัดสมุทรปราการ และยังได้ทราบข้อมูลอีกว่าว่ามันมีการแจกเป็นตั๋วหรือเป็นคูปองมีอยู่ประมาณ 10 – 20 หน่วยงาน ซึ่งข้อมูลที่ได้มาเขาบอกว่าหน่วยงานต่างๆ มีทั้งหน่วยงานราชการบางหน่วยงาน จึงเข้ามาประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางพลี ร่วมกันตรวจสอบก็พบแรงงานต่างชาติดังกล่าวซึ่งเป็นชาวอินเดียซึ่งมาประกอบอาชีพขายไอศครีม ยี่ห้อดังยี่ห้อหนึ่งในเขตจังหวัดสมุทรปราการ โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอบางพลี  บางคนอยู่เมืองไทยนานแล้วพาสปอร์ตขาดก็ไม่ได้มีเวิร์คเพอร์มิทในการทำงาน 



       ส่วนในเรื่องตั๋วที่พบ ได้พบว่าเป็นตั๋วของหน่วยงานภาครัฐหลายหน่วยงานหลากสี ซึ่งอันนี้เราก็ไม่รู้ว่าหน่วยงานไหนบ้าง ซึ่งหลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาตรวจสอบและจับกุมแรงงานทั้ง 7 คนเราก็พบตั๋วแบบนี้ทุกคน และจากการสอบถามแรงงานทั้งหมดได้บอกว่านายจ้างเอามาให้พกไว้เวลาเจ้าหน้าที่มาตรวจก็ให้แสดงตั๋วอันนี้ให้ดู เจ้าหน้าที่ก็จะไม่จับ ซึ่งในเรื่องนี้ก็ได้ให้พนักสอบสวน ทำการสอบปากคำผู้ต้องหาทั้งหมดเพื่อขยายผลไปที่นายจ้าง ในส่วนของกรรมาธิการ สำนักเลขาธิการสภาผูุ้แทนราษฎร ก็จะมีประชาชนส่งข้อมูลมาให้หลายช่องทาง ทั้งทางไปรษณีย์และทางอีเลคทรอนิคส์บ้าง ทางไลน์ทางเฟสบุ๊ก เพราะเขาทราบว่าเราอยู่ในส่วนของกรรมาธิการแรงงาน สำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ก็เลยส่งข้อมูลอันนี้มาให้ ซึ่งหลังจากที่เราทราบข้อมูลแล้วเราก็ลงมาดูว่ามีจริงหรือไม่ จึงประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางพลี และสื่อมวลชนมาร่วมตรวจสอบ และมาแล้วก็พบว่าเป็นเรื่องจริง หลังจากที่ได้ข้อมูลแล้วก็จะนำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่กรรมาธิการแรงงาน สำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร รายงานให้ท่านประธานกรรมาธิการแรงงาน สำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้รับทราบเกี่ยวกับเรื่องนี้ต่อไป

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

งาน “วันสันติภาพสากล 2025” มจร จัดอย่างใหญ่ พร้อมมอบรางวัล “ลมหายใจแห่งสันติภาพ”

งาน “วันสันติภาพสากล 2025” มจร จัดอย่างใหญ่  พร้อมมอบรางวัล “ลมหายใจแห่ง สันติภาพ”  แด่ผู้นำศาสนาและผู้นำประเทศ       หลักสูตรสตินวัตกรรมและสันติศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) โดยการนำของ พระเมธีวัชรบัณฑิต, ศ.ดร. ผู้อำนวยการหลักสูตร ร่วมกับภาคีเครือข่าย จัดงาน "วันสันติภาพสากล ประจำปี 2568" ภายใต้แนวคิด “สังคมตื่นรู้ สู่การพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียว” (Mindful Society for Green Economy Development) โดยมีพระสงฆ์ แขกผู้มีเกียรติ อาทิ คุณศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมงพาณิชย์, ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย, นายวรเกียรติ สุจิวโรดม เจ้าของโครงการ ชาวนา มหานคร, ดร.สุเทพ อารมณ์รักษ์ นายกสมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไทย (สธทท.), คุณกุลพรภัสร์ วงศ์มาจารภิญญา บริษัทไทยสมาย บัส จำกัด, คุณญาธิภา สิงห์สุวรรณ ผู้อำนวยการส่วนการท่องเที่ยว กรุงเทพมหานคร, ดร.ชวิศ ชื่นเจริญ (อ.มุ่ย หูทิพย์), คุณกชนันท์ ซิดดิค Mrs. Thailand World 2025, คุณพิมพ์ลภัส ชื่อมณีสวรรค์ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2023  ฉะเชิงเทรา,...

สวพส. จัดการน้ำบนพื้นที่สูง เปลี่ยนชีวิตชุมชน สู่ความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน

สวพส. จัดการน้ำบนพื้นที่สูง เปลี่ยนชีวิตชุมชน สู่ความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน      แม้ฤดูฝนปีนี้จะมีปริมาณน้ำฝนมากกว่าค่าเฉลี่ยถึงร้อยละ 5 - 10 (ข้อมูลกรมอุตุนิยมวิทยา 13 พ.ค. 2568) แต่ใช่ว่าทุกพื้นที่จะได้ประโยชน์จากฝนที่ตกมากขึ้นโดยเฉพาะชุมชนบนพื้นที่สูง ที่บริบทพื้นที่ทำกินส่วนใหญ่อยู่สูงกว่าแหล่งน้ำธรรมชาติ ซึ่งยังคงต้องพึ่งพาน้ำฝนเป็นแหล่งน้ำหลัก ทั้งเพื่อการอุปโภค บริโภค และการเกษตร ชุมชนเหล่านี้มักเผชิญกับปัญหาฝนทิ้งช่วงและภัยแล้งซ้ำซาก ซึ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นจากความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศหรือสภาวะโลกเดือด       สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) หรือ สวพส. ได้ริเริ่มโครงการพัฒนาแหล่งน้ำและระบบกระจายน้ำขนาดเล็กมาตั้งแต่ปี 2563 เพื่อเพิ่มศักยภาพในการกักเก็บน้ำในช่วงฤดูฝน และกระจายน้ำให้เพียงพอในช่วงหน้าแล้ง ไม่เพียงเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้า แต่ยังมุ่งสร้างระบบจัดการน้ำที่ยั่งยืนโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน รวมไปถึงการฟื้นฟูดูแลรักษาป่ารอบๆ แหล่งน้ำ        ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ทำให้เกษตรกรกว่า 24,000 ราย ในพื้นที่สูง ...

PMCU จุฬาฯ เนรมิตสยามสแควร์ให้เป็น ‘เวทีแจ้งเกิดของทุกคน’ จัดงาน​“Bangkok Street Performer Festival 2026”

PMCU จุฬาฯ  เนรมิตสยามสแควร์ให้เป็น ‘เวทีแจ้งเกิดของทุกคน’  จัดงาน ​ “Bangkok Street Performer Festival 2026” โชว์ศั กยภาพคนรุ่นใหม่ ใจกลางเมือง       เพราะเชื่อว่าความคิดสร้างสรรค์ไม่มีขีดจำกัด จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยสำนักงานทรัพย์สินจุฬาฯ​ หรือ​ PMCU ตั้งใจสร้าง Siam Square Walking Street ให้เป็นมากกว่าแค่แหล่งช้อปปิ้ง หรือจุดนัดพบ แต่เป็น "Platform แห่งโอกาส" ที่เปิดกว้างให้คนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ ได้เข้ามาสร้างสรรค์กิจกรรมที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็นดนตรีเปิดหมวก​ ที่เปิดโอกาสให้นักเรียน และนักศึกษา มาแสดงความสามารถด้านดนตรีจนกลายเป็นพื้นที่สำหรับศิลปินหรือวงดนตรีหน้าใหม่ได้สร้างฐานแฟนคลับใจกลางเมืองที่มาเปิดการแสดงแล้วกว่า 2,000 วง โดยมีนักดนตรีแสดงแล้วกว่า 15,000 คน และ​ Art & Performance Street Show การแสดงที่ใช้ทักษะพิเศษ เช่น มายากล, ละครใบ้ (Mime), การเต้น Cover Dance ไปจนถึงศิลปะการแสดงร่วมสมัย, Live Painting & Graffiti บางช่วงเวลาจะมีการเปิดพื้นที่ให้ศิลปินมาสร้างสรรค์งานทัศนศิลป์สดๆ ให้คนเดินผ่านไปมาได้ชม, Art & Craft Market ตลาดนัดงา...